Day breaks - Norah Jones: อัลบั้มดี เพลงโดน

Day breaks - Norah Jones: อัลบั้มดี เพลงโดน

ปี 2003 ถือเป็นอีกปีที่เราได้เห็นศิลปินหอบรางวัลแกรมมี่มากถึง 5 ตัว กลับบ้านในคืนเดียว ศิลปินคนนั้นจะเป็นใครไปได้ นอกจาก “Norah Jones” นักร้องสาวลูกครึ่งอเมริกัน-อินเดีย ผู้เปี่ยมความสามารถในฐานะนักดนตรีและนักแต่งเพลง ไม่ว่าจะแจ๊ส, โฟล์ค, คันทรี่และโซล เธอทำได้หมด

จะมีนักร้องซักกี่คน ที่เปิดตัวเงียบๆ แต่กินเรียบได้ขนาดนี้ อัลบั้มแรกของเธอ “Come Away With Me” นอกขายทะลุ 11 ล้านอัลบั้ม ในอัลบั้มเดียวกันนี้ยังฟันรางวัลแกรมมี่ไปมากถึง 8 ตัว เท่านั้นยังไม่พอ เสียงร้องที่เจือไปด้วยความเหงาอ้างว้างของเธอ ดันไปถูกใจ “หว่อง กา ไว” ผู้กำกับชาวฮ่องกง เลยถูกเรียกตัวไป “กระทำความหว่อง” ในหนังเรื่อง My blueberry night ประกบ จู๊ด ลอว์ และ นาตาลี พอร์ตแมน อีกด้วย

นอราห์ โจนส์ เป็นลูกสาวของ รวี แชงการ์ นักดนตรีร่วมสมัยชาวอินเดีย เจ้าของ 3 รางวัลแกรมมี่ และ ซู โจนส์ โดยในวัยเด็ก เธอถูกเลี้ยงมาโดยแม่เพียงคนเดียว ไม่ได้รับความสนใจใยดีจากพ่อของเธอเลย แต่การถูกทอดทิ้งโดยพ่อแท้ๆ กลับกลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการแต่งเพลงและมีอิทธิพลต่อดนตรีในอัลบั้มแรกๆ ของเธอ

สำหรับอัลบั้มล่าสุดนี้ “Day breaks” ซึ่งถือเป็นอัลบั้มอันดับที่ 6 ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายดนตรีแนวแจ๊ส-ป็อป แบบที่เธอถนัด และยังคงความเป็น Jones เหมือนเดิมที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านเนื้อเพลง ในลักษณะของการสนทนากัน ทำให้เพลงนั้นดูมีชีวิตชีวาขึ้น มากกว่าเป็นการบอกกล่าวผ่านๆ โดยเพลงจากอัลบั้มล่าสุดที่เราเห็นว่าโดดเด่นน่าฟัง ก็คือ Flipside และ Tragedy

Flipside เป็นเพลงอันดับที่สองที่ถูกปล่อยมาของอัลบั้ม Day breaks เป็นเพลงที่มีจังหวะแข็งแรงบวกกับเทคนิคการกระเพื่อมเสียงของเปียโน ซึ่งทำได้ออกมาลงดุดันและลงตัวมาก และเพลงนี้ไม่ได้มีความหนักหน่วงแค่ดนตรี เนื้อหาก็เช่นกัน เพราะเพลงนี้พูดถึงเรื่องการเมือง เชื้อชาติ ความอยุติธรรมในสังคม และการใช้ความรุนแรงในกรณีคนดำถูกสังหารด้วยปืนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นประเด็นที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธอ บวกได้แรงบันดาลใจที่เธอได้รับจากเพลง 'Compared to What' ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองและสังคม ก็ได้ประกอบกันออกมาเป็นเพลงนี้

Tragedy คือบทเพลงที่พาเรากลับไปสัมผัสความเป็น Norah Jones แบบเดิมๆ อีกครั้ง กับเพลงแนวสบาย โครงสร้างเพลงเรียบง่าย ที่ทวนท่อน Hook ซ้ำๆ ทำให้เพลงมีภาพจำเหมือนกับเพลงเก่าๆ ที่ผ่านมาหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น Chasing pirate หรือ Sunrise แต่มันกลับทำให้เรารู้สึกดีกับเพลงนี้มากกว่าการพยายามกดดันตัวเองเพื่อทำเพลงที่ไม่ใช่ตัวเธอ ซึ่งเธอได้พิสูจน์แล้วว่า เสียงหวานๆ ที่สุดแสนจะทรงเสน่ห์ พร้อมกับการพรมนิ้วลงบนคีย์เปียโนของเธอนั้น คือความงดงามและคลาสสิกที่สุด

Norah Jones เป็นศิลปินอีกคน ที่ไม่ย่ำตัวเองอยู่กับแนวเพลงเดิมๆ ที่เคยประสพความสำเร็จ เธอได้ทดลองแนวเพลงต่างๆ หลากหลายเพื่อตอบสนองคนฟังที่โตตามมากับด้วยกัน ตลอด 6 อัลบั้มของเธอ โดยในชีวิตวัย 37 เธอมีความสุขอยู่กับครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตา และคุณสามีที่นอกจากจะคุณพ่อลูกอ่อนแล้ว ยังควบตำแหน่งนักดนตรีประจำครอบครัวอีกด้วย ชีวิตจะน่าอิจฉาอะไรขนาดนี้