สัมภาษณ์พิเศษ 2 หนุ่มสุดแนวจากวง Scrubb พร้อมทำความรู้จักซิงเกิลใหม่ล่าสุด “รู้สึก”

สัมภาษณ์พิเศษ 2 หนุ่มสุดแนวจากวง Scrubb พร้อมทำความรู้จักซิงเกิลใหม่ล่าสุด “รู้สึก”

หากกล่าวถึงไอดอลของเด็กแนวในยุค 90 ภาพแรกที่ปรากฏในหัวของทุกคนจะต้องเป็น 2 หนุ่มสุดแนว บอล (ต่อพงศ์ จันทบุบผา) และ เมื่อย (ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ) จากวง สครับบ์ (Scrubb) อย่างแน่นอน

ซึ่งในวันนี้ JOOX มีโอกาสได้เปิดบ้านตอนรับ 2 หนุ่ม พร้อมพูดคุยถึงซิงเกิลใหม่ล่าสุด “รู้สึก” จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลย

เริ่มคำถามแรกกันเลยอยากให้เล่าถึงความเป็นมาของวง สครับบ์

สครับบ์: ต้องเท้าความก่อนนะครับเรา 2 คนเจอกันในสถาบันการศึกษาครับ และบังเอิญว่าชอบเล่นดนตรีเหมือนกัน ต่างคนต่างมีเพลงอยู่ในมือมันเลยทำให้เรา 2 คนสนิทกันง่าย เลยทำเพลงด้วยกันมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากเรียนจบผม (บอล) ก็ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่เกี่ยวข้องกับเพลงเลยเป็นช่องทางที่ทำให้เรามาพบกับค่ายเพลงจนกลายมาเป็นวงสครับบ์ในที่สุดครับ

ทราบมาว่าก่อนที่จะมาเป็นสครับบ์ที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ ทั้ง 2 คนเคยเป็นวงอายมาก่อนอยากให้เล่านิดหนึ่ง

สครับบ์: ใช่ครับจริงๆ มันเป็นวงแรกของผม (บอล) มาก่อนที่จะเข้าไปทำโปรเจ็คกับทาง Genie Recoeds ต่อมาประสบอุปสรรคนิดหน่อยเลยทำให้โปรเจ็คนี้ถูกพับไป เพื่อนๆในวงก็ต่างแยกย้ายกันไปทำสิ่งที่ตัวเองรัก สุดท้ายมันก็เหลือเรา 2 คน (บอล เมื่อย) ที่ยังดื้อทำต่อจนกลายเป็นสครับบ์อย่างในทุกวันนี้

ซึ่งการที่เราออกมาทำกันเองแน่นอนครับมันอิสระกว่า เราจะทำอะไรก็ได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่เราไม่รู้เรื่องหลักการทำงานที่ถูกต้อง ก็ทำกันแบบตามมีตามเกิด ซึ่งเราก็มีงานประจำกันอยู่แล้วนะครับแต่ว่าเรื่องงานเพลงมันเป็นสิ่งที่เรารัก เราจึงหาโอกาสมาเจอกันทำเพลงด้วยกันอยู่เสมอๆ

พอก้าวเข้าสู่วงการเพลงใต้ดินอย่างจริงจังจึงเกิดเป็น “สครับบ์” ขึ้น ฟังดูมันอาจจะมีหลักการนะครับ แต่จริงๆแล้วมันก็แอบเป็นมวยวัดอยู่เล็กๆ คือมีช่องทางไหนที่เราสามารถไปได้เราก็ไปหมด

ถึงขั้นไปหาที่ปั้มเทปกันซื้อเครื่องอัดเสียงเสร็จแล้วก็เอาเพลงมาให้เพื่อนฟังซึ่งทุกคนก็บอกว่าดี แต่เราคิดว่ามันยังไม่สุดก็เลยคุยกันว่าเราลองลงสนามจริงกันเลยดีกว่าไหม จึงนำเอาแผ่นซีดีไปฝากขายตามร้านค้าเพลงสมัยนั้นอย่าง ดีเจสยาม ร้านน้องท่าพระจันทร์ ร้านคุณเปี๊ยก ขนาดงานลอยกระทงที่โรงเรียนก็ยังเอาไปขายกันเลยครับ (หัวเราะ)

ในตอนนั้นกระแสคลื่นวิทยุกำลังมา แล้วผม (บอล) ก็ได้ยินป๋าเต็ดพูดในรายการวิทยุรายการหนึ่งว่า “ไปเจอเพลงนี้ (เพลงที่เปิดในรายการตอนนั้น) มาจากร้านโด่เรมี” หลังจากนั้นก็เปิดเพลงนั้น เราก็เลยเกิดความคิดกันว่าถ้าเราเอาเพลงของเราไปว่างที่นั้นบ้างล่ะ สักวันป๋าเต็ดต้องมาเจอแล้วเอาไปเปิดในรายการวิทยุบ้างแน่เลย (หัวเราะ) แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เกิดขึ้นครับสงสัยป๋าเต็ดไม่ได้แถวนั้นบ่อย (หัวเราะ)

เราก็ไม่ท้อกันนะครับเริ่มใหม่คราวนี้เรามุ่งหน้าไปหาป๋าเต็ดตรงๆเลยเดินดุ่ยๆเข้าไปเลย (หัวเราะ) ไปถึงนะครับแต่ไม่ได้เข้าพบเพราะโดน รปภ. สกัดเอาไว้ก่อน เนื่องจากต้องนัดล่วงหน้าเท่านั้นเราเลยออกมาใช้โทรศัพท์สาธารณะแถวนั้นแหละโทรนัด แล้ววันรุ่งขึ้นก็เข้าไปพบอีกครั้งจำได้ว่านั่งรอแกอยู่ 3 ชั่วโมงได้ (ป๋าเต็ดประชุม) สุดท้ายก็ได้เจอครับแต่แค่แป๊บเดียว แล้วแกก็ให้เราไปคุยกับพี่จ๋องต่อ (คู่หูป๋าเต็ดขณะนั้น) สุดท้ายแล้วพี่จ๋องแกก็เลือก 1 เพลงของเราแล้วเอาไปเปิดออกอากาศเลยความรู้สึกตอนนั้นด้วยความเป็นเด็กมันทำให้เราลิงโลดกันมากเลยโม้กันได้ยาวๆเลย (หัวเราะ)

เพลงที่ทำให้สครับบ์เป็นที่รู้จักก็คงหนีไม่พ้น “ทุกอย่าง” ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

สครับบ์: เพลงนี้เป็นตอนที่เรามีค่ายละครับหลังบากบั่นกันมานาน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่ได้คาดหวังอะไร มันเหมือนบรรลุวัตถุประสงค์ทุกอย่างที่เราทำมาแล้วเสียงตอบรับตอนนั้นก็ดีมากๆครับ

มาพูดถึงวิธีการทำงานกันบ้างทั้ง 2 แบ่งหน้าที่กันอย่างไร

สครับบ์: ในสมัยเริ่มต้นผม (บอล) เป็นคนขึ้นโครงเพลงเรียบเรียงใส่กีต้าร์ กลอง เบส เอาไว้ ส่วนเนื้อร้องกับการเรียบเรียงดนตรีจะเป็นหน้าที่ของเมื่อย หรือบ้างครั้งก็มีคนอื่นมาช่วยแต่งเนื้อบ้างเหมือนกัน

รู้สึกอย่างไรที่ครั้งหนึ่งวัยรุ่นยกให้สครับบ์เป็นไอดอลของเหล่าเด็กแนว

สครับบ์: จริงๆไม่เคยรู้ตัวเลยครับเรากลับรู้สึกว่ารุ่นพี่ของเราอย่าง โมเดิร์นด็อก โยคีเพลย์บอย ฯลฯ ต่างหากพี่เป็นสุดยอดของเด็กรุ่นนั้นมากกว่าครับ

แต่สครับบ์มีความแตกต่างจากพวกเขาเหล่านั้นทั้งในสไตล์การแต่งตัว การตอบคำถามกับสื่อ

สครับบ์: จริงๆเรื่องเสื้อผ้านี่เราไม่ได้เป็นไฮแฟชั่นอะไรขนาดนั้น จริงๆเป็นเด็กเจเจ (ตลาดนัดจตุจักร) เสียด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ใส่ซ้ำไปซ้ำมามากกว่า

แต่ถ้าหากถามว่าทำไมตอนนั้นถึงแสดงออกมาแบบนั้นก็อาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมมากกว่าคือเราทั้ง 2 คนเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งสังคมในนั้นค่อนข้างอิสระในการแสดงออกมันเลยทำให้เราแสดงตัวตนออกมาได้อย่างเต็มที่

หากถามถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงในอนาคตสครับบ์วางแผนวงเอาไว้อย่างไร

สครับบ์: เราไม่ได้มีแผนอะไรที่ชัดเจนขนาดนั้นเพราะเราทั้ง 2 คนก็มีงานประจำที่ไม่ใช่งานเพลงกันอยู่แล้ว ซึ่งเรามองว่าสครับบ์มันคือเราทั้ง 2 คน ก็คงทิ้งไปไม่ได้ครับ

ถามถึงซิงเกิลใหม่บ้างเพลง “รู้สึก” มีที่มาที่ไปอย่างไร

สครับบ์: เพลงนี้ก็เป็นซิงเกิลที่ 3 ในอัลบั้มที่จะได้ฟังกันในอนาคต ปัจจุบันเสร็จไปแล้วประมาณ 70-80% ซึ่งปีหน้าทุกคนก็น่าจะได้ฟังกันครับ

ซึ่งทั้ง 3 ซิงเกิลที่ปล่อยออกมาทั้ง ฝน ทุกวัน รู้สึก มันสะท้อนการทำงานและมุมมองของเราในตอนนี้ครับ เชื่อว่าใครที่ได้ฟังทั้ง 3 เพลงนี้แล้วจะต้องสัมผัสได้ว่าแต่ละเพลงมีความเป็นสครับบ์อยู่น่ะ แต่ก็แอบมีอะไรใหม่ๆบางอย่างมาผสมอยู่หรือบางเพลงอาจจะไม่คุ้นหูไปเลย

ทุกสิ่งที่เราใส่ลงไปในแต่ละเพลงมันสะท้อนมาจากความชอบของเรา หรือสิ่งที่เราอยากทดลองในเพลง ซึ่งในอัลบั้มที่กำลังจะได้ฟังกันนี้ก็จะมีอะไรสนุกๆให้ได้ทดลองกันอย่างแน่นอนต้องคอยติดตามครับ

ในอัลบั้มใหม่นี้มีศิลปินรับเชิญมาร่วมฟีทเจอร์ริ่งบ้างไหม

สครับบ์: ในส่วนของเพลงคงไม่มีครับแต่ในส่วนของการทำงานมีครับ เราทำงานกันมา 2 คนตลอดมันทำให้งานออกมาในรูปแบบเดิมๆซึ่งมันน่าเบื่อเชื่อว่าทุกคนก็เบื่อเราเองก็เบื่อ

ทำให้ทุกๆการทำงานเรามักจะไปดึงเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรามาร่วมงานด้วย อย่างอัลบั้มชุด KID ก็ได้โฟล์ 25 Hours มาเป็นโคโปรดิวเซอร์ให้มันก็ทำให้ในงานชุดนั้นมีสีสัของกีตาร์โปร่งมีความเป็นยุค 70-80 อยู่

ในชุด Clean ก็ได้คุณกล้วย Morning Surfer ซึ่งเป็นวงอินดี้ที่เก่งเรื่อง ซาวด์ มาช่วยให้งานมีสีสันมากขึ้น

มาถึงชุดนี้ได้น้องปกป้อง กับต้องตา 2 พี่น้องจาก Gym&Swim และ Plastic Plastic ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเราเลย ในการทำงานมันก็เลยมักจะมีคำถามที่เกิดขึ้นว่า ทำไมไม่ลองทำแบบนี้บ้างละ อย่างนี้จะดีกว่าไหม มันทำให้เกิดอะไรใหม่ๆขึ้นมาจากมุมมองของคนอื่นทำให้งานที่ออกมาไม่น่าเบื่อครับ

สุดท้ายก็ขอฝากทุกคนติดตามทั้ง 3 ซิงเกิลของพวกเราด้วย และที่สำคัญอีกไม่กี่อึดใจก็จะได้ฟังอัลบั้มเต็มชุดล่าสุดของพวกเรากันแล้วรับรองว่ามีสีสันอะไรใหม่ๆให้ทุกคนตื่นเต้นกันอย่างแน่นอน

ฟังเลย 3 เพลงใหม่ล่าสุดจาก 2 นักร้องสุดแนว Scrubb

รวมเพลงฮิตจาก Scrubb

สัมภาษณ์โดย Pixies Chic และวิสิทธิ์ ถิระโสภณ เรียบเรียงโดย JOOX