Transmission งานล้ำทะลุมิติเพื่อสาวก Trance

Transmission งานล้ำทะลุมิติเพื่อสาวก Trance

วงการเพลง EDM ในบ้านเรากำลังคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ งานเฟสติวัลผุดขึ้นมาใหม่อย่างเยอะจนคนที่เดินสายนี้หมุนเงินกันไม่ทัน นี่ก็เป็นหนึ่งในเฟสติวัลเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยที่ถูกพูดถึงว่ามีโปรดักชั่นและเลเซอร์จำนวนที่สามารถทำให้ตาบอดกระทันหันได้เลยอย่าง Transmission ในตอนที่มีชื่อว่า The Lost Oracle เทศกาลดนตรี EDM แนวเพลง Trance ต้นกำเนิดจากกรุงปรากส่งตรงมาให้คนไทยได้สัมผัสเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 100

ไลน์อัพดีเจของงานนี้ถือว่าโหดมาก เอาแต่ตัวพ่อทางด้านสาย Trance มาทั้งนั้น Aly & Fila, Ferry Corsten, Markus Schulz, John O’ Callaghan, Bryan Kearney, Omnia และ Driftmoon สำคัญที่สุดเลยทางผู้จัดได้เปลี่ยนเอาโชว์พิเศษของ Ferry Corsten อย่าง Gouryella เข้ามาให้คนไทยได้ยลโฉมกันแค่เฉพาะในงานนี้เท่านั้น และคงจะเป็นแค่ครั้งเดียวที่เราคงจะได้เห็นโชว์นี้ครับ

เรามาถึงไบเทคประมาณ 6 โมงนิดๆ เพราะเรามัวแต่วนหาที่จอดรถ เนื่องจากวันนั้นฮอลล์อื่นก็มีจัดงานด้วยเลยทำให้ที่จอดหายาก งานจัดฮอลล์ 100 เป็นฮอลล์ใหม่เอี่ยมสร้างเสร็จไม่นานนี้ โดยข้างหน้าจะมีลานโล่งๆ และซุ้มตรวจบัตรเข้างาน การแลกริสแบนด์เข้างานคือ แลกจากข้างหน้าแล้วเดินเข้าในตัวอาคารได้เลย ไม่ต้องไปแออัดกันข้างใน ส่วนถ้าออกไปจากตัวงานจะต้องโดนปั๊มแขนหมึกล่องหน ตอนกลับเข้ามาข้างในทีมงานจะใช้ไฟฉาย Black Light ส่อง เพื่อกันการวนริสแบนด์เข้างาน

ในงานนี้ริสแบนด์เป็นระบบแบบ NFC ครับ คือเป็นระบบแบบ Top Up จ่ายเงินในการซื้อเครื่องดื่มผ่านแถบขาวๆ บนริสแบนด์ โดยการเอาเงินใส่ลงไปตามจำนวนที่เราต้องการแล้วก็สามารถเดินไปซื้อเครื่องดื่มได้แบบสบาย เหมาะสำหรับสายดื่มจริงๆ

เข้ามาถึงภายในฮอลล์ถึงกับต้องตะลึง เวทีอลังการงานสร้าง เป็นวิหารโคตรใหญ่ แบบเดียวกับต่างประเทศเลย ประเดิมด้วย Driftmoon ดีเจคนแรกขึ้นโชว์ เนื่องจากเวลาเริ่มโชว์เร็วมาก บางคนพึ่งเลิกงาน บ้างก็กำลังฝ่ารถติดมาอยู่ คนในฮอลล์เลยยังคงประปราย เริ่มมาถึงก็เปิดหวดโหดมาก ล้ำตั้งแต่ต้นเลย มีช่วงนึงเขาเอาเพลงมีจังหวะดนตรีแบบอาหรับมาเปิดคลอร์ก่อนที่จะระเบิดให้คนได้ล่องลอยในท่อนดร็อป แถมยังหยอดเพลงแนว Psy Trance มีเบสตึบๆ ให้คนร้องเฮกันด้วย

ต่อมา Omnia คนนี้เราเข้ามาดูตอนเริ่มเซ็ตไปได้ซัก 10 นาทีแล้วเพราะออกไปหาของเติมพลังก่อนที่จะมาลุยกันยาวๆ สไตล์การเปิดของ Omnia เราว่าคนพึ่งจะเริ่มฟัง Trance จะชอบมาก เพราะมีการหยอดแนวอื่นๆ มาผสมอยู่ในเซ็ตการเล่นของเขาด้วย อย่างเช่น Dubstep, Progressive House ทำให้ฟังง่ายมาก นอกจากนั้นยังมี Visual ที่เป็นรูบิคคอยหมุนไปมาเพื่อถอดรหัสบนจอ LED ช่วยเล่าเรื่องราวอีกด้วย

ประมาณเกือบสามทุ่ม คนเริ่มเข้ามากันเยอะแล้ว Bryan Kearney ขึ้นเล่นเป็นลำดับต่อไป คนไทยน่าจะชอบมาก เพราะเปิดหวดหนักตั้งแต่ต้นให้คนได้โดด แถมยังรู้อีกต่างหากว่าคนไทยชอบ Psy Trance แบบหนึบๆ ตึบๆ เปิดต่อเนื่องกันหลายเพลงอยู่ ไม่ใช่แค่คนอื่นนะ เรายังชอบเลย โคตรเดือด สไตล์การเปิดคล้ายๆ กับ Driftmoon ดีเจคนแรกที่เล่นตอนหัวค่ำ

John O’ Callaghan คนนี้สายลอย เพลงของเขาจะออกล่องลอยเหมือนกำลังขึ้นยานอยู่ โดยเขาจะเลือกเพลงที่มีเนื้อร้องเสียงผู้หญิง ท่อนดร็อปลอยๆ ตอนที่คนนี้เล่นเราต้องรองขอแว่นกันแดดมาใส่เลย เพราะทีมงานยิงเลเซอร์หนักมาก เราบรรยายไม่ถูกว่าเพลงของเขาเป็นยังไง แต่สามารถนิยามได้ว่า ลอยหนักมาก

Transmix เป็นโชว์ที่ต้องมีในงาน Transmission ทุกประเทศ ออกแบบโชว์โดยทีมงาน Vision Impossible สั้นๆ ประมาณ 15 นาที อลังการงานสร้างมาก มีทั้งควันจากบนเวทีและบนเพดานพ่นออกมา เป็นอะไรแปลกใหม่สำหรับเรามาก เพราะไม่เคยเห็นผู้จัดคนไหนติดที่พ่นควันจากบนเพดาน นอกจากนั้นยังมี ไฟ พลุ เลเซอร์แบบจัดเต็ม ราวกำลังถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่อีกมิตินึงเลยครับ

มาแล้วกับดีเจที่เราอยากดูมากที่สุดเป็นอันดับสองภายในงานนี้อย่าง Aly & Fila จากประเทศอียิปต์ ไม่ต้องแปลกใจว่า อ้าว! ชื่อเป็นคู่ต้องมีสองคนดิ ทำไมมาเล่นแค่คนเดียว วงแตกหรอ? เปล่าครับ ไม่ใช่นะครับ อีกคนนึงมีปัญหาเกี่ยวกับหูครับ หมอสั่งให้พักเลยไม่ได้ออกทัวร์ด้วย เราไม่มีคำบรรยายใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากคำว่า “เปิดโคตรดี” มีผ่อนหนักผ่อนเบา แม้ตอนเปิดตัวจะหวดไปค่อนข้างหนักเลยหละ เราชอบวิธีการเปิดที่คุมให้คนดิ้นตลอดเวลาแบบมีท่อนดร็อปยาว และเวลาเฟดเปลี่ยนเพลงก็มีการต่อท่อนดร็อปให้คนดูต่อเนื่องกับอารมณ์ของเพลง แถมบางเพลงของเขายังมีกลิ่นอายเพลงของประเทศอียิปต์หน่อยๆ ด้วย

และนี่ก็คือดีเจที่อยากดูมากที่สุดในงานนี้นั่นก็คือ Ferry Corsten แถมมาในโชว์พิเศษชื่อว่า Gouryella บางคนสงสัยว่า เอ๊ะ! มันคืออะไรอ่ะ ตอบครับ Gouryella เป็นโปรเจ็คพิเศษที่ Ferry Corsten ร่วมทำกับ Tiesto ในปี 1999 หลังจากนั้นก็แยกวงกันไปด้วยปัญหาบางอย่าง แต่แล้ว Ferry ก็ปลุกมันมาอีกครั้งเพราะอยากนำเอาความคลาสสิคกลับคืนมา ซึ่งในโชว์นี้เหมือนกับเรากำลังดูหนังหนึ่งเรื่อง นอกจากการเปิดเพลงแล้วยังโชว์ทางด้าน Visual ที่ถูกออกแบบมาเพื่อโชว์นี้โดยเฉพาะ เรายืนดูแบบไม่เต้นเลย เพราะอยากเก็บรายละเอียดของโชว์นี้ไว้ในความทรงจำเรา ฟินมาก น้ำตาจะไหล ไม่คิดว่าในชีวิตจะได้ดูโชว์ล้ำๆ แบบนี้ และเราก็เชื่อว่าคงหาดูจากไหนไม่ได้อีกแล้วแน่นอน

ปิดคืนวันศุกร์หรรษาไปด้วยดีเจคนสุดท้ายอย่าง Markus Schulz คนนี้เราเคยดูที่งาน Maya Music Festival เมื่อปี 2014 ซึ่งในช่วงแรกๆ ของเซ็ตพี่แกเล่นเปิดบิ้วซะเราเกือบจะง่วง แต่ท้ายเนี่ยเปิดเดือดมาก ซึ่งเราภาวนาขออย่าให้แกเปิดแบบนั้นในงาน Transmission เลย หลังจากแกขึ้นเวทีมาปั๊บ ทักทายคนดูนิดหน่อย ในคืนนั้นเป็นดีเจคนเดียวที่พูดทักทายคนดู เราถึงกับต้องร้องโอ้โหเลย แกเปิดหวดใส่ยับตั้งแต่ต้น ในช่วงท้ายก่อนจะจบโปรดักชั่นคือจัดเต็มมาก กระหน่ำยิงทั้งแสง ทั้งเลเซอร์ ทำเอาหลายคนฟินไปตามๆ กัน

ให้คะแนนงาน Transmission ในครั้งนี้ไปเลย 10/10 งานดีไร้ที่ติมากครับ ที่ชอบสุดๆ เลยน่าจะเป็นทางด้านเครื่องเสียง เปิดแบบเต็มพิกัดและไม่มีลำโพงแตกเลยสักนิดแม้ว่าดีเจบางท่านจะเล่นเพลงที่มีจังหวะเบสตึบๆ ด้านโปรดักชั่นเหมือนของต่างประเทศทุกอย่าง ไม่มีตัดทอนอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างคือสมราคากับราคาค่าบัตร น่าจะเกินด้วยซ้ำ เอาจริงๆ มาดูเลเซอร์ก็โคตรคุ้มแล้ว ปีหน้าน่าจะจัดหนักแบบนี้เหมือนเคยแน่นอนครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก FB/ Transmission Festival Asia