ฝนตกขี้หมูไหล จะเป็นอย่างไรเมื่อ ลำไย ไหทองคำ ปะทะ เสก โลโซ

ฝนตกขี้หมูไหล จะเป็นอย่างไรเมื่อ ลำไย ไหทองคำ ปะทะ เสก โลโซ

ท่ามกลางการกระแสวิจารณ์ถึงภาวะซบเซาของวงการเพลงในบ้านเรา แนวเพลงเพียงหนึ่งเดียวที่สร้างปรากฏการณ์และเรียกกระแสจากพื้นที่สื่อได้อย่างมากมายในรอบหลายปีที่ผ่านมา คือ วงการเพลงลูกทุ่ง ตั้งแต่การเกิดขึ้นของบรรดานักร้องและนักแต่งเพลงหน้าใหม่ที่มาจากความนิยมในโซเชียลมีเดีย การใช้ความเป็นสมัยใหม่กับความเป็นพื้นบ้านผสมผสานเข้าไปตามเวทีการแสดงในที่ต่างๆ จนถึงการที่นักร้องและนักแต่งเพลงลูกทุ่งได้เปิดประตูของความสร้างสรรค์ในการนำความเป็นลูกทุ่งเข้าไปพาดผ่านกับแนวเพลงในสไตล์อื่นๆ โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งพันธุ์ร็อค ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเพลง ไหง่ง่อง ของตั๊กแตน ชลดา , เพลงก่อนสิไป ของพี สะเดิด จนมาล่าสุดกับบทเพลงอย่าง ขาร็อคขาเลาะ ที่ได้นักร้องลูกทุ่งสาวที่ HOT ที่สุดและได้พื้นที่ข่าวมากที่สุดของปีนี้ขนาดท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชายังพูดถึงอย่าง ลำไย ไหทองคำ ที่มาปะทะกับร็อคเกอร์ขวัญใจคนไทยอย่าง เสก โลโซ

ความดีงามของเพลงลูกทุ่งประการแรกที่หลายคนนึกถึงคือ มันเป็นสไตล์เพลงที่จริงใจและมีความตรงไปตรงมาภายใต้การเล่นคำที่ชวนให้ตีความและขบคิด และมันสอดคล้องกับเพลงในสไตล์ร็อคที่ดุดัน แข็งกร้าว และแสดงออกทางอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาเช่นเดียวกัน ไม่นับถึงบรรดาเมโลดี้และสไตล์ดนตรีที่ไม่ได้สลับซับซ้อนจนต้องปืนบันไดฟัง สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือข้อดีของเพลงในสองสไตล์ที่เมื่อนำมาบวกรวมเข้าด้วยกันมันได้ทำให้เกิดเพลงที่มีมิติให้พูดถึงอย่างหลากหลาย ลูกเล่นของการหยิกแก้มหยอก และขณะเดียวกันก็มีความชัดเจนทางความรู้สึกอยู่อย่างเข้มข้น

สำหรับเพลง ขาร็อคขาเลาะ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เราต้องยกความดีความชอบให้กับเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือพี่เสก โลโซของพวกเราที่แต่งเนื้อเพลง เรียบเรียงทั้งดนตรีและทำนอง ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะลูกเล่นในแบบลูกทุ่งที่ใส่เข้ามา ซึ่งเป็นการใส่ที่ไม่แย่งซีนความเป็นร็อค และความเป็นลูกทุ่งเองก็ยืนหยัดไม่โดนกลบไปด้วยเช่นกัน ท่ามกลางความบ้าคลั่งจากภาพลักษณ์ของพี่เสก เมื่อได้ฟังเพลงนี้จนจบ เราจะพบว่าพี่เสกก็ยังเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่ยอดเยี่ยมไม่เสื่อมคลาย และเนื้อเพลงของพี่เสกก็ยังติดหูและมีหลายท่อนที่กระชากอารมณ์และชวนให้โยกหัวและตัวตาม

นอกเหนือจากนั้น ในเนื้อเพลงนี้พี่เสกยังหยิบยกประสบการณ์ส่วนตัวของพี่ที่หลายคนรับทราบผ่านพื้นที่สื่อให้ออกมาดูทีเล่นทีจริง มีชั้นเชิง และเต็มไปด้วยอารมณ์ในเชิงตลกขบขัน จิกกัดตัวเอง เป็นการก้าวข้าวดราม่าทั้งปวงไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม

และที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือเสียงของลำไย ไหทองคำ ซึ่งมีเสียงที่มีคุณภาพมาตั้งแต่สมัยที่เธอโด่งดังจากเพลง “ผู้สาวขาเลาะ” แต่ในตอนนั้นมันถูกกลบด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่าเต้นและการแสดงโชว์จนหลายคนหลงลืมเส้นเสียงที่น่าสนใจจากเธอคนนี้ แต่ในเพลงนี้ เราจะได้ยินเทคนิคการร้องของลำไย ไหทองคำที่ยังกะถอดแบบมาจากเทคนิคการร้องของ Christina Aguilera ที่เค้นเสียงและโหนเสียงได้อย่างน่าสนใจ ไดนามิคที่เป็นตัวชูโรงของเพลงลูกทุ่ง ถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบางวรรคของเพลง เธอสามารถเล่นกับทักษะการร้องแบบลูกทุ่งแท้ๆ แต่พอวรรคถัดไปเราก็พบว่าเสียงของลำไย ไหทองคำ มีความเป็น Pop – Rock ที่จัดจ้านพอตัว

ส่วนพาร์ทของดนตรีและการเรียบเรียงเสียงประสาน ในเพลงขาร็อคขาเลาะ เราจะได้ยินเสียงกีต้าร์และเสียงเบสในสไตล์เพลงร็อคซึ่งเต็มไปด้วยลูกเล่นที่ให้อารมณ์เพลงร็อค ยุค 90’s โดยเฉพาะเพลงจากวง Loso เอง แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้ดูมีความเป็นลูกทุ่งก็คงเป็นเสียงกลองที่ดูมีความเป็นสามช่าอยู่มาก โดยเฉพาะท่อน Pre – Hook ที่เร้าความรู้สึกและพีคกว่าท่อน Hook เสียด้วยซ้ำ

ในแง่ของความเป็นเพลงคู่ระหว่างชายหญิง ก็ต้องบอกว่าทั้งเสก โลโซและลำไย ไหทองคำ ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ความเป็นร็อคในเสียงของเสก โลโซ ไม่ได้แข็งกร้าวและดุดันมากจนเกินไป เพราะพี่เสกยังผสมความเป็นลูกทุ่งเข้าไปด้วยเทคนิคในการเอื้อนเสียง และใส่ความขี้เล่นเข้าไปในเทคนิคการร้องด้วยการตวัดเสียงให้ดูวัยรุ่น ส่วนสาวลำไยเองก็โชว์พัฒนาการทางด้านการร้องด้วยการเพิ่มความเข้มแข็งเข้าไปในเพลง และมันก็เป็นการร้องที่ส่งเสริมกันและกันอย่างกลมกล่อมของพวกเขาทั้งคู่

งานนี้ก็ต้องบอกได้คำเดียวว่าสาวลำไย ไหทองคำและต้นสังกัดคิดถูกมากๆที่ตอบรับคำเชิญของพี่เสก โลโซให้มาร่วมร้องในเพลงนี้ เพราะมันเป็นการต่อยอดความสำเร็จของเธอเองให้ค่อยๆ ก้าวข้ามกำแพงที่ยิ่งใหญ่จากเพลงผู้สาวขาเลาะ และในส่วนของพี่เสก โลโซ ซึ่งในฐานะของคนที่ติดตามวง Loso มาตั้งแต่ยุคแรกๆ ก็ต้องบอกว่าพี่เสกยังคงเจนจัดในการโปรดิวฯ และทำเพลงให้ออกมาถูกหูคนไทย ความคิดสร้างสรรค์ที่มากมายถูกใช้ได้อย่างเข้ากับความเป็นร็อคและความเป็นลูกทุ่งที่ยังคงไม่สูญหายไปไหน และเป็นการเปิดมิติให้กับวงการเพลงไทยได้อย่างดีเลยทีเดียว