ผักกาดจอ กับ แกงฮังเล ต่างกันยังไง??

ผักกาดจอ กับ แกงฮังเล ต่างกันยังไง??

หลังจากได้น้ำลายสอกับเพลงแกงเนื้อของ จรัล มโนเพ็ชร กันไปแล้ว ทำให้นึกถึงอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่คนเหนือทุกคนต้องเคยกินกันแน่ๆ เรียกได้ว่ากินกันจนเบื่อ กินกันตั้งแต่เป็นละอ่อนตัวน้อยๆ จนถึงพ่ออุ้ยแม่อุ้ย กินจนบางคนถึงกับเอียนไปเลยก็มี อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย เป็นคนเมืองไม่เคยกินผักกาดจอ ก่บ่มีไผอยากอู้โตยละ

เพลง "ผักกาดจอ" ที่เลือกมาให้ฟังนี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ ได้ร้องไว้ เราคงคุ้นกับชื่อเขาเป็นอย่างดี ด้วยผลงานเพลง โกหกหน้าตาย วิชามาร และไม่ไว้ใจ ด้วยพื้นเพของเท่ห์ เป็นคนจังหวัดเชียงราย เมื่อมาร้องเพลงนี้ที่ต้นฉบับถูกร้องโดย “ราชาโฟล์คซองคำเมือง” อย่าง จรัล มโนเพ็ชร จึงทำให้เท่ห์ สามารถร้องออกเสียงคำเมืองได้อย่างลื่นหู น่าฮักน่าชังมาก

เนื้อหาของเพลงเป็นการตัดพ้อ เกี่ยวกับสถานภาพทางสังคมที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของการไลฟ์สไตล์และเรื่องอาหารการกิน

“น้องใส่เตี่ยวในวาโก้ อ้ายใส่เตี่ยวโหล ก๋าแมวลอดบ่วง บ้านน้องกิ๋นแกงฮังเล ส่วนบ้านอ้ายเพ้ กิ๋นผักกาดจอ”

แปลแบบลูกครึ่งกรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่พอจะมีทักษะต่อราคารถแดงได้ ใจความว่า น้องใส่กางเกงในของวาโก้ แต่พี่ใส่กางเกงในตราแมวลอดห่วง บ้านของน้องกินแกงฮังเล ส่วนบ้านพี่เนี่ยได้กินแต่ผักกาดจอ

ทำไมถึงมีการเปรียบเทียบระหว่างแกงฮังเลกับผักกาดจอ??

มันเป็นอย่างนี้ แกงฮังเล เป็นแกงพื้นเมืองทางภาคเหนือที่มีต้นกำเนิดจากพม่า และคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย เพราะมีการใส่ผงมาซาล่าซึ่งถือเป็นเครื่องเทศสำคัญของอาหารอินเดีย ที่มีส่วนประกอบสำคัญเป็นหมูสามชั้นติดมัน หมูเนื้อแดง ซี่โครงบ้าง ถือเป็นแกงที่มีเนื้อมีหนังให้พอเคี้ยวได้เลย จัดเป็นอาหารหรูหราชนิดหนึ่ง นิยมนำไปถวายพระหรือทำในงานสำคัญๆ

ส่วนผักกาดจอ คืออะไร? ง่ายๆเลยมันคือผักกวางตุ้งต้มใส่กระดูกหมู มี 2 แบบคือ จอส้ม(เปรี้ยว) กับจอหวาน โดยผักกาดจอ หรือ จอผักกาด ถือเป็นอาหารพื้นๆที่ได้รับความนิยม และมีให้กินกันได้บ่อยมาก บ่อยถึงขนาดในเพลง มีการบ่นอุบอิบ ไม่ว่าจะมื้อไหน วันไหนก็มีแต่ผักกาดจออยู่ตลอด กินจนกลัวผักกาดจอขึ้นสมอง กินผักกาดจอกันจะท้องอืดท้องพอง

เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารเมืองที่นำมาให้น้ำลายสอกัน เราอาจจะคุ้นชินกับอาหารเหนือว่ามีแค่ แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แต่จริงๆแล้ว ยังมีอาหารเหนืออีกหลายอย่าง เช่น ผักกาดจอที่ได้กล่าวมาข้างต้น ที่จะว่าไปก็คงเหมือนต้มจืดในภาคกลางหรือต้มจับฉ่ายของจีนนี่แหละ

ใครมีโอกาสได้เข้าครัวทำอาหาร หรือสำหรับใครที่กำลังเป็นมือใหม่ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าทดลองทำ เพราะด้วยวัตถุดิบที่หาง่าย ใช้อุปกรณ์ทำครัวเพียงไม่กี่ชิ้น ก็ได้ซุปผักร้อนๆมาให้ซดกันคล่องคอแล้ว ดีไม่ดี หัดทำให้แก่ง นี่อาจกลายมาเป็นเมนูมัดใจหนุ่มเหนือได้อีกนะเจ้า

สำหรับ แกงฮังเล ในยุคนี้ไม่ใช่อาหารที่แพงและหารับประทานยากเหมือนสมัยก่อนแล้ว เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสได้แวะเวียนไปแถบภาคเหนือหรือร้านอาหารเหนือ ก็อยากให้ได้ลองชิมรสชาติแบบอาหารพื้นเมืองกั๋น ส่วนใครที่มีร้านเด็ดแนะนำเข้ามา โดยคอมเม้นต์ไว้ข้างล่างได้เลย ผู้เขียนก็อยากไปลองเหมือนกัน