เจาะลึกเบื้องหลัง คำภีร์เพลงรัก [บทใหม่] กับ ดาโน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์

เจาะลึกเบื้องหลัง คำภีร์เพลงรัก [บทใหม่] กับ ดาโน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์

ในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปี บนเส้นทางดนตรีของ ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ เราจะพาไปเจาะลึก เบื้องหลังการทำงานของโปรเจกต์นี้ ผ่านมุมมองของ “ดาโน่ - ดนัย ธงสินธุศักดิ์” โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังและดูแลการผลิตเพลงใน “คำภีร์เพลงรัก [บทใหม่]” ไปพร้อมๆ กัน

พี่ดาโน่เล่าว่าจุดเริ่มต้นนั้นมาจากโอกาสพิเศษ ที่ในปี 2017 นี้ เป็นวาระครบรอบ 30 ปีของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ ในวงการดนตรีไทย…

ดาโน่ : “โอกาสพิเศษแบบนี้ ปี 2017 ก็จะมีอะไรหลายๆ อย่างที่เกี่ยวกับ 30ปี พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ที่จะเป็นการเชิดชูพี่เขา แล้วโปรเจกต์นี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นปีหน้า มันเป็นการคิดการแชร์ร่วมกันว่า พี่ปู แกอยู่ในวงการเพลงมานาน 30 ปีแล้วนะ ตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มต้น แล้วก็มีอิทธิพลต่อคนทำเพลงในยุคหนึ่ง ซึ่งเด็กเหล่านั้น พี่ๆ น้องๆ หลายคน รวมทั้งตัวเราด้วย ก็ซึมซับแล้วก็ฟังเพลงพี่ปูมา แล้วคนเหล่านั้นก็เติบโตมาเป็นศิลปิน นักร้อง คนทำเพลง มีผลงานเป็นของตัวเอง ถึงวันนี้ก็คล้ายๆ เป็นการเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ ได้มาถ่ายทอดบทเพลงของพี่ปูบ้าง เหมือนเป็นการส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งครับ”

หน้าที่การดูแลตัวงานของพี่โน่ในโปรเจกต์นี้เป็นยังไง?

ดาโน่ : “จริงๆ โปรเจกต์นี้เราไม่ได้โปรดิวซ์งานเป็นเพลงๆ แต่เราจะดูในภาพรวมมากกว่า วางแผนให้กับศิลปินว่า ถ้าเกิดคนนี้วงนี้ร้องเพลงนี้จะเหมาะมั๊ย แล้วรูปแบบมันจะออกมาเป็นยังไง”

สิ่งที่พี่โน่เน้นหลักๆ ก็คือ อยากให้คงความหมาย และสื่อสารเรื่องที่เป็นเพลงของพี่ปูได้ครบถ้วน ในขณะเดียวกัน คนที่เอาไปร้องก็ต้องคงความเป็นตัวของตัวพวกเขาเองอยู่

ดาโน่ : “ยกตัวอย่างเราเลือก The Parkinson มาทำโปรเจกต์นี้ เขาเลือกร้องเพลง “เสมอ” เราก็ไปคุยกับกานต์ นักร้องนำว่า เพลงจะเป็นยังไง ลองแชร์ไอเดียกับเขาดู The Parkinson ก็เป็นวงที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในเวลานี้ มีงานโชว์ มีทำเพลงอัลบั้มเขาเอง ซึ่งคิวแน่นมาก แต่เดโมที่เขาส่งมาให้เรารู้สึกชอบ เพราะทำเพลงออกมาก็ยังคงความเป็นตัวเขาอยู่ ยังมีกลิ่นอายของเขา เขาพยายามแทรกตัวของเขาเองลงไปในเพลงของพี่ปูได้อย่างแนบเนียน”

การเลือกวง ใครมีส่วนร่วมบ้าง ?

ดาโน่ : “จริงๆ พี่ปูก็ตามฟังงานของศิลปินยุคใหม่อยู่บ้าง แล้วทางทีมงานเราก็ช่วยกันคัดเลือกดูว่าใครเหมาะบ้าง แล้วก็เอาไปให้พี่ปู เลือกกันอีกทีหนึ่ง แล้วก็ต้องดูตามคิวศิลปินด้วย เลือกมาแล้วพี่ปูว่ายังไงบ้าง หลายๆ ปัจจัย สรุปแล้วก็ได้มาเป็น 11 วงนี้ครับ”

ด้านการทำงานกับวงยากง่ายอย่างไร?

ดาโน่ : “จริงๆ เราจะคุยเบื้องต้นกับศิลปินก่อนประมาณหนึ่ง แต่เราเชื่อว่าตัวศิลปินในยุคนี้เขามีแนวทางที่เป็นของเขาอยู่ เรามองภาพรวมโปรเจกต์นี้เป็นอัลบั้ม เราอยากดูว่า ที่เขาทำมันจะเป็นไปทางไหน แล้วเราก็คิดในใจว่า ถ้ามันเป็นอย่างนี้มันน่าจะดี แต่ถ้ามันหลุดออกไปนิดนึงเราอาจจะคุยกับว่าเขาว่า ขยับเข้ามาอีกหน่อยได้มั๊ย แต่มันก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ที่เหลือเราก็ให้พื้นที่เขากว้างๆ เลยครับ"

พูดถึงความต่างจากโปรเจกต์โคฟเวอร์อื่นๆ แล้ว พี่ดาโน่สรุปให้เราฟังว่า ตัวเนื้องานรายละเอียดอาจจะไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ที่พิเศษคือการรวบรวมศิลปินต่างค่าย ทลายกำแพง มาทำงานร่วมกันได้ในโปรเจกต์นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของวงการดนตรีไทยในยุคที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

ดาโน่ : “ถึงเราจะอยู่ต่างค่ายแต่ถ้าเกิดมีสิ่งที่ทำร่วมกันได้แล้วมันเกิดพลังและสิ่งดีๆขึ้นเราก็สามารถทำร่วมกันได้”

แล้วความรู้สึกของพี่โน่ต่อตัวพี่ปู และ งานเพลงของพี่ปู เป็นยังไงบ้าง?

ดาโน่ : “เราเองเป็นแฟนเพลงพี่ปูตั้งแต่มัธยม พี่ปูเคยไปเล่นที่โรงเรียนตอนเราอยู่ม.ต้น เรายังไปถ่ายรูปกับเขาอยู่เลยเพราะชอบเพลงเขามาก ช่วงที่เขาออกงานมาชุดแรกๆ เป็นช่วงเดียวกับที่เราฟังเพลงแบบเป็นธรรมชาติ เป็นวัยรุ่นที่ฟังเพลงแล้วอินกับเพลงมากๆ อยู่ ดังนั้นเพลงของพี่ปู มันอยู่ในช่วงชีวิตเราตอนนั้น ซึ่งจะบอกว่าดีใจมากที่ได้ร่วมงานโปรเจกต์นี้ ได้ดูแลโปรเจกต์ ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์”

ปิดท้าย พี่โน่เล่าให้ฟังว่าโปรเจกต์นี้เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของการฉลองครบรอบ 30 ปีของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ อยากให้ติดตาม เพลงในโปรเจกต์นี้และข่าวคราวของส่วนอื่นๆของ 30 ปี บนเส้นทางดนตรีของ ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ไว้ด้วยครับ

Related Content