Paloma Faith เพลงเธอนี่มัน so(ul) ดี

Paloma Faith เพลงเธอนี่มัน so(ul) ดี

Paloma Faith แม้เธอคนนี้อาจจะไม่ใช่ศิลปินแถวหน้าระดับ A list แต่บอกเลย ถ้าได้ยินเธอร้องเพลงเมื่อไหร่ รับรองเลยว่าน้ำเสียงเธอจะทำให้คุณเกือบลืมหายใจได้ทีเดียว

เธอไม่ได้เริ่มต้นอาชีพสายบันเทิงด้วยการเป็นนักร้อง เธอเป็นนักเต้นโดยมีพื้นฐานจากตอนเด็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยการเรียนเต้นบัลเลต์ และต่อยอดการเรียนเต้นไปทางแนว Contemporary Dance ในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงระยะเวลาระหว่างเรียนมหาลัยนี้ เธอได้ทำงานหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียน ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักเต้น นักแสดง ทำให้เธอได้เข้าไปทำงานในคลับเบอร์เลสก์ (คลับนางโชว์คล้ายๆ คาบาเร่ห์ ) ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะรสนิยมการแต่งตัวและแนวเพลงของเธอในอนาคต

การได้คลุกคลีอยู่กับนางโชว์ในคลับเบอร์เลสก์ และการทำงานที่ต้องตระเวนไปร้องเพลงตามไนท์คลับหรูๆ ในลอนดอน เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อรสนิยมและการแต่งตัวของเธอ ที่ค่อนข้างจะออกไปในทางวินเทจ หรูหรา มีความวิบวับ กลิตเตอร์เยอะๆ ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ตามมาดูนี่

ถ้าเป็น Paloma Faith ตัวจริงจะต้องมีเช็คลิสต์ตามนี้

1. ถึงแม้ว่าเธอจะวินเทจแค่ไหน ก็ใส่ความร่วมสมัยเข้าไป ด้วยการจับคู่สีแบบจัดจ้าน และเธอทำได้ดีทุกครั้ง

2. เธอแทบจะไม่ใส่กระโปรงสั้น แต่เป็นกระโปรงคลุมเข่า หรือไม่ก็ยาวไปเลย

3. หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ของสาวลอนดอนคือ หมวก ซึ่งเธอก็ไม่พลาดที่จะเล่นกับมัน เธอเปลี่ยนหมวกให้กลายเป็นเครื่องหัวสุดอลังการ เพริดพริ้งแพรวพราว ตามสไตล์เบอร์เลสก์อย่างไหนอย่างนั้นเลย

ต้องขอบอกว่าเธอเป็นศิลปินอีกคนที่คุมโทนการแต่งตัวได้ดีมาก เวลาเปิดนิตยสาร หรือเว็บไซต์เพื่อดูรูปเธอนี่เพลินมากเพราะเธอจัดเต็มตลอด

ส่วนเรื่องของผลงานเพลง รวมๆ ก็ออกมา 3 อัลบั้มแล้ว เธอได้แรงบันดาลใจจากศิลปินรุ่นเก่าอย่าง Etta James และ Billie Holiday จุดเด่นของเธอคือ การทำเพลงในแนว แจ๊ส โซลและการประสานเสียงแบบ Gospel (การร้องประสานเสียงในโบสถ์) โดยพื้นฐานเธอมีเนื้อเสียงที่แข็งแรงมาก ประกอบการร้องในลักษณะ Old school ที่มาพร้อมกับสำเนียง Cockney ทำให้เพลงของเธอดังไปทั่วเกาะอังกฤษได้ไม่ยาก แต่ด้วยความโซล ความแจ๊สของเธอนั้น ทำให้หลายๆ ครั้งเธอถูกเปรียบเทียบกับนักร้องรุ่นพี่อย่าง Amy Winehouse, Duffy และ Adele อยู่เนืองๆ

ถ้าอยากลองฟัง Paloma Faith จะเริ่มจากเพลงไหนก่อนดี? มาทางนี้ จัดให้

1. Only love can hurt like this

งานเพลงสุดปังที่ไม่พูดถึงคงเป็นไปไม่ได้ Only love can hurt like this เป็นเพลงจากอัลบั้ม A Perfect Contradiction อัลบั้มที่ 3 ของเธอ ที่ยังคงความเป็น ป๊อป และโซล ตามแนวถนัด มีกลิ่นอายดนตรีของโมทาวน์ยุค 60’s ผสมผสานด้วยเครื่องเป่า กลอง และ เครื่องสีอย่าง ไวโอลิน เชลโล ที่ประโคมอย่างหนักหน่วงในช่วงท้ายๆ

ด้วยวิธีที่เธอออกแบบเสียงร้อง มันช่วยขับอารมณ์ความชอกช้ำออกมาได้อย่างน่าสนใจ และเพลงนี้เป็นเพลงที่เธอนำมาแสดงสดตามงานใหญ่ๆ อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น The BRIT Awards งานแสดงแฟชั่นโชว์ของ Burberry จะเรียกว่าเป็นเพลงหากินเลยก็ได้ ซึ่งเธอทำออกมาได้น่าประทับใจทุกครั้งจริงๆ

2. New York

มาถึงเพลงต่อมา...บางทีก็สงสัยนะ New York เมืองเดียวเนี่ย มันจะแต่งเพลงถึงได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ เอาเป็นว่าเพลงนี้กล่าวถึง สาวน้อยลูกทุ่ง ที่แฟนหนุ่มจะต้องออกไปตามหาความฝันที่นิวยอร์ก สุดท้ายท้าย ก็สูญเสียแฟนหนุ่มไปกับ “another lady” แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ได้ฟาดงวงฟาดงาแบบ ฉันหวงฉันมาทวงของฉันคืนแต่อย่างใด ได้แต่เดินกลับบ้านนาน้ำตาตก ตัวเพลงก็ยังคงความป๊อปและมีการใส่การประสานเสียงแบบ Gospel มาช่วงท้ายๆ สร้างความอลังการ ความเล่นใหญ่รัชดาลัย ของการโดนแย่งแฟนไปอีก

ต้องยอมรับเลยว่า เราติดใจการใช้เสียงและการคุมเสียงของเธอมากจริงๆ บทเสียงจะพุ่งก็ส่งมาซะทะลุจอ พอจะแผ่วก็เบาบางซะจนจะขาดใจตาม เราก็ติดตามเธอมาเป็นระยะๆ ถึงแม้ว่าช่วงหลังจะเงียบๆ ไปเพราะต้องไปทำหน้าที่คุณแม่ ก็มีข่าวดีให้แฟนๆ ใจชื้นกันซักที เพราะปี 2017 นี้เธอได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะปล่อยอัลบั้มที่ 4 ที่มีชื่อว่า The Architect มาให้ได้ติดตามแน่ๆ ใครที่ชอบผลงานของเธอ รับรองว่า JOOX จะนำมาอัพเดทให้ฟังกันเป็นที่แรกๆ แน่นอน

Playlist รวมฮิต Paloma Faith

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.gettyimages.com