ฟังแล้ว น้ำลายสอ : ชิมแกงเนื้อของ จรัล มโนเพ็ชร

ฟังแล้ว น้ำลายสอ : ชิมแกงเนื้อของ จรัล มโนเพ็ชร

แกงเนื้อ - จรัล มโนเพ็ชร

จริงอยู่... หากเอ่ยชื่อ จรัล มโนเพ็ชร ขึ้นมาคราใด คนรุ่นพ่อรุ่นแม่อาจแอบยิ้มที่มุมปากเมื่อคิดถึงบทเพลงกำเมืองม่วนๆ คนวัยทำงานอาจพอกระดิกหูและคุ้นชื่อเพลงดังอย่าง พี่สาวครับ สาวมอเตอร์ไซค์ รางวัลแด่คนช่างฝัน และ บ้านบนดอย ที่ได้กลายเป็นเพลงฮิตประจำกลุ่มชาวค่ายทุกรั้วมหาวิทยาลัย ในขณะที่เด็กน้อยวัยละอ่อนต่อนแต่นอาจได้แต่เอียงคอสงสัยว่าลุงคนนี้เป็นใครหนอ?

จรัล มโนเพ็ชร ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่โดดเด่นทั้งในช่วงกาลที่เขามีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้ใครจะเกิดไม่ทัน แต่ก็ยังกลับไปหาฟังได้ ไม่ถือว่าเชยหรือล้าสมัย เอกลักษณ์ของศิลปินผู้นี้ คือการหยิบยกเอาภาษาเหนือมาเรียงร้อยลงในบทเพลงฟังที่ตั้งอยู่บนท่วงทำนองที่ฟังสบาย แต่ไม่เอื่อยเฉื่อยจนหนังตาปิด

โดยเฉพาะคนภาคกลางอย่างเรา จะนั่งฟังโดยปล่อยบทเพลงให้ไหลไปเลยตามเลยก็เห็นทีจะไม่ได้ เพราะเพลงของจรัล มโนเพ็ชร มักมีคำแปลกให้สะดุดหู สร้างความน่าสนใจในบทเพลงอยู่เสมอ จนไม่น่าแปลกใจที่เขาจะได้ชื่อว่าเป็น “ราชาโฟล์คซองคำเมือง”

ในช่วงเวลากว่า 25 ปีในวงการดนตรี จรัล มโนเพ็ชร ได้แต่งเพลงไว้กว่า 200 เพลง แม้ “แกงเนื้อ” จะไม่ได้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่ว แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในบทเพลงที่น่าฟังอย่างยิ่ง โดยเนื้อหาหลักใหญ่ของเพลง เป็นการตั้งคำถามแบบทีเล่นทีจริงว่าแกงเนื้อน่าอร่อยนี้ เป็นเนื้ออะไรกัน ควายหรือเปล่าหนา โดยแอบแฝงการแอ่วแอ๊วเอินสาวอย่างน่ารัก ฟังแล้วสร้างมโนภาพหนุ่มรุ่นกระทงไปเดินตลาด ทักทายแม่ค้าสาว โดยมีกลิ่นหอมฉุยของอาหารเหนือเคล้าคลอกันไปตลอดเพลง

หากใครชอบอาหารเหนือรสละมุนที่แฝงความเผ็ดแต่ทว่าได้รสกลมกล่อม เพลงแกงเนื้อของจรัล มโนเพ็ชร ก็ถือเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ควรค่าแก่การหยิบยกขึ้นมาประกอบบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร นอกจากชื่อเพลงจะน่าอร่อย ยังสามารถสร้างความผ่อนคลายสบายท้องขณะรับประทาน ดังนั้น หากได้เวลากิ๋นข้าวกันเมื่อใด อย่าลืมลองเปิดฟังดูนะเจ้า