เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง

เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง

เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นบทเพลงซึ่งใช้บรรเลงเพื่อสรรเสริญพระบารมีพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระราชนิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้มีการบรรเลงเป็นครั้งแรก ณ ศาลายุทธนาธิการในปี พ.ศ. 2431 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์คำร้องขึ้นใหม่ และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยจำนวนมาก ต่างหลั่งไหลเข้ามายังบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเต็มพื้นที่ทั้งถนนหน้าพระลาน รอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวงลามไปยังถนนราชดำเนิน

แม้แสงแดดจะแรงและร้อนอบอ้าวมากเพียงใดแต่กลับรู้สึกเย็นด้วยน้ำใจของคนไทยที่ต่างออกมาร่วมกันแจกจ่าย อาหาร ขนม เครื่องดื่ม ยาดม รวมทั้งบริการจากพี่วินมอเตอร์ไซค์ อาสาสมัครที่มาร่วมกันเก็บขยะรักษาความสะอาด และอีกสารพัดอย่าง

ซึ่งทุกคนมาด้วยใจที่พร้อมจะช่วยเหลือกัน ความรู้สึกในความรักและจงรักภักดีที่เป็นหนึ่งเดียวกันแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทุกคนตั้งใจอย่างแน่วแน่ในวันนั้นที่จะร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ดังกึกก้องไปทั้งผืนแผ่นดินไทยและแน่นอนว่าชั่วโมงนี้ “การทำความดี” คือสิ่งที่คนไทยทุกคนอยากที่จะทำเพื่อระลึกถึงพระองค์ท่าน เพื่อพ่อหลวงผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย

การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในวันนั้นแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกคือช่วงเวลา 13.00 น. มีการบันทึกเสียงเพลงที่ประชาชนร้องแบบสดๆ พร้อมบันทึกภาพและถ่ายทำโดยทีมงานของ ท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล มีวงออเคสตร้า 100 ชิ้น จาก Siam Philharmonic Orchestra และคอรัสกว่าร้อยชีวิต อ.สมเถา สุจริตกุล เป็นวาทยกรผู้ควบคุมวง โดยวีดีโอที่บันทึกในวันนั้นจะนำไปฉายทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ

ส่วนรอบสอง คือช่วงเวลา 22.00 น. เป็นการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ไม่มีวงออเคสตร้า แต่มีการให้ประชาชนจุดเทียนแสดงความอาลัย เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องไปทั่วท้องสนามหลวง เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุด เพราะเป็นเสียงที่ออกมาจากใจของประชาชนชาวไทย