นั่งคุยกับ กิจ-กิจจาศักดิ์ โปรดิวเซอร์ประจำตัวของ สิงโต นำโชค

นั่งคุยกับ กิจ-กิจจาศักดิ์ โปรดิวเซอร์ประจำตัวของ สิงโต นำโชค

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม วันที่สภาพอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่มีทางที่จะรู้เลยว่าจะร้อนหรือจะฝน ซึ่งในวันนั้นเราเดินทางไปคุยกับบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการดนตรีและมีบทบาทเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินชื่อดังอย่าง สิงโต นำโชค ตั้งแต่อัลบั้มที่หนึ่งจนถึงปัจจุบันอย่าง กิจ-กิจจาศักดิ์ ตริยานนท์ โดยเราจะนั่งคุยกับเขาทั้งเรื่องส่วนตัวและการทำงานรวมถึงข่าวคราวอัลบั้มที่สามของสิงโต นำโชค เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีแนวคิดและวิธีการทำงานที่น่าสนใจมาก อยากให้ชาว JOOX อ่านให้จบจริง ๆ นะ

ประมาณห้าโมงเย็น ถึง ณ Pollen Sound Studio สตูดิโอทำงานส่วนตัวของพี่กิจ ไม่รอช้าพี่แกก็ต้อนรับเราอย่างดีด้วยชาคุณภาพที่ชงจากน้ำอุณหภูมิของห้อง เป็นการผ่อนคลายจากการเดินทางฝ่ารถติดก่อนที่จะเริ่มการสัมภาษณ์

อยากให้แนะนำตัวซักเล็กน้อยครับ

กิจ: สวัสดีครับ ผมชื่อกิจ โมโนโทน หรือว่า กิจจ๊าซ หรือชื่อจริงของเรา กิจจาศักดิ์ ตริยานนท์ ที่ผ่านมาเราทำงานในฐานะนักแต่งเพลง, นักทำเพลง ส่วนตอนนี้เป็นโปรดิวเซอร์ทำศิลปินต่างๆของตัวเองภายใต้ชื่อทีม Pollen Sound ครับ

ก่อนที่จะมาทำโปรดิวเซอร์ ทำอะไรมาก่อนหน้านี้ครับ

กิจ: ก่อนหน้านี้ประมาณปี 2545 ตอนนั้นเรียนจบพอดี เริ่มก่อตั้งโมโนโทนกับเพื่อน ๆ ที่เจอกันในอินเตอร์เน็ต หลังจากนั้นเราก็ทำงานเองกับเพื่อนมาตลอด กลายเป็นว่าเราก็ทำเพลงโดยที่เราไม่เคยไปอยู่ภายใต้บริษัทอื่น เราทำกันเป็นทีมว่ากันง่าย ๆ มันก็เหมือนสตาร์ทอัพในยุคนี้เลยเนี่ย พยายามควบคุมการผลิตเอง แต่ก็มีที่เราไปร่วมโปรเจคท์กับค่ายอื่น ๆ ด้วยนะ นี่คือสิ่งที่เราทำในตอนนั้น

พูดถึงสไตล์การทำงานของตัวเองหน่อยฮะ

กิจ: ด้วยความที่เราเคยชินการทำงานกับเพื่อน ๆ เพราะฉะนั้นเนี่ย เราชอบวิธีการทำงานแบบสนุกสนานเฮฮา ทำงานเหมือนกับเล่นสนุกไปพร้อม ๆ กัน คือเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญของตัวการทำงานเราเลย เพราะความรู้สึก เช่นการร้อง การเล่น การคิดงานออกมาเนี้ย ถ้าบรรยากาศมันสนุกอ่ะ ความสนุกมันจะเข้าไปในงานด้วย คือความรู้สึกดีอ่ะ มันเข้าไปในงานแล้วคนจะรู้สึกด้วย โดยที่บางทีคนฟังอาจจะอธิบายมันไม่ได้ว่าทำไมแต่ฟังแล้วรู้สึกดี เพราะฉะนั้นเนี่ยสไตล์การทำงานของเราคือ...

“ทำยังไงก็ได้ให้สนุก ถ้าไม่สนุกอย่าเพิ่งรีบทำงาน”

แล้วเพลงที่ฟังมีผลต่อการทำเพลงมากน้อยแค่ไหนครับ

กิจ: เวลาเราคิดงานเนี่ย เราจะค่อนข้างคิดภาพจินตนาการ คือเราเริ่มจากการที่เราเป็นนักดนตรีไง ก่อนหน้านี้ทำงานเราชอบคิดว่าอยากใส่เครื่องดนตรีอะไรตรงไหนเราก็ใส่เลย แต่ตอนเนี้ย พอเรามาเริ่มโปรดิวซ์งานศิลปินของเราเอง ในฐานะที่เราเป็นผู้เรียบเรียง เราไม่ได้คิดแค่เรื่องของเครื่องดนตรีเพียงอย่างเดียวละ เราจะคิดเป็นภาพ

การที่เราได้ฟังเพลงในแนวที่เราชอบ เพลงใหม่ๆ หรือเพลงประกอบหนัง มันเป็นเพลงที่มาพร้อมกับภาพ เวลาเราคิดเพลงเนี้ยเราก็จะคิดว่า เออ ถ้าเราจะทำเพลงแบบนี้ออกมา แล้วฉากแบบไหนที่เพลงของเรากำลังประกอบอยู่ เราก็จะเอาไอเดียพวกเนี้ย มาจากเพลงต่าง ๆ ที่เราฟัง เอามาลองฝึกทำ และดูว่ามันช่วยจินตนาการเราไปในทางนั้นหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็จะเอามาผสมกับการทำงานในเพลงป๊อบ

ช่วยแชร์ความสนุกของงานโปรดิวเซอร์หน่อยสิครับ

กิจ: เราว่าความสนุกมันคือการได้ดึงศักยภาพของแต่ละคนที่เราชวนมาร่วมงาน ซึ่งเรามีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงานกับคนที่แบบเก่งและสุดยอดทุกอย่าง แต่ละคนมันมีข้อดีข้อด้อยของตัวเอง ถ้าสมมุติว่าเรามาพยายามผลักให้ทุกคนต้องดีทุกอย่าง เราว่ามันจะเหนื่อยไป มันเป็นไปไม่ได้อ่ะ ที่อยู่ดี ๆ จะเอาคนมาทำทุกอย่างให้เจ๋งสุดยอด

บางทีเราก็ไม่ได้มองเขาแค่ตอนเล่นดนตรีนะ เรามองตอนที่เราคุยกันเอง ตอนทำงาน ตอนกินข้าว มันจะทำให้เราเห็นบางอย่างของแต่ละคน และเราสามารถดึงมันออกมาใช้ในการทำงานได้ ซึ่งเราว่าตรงนี้มันเป็นเรื่องสนุกในการทำงาน

จุดเริ่มต้นการทำงานร่วมกับสิงโต นำโชคล่ะครับ

กิจ: เริ่มจากพี่สาวเรากับเพื่อนเขาไปเปิดร้านกาแฟกันที่ภูเก็ต สิงโตกับเพื่อนเขาอ่ะ ชอบมานั่งเล่นที่ร้าน แล้วสิงโตชอบไปกินเอสเปรสโซ่และยืมกีต้าร์พี่เราแล้วก็นั่งซ้อมก่อนไปเล่นกลางคืน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสนิทกัน เจอกันเรื่อย ๆ พี่สาวเราก็ไปดูสิงโตเล่น และเขาก็รู้สึกคนนี้เก่งและนิสัยดี น่าร่วมงานด้วย ก็เลยชวนสิงโตมาร่วมงานด้วยที่กรุงเทพฯ

อยากรู้จัง ประทับใจอะไรในตัวของสิงโต

กิจ: เราว่าเราให้เรื่องเด่น ๆ สองเรื่องเลย อย่างแรกคือเรื่อง วิสัยทัศน์ คือสิงโตเป็นคนที่คิดตลอดว่าสิ่งที่เขามีตอนนี้เขาทำอะไรได้ เหมือนเห็นตัวเองในอนาคตว่าไปเป็นแบบไหนได้ หลาย ๆ คนมีความคิดว่าอยากเป็นนั่นนี่แต่ว่าคิดเฉย ๆ ไม่คิดว่าจะไปยังไง แต่สิงโตเป็นคนที่คิดเลยว่าถ้าเขาจะไปอยู่ ณ จุดนั้นเนี่ย เขาต้องมี Skill อะไรบ้าง เขาต้องไปฝึกอะไร และเขาก็ไปฝึกจริงๆ

อย่างที่สองคือความ ขยัน เขาไม่ใช่คนที่บ้าพลังฝึกเจ็ดถึงแปดชั่วโมงต่อวัน เขาเป็นคนที่แบบว่าสามารถซ้อมเพลงเพียงแค่สามรอบก็เจ๋งมากเลย เพราะเหมือนกับความขยันมันอยู่ในหัวของเขา คือเขาคิดจนมันทะลุอ่ะ ที่เราเห็นว่าเขาเล่นดี ร้องดี จริง ๆ เขาซ้อมในหัวเยอะมาก ภายนอกอาจจะดูเหมือนเขาชิว แต่จริง ๆ ในหัวเขาคิดพวกนี้อย่างละเอียดเลย

ย้อนกลับไปที่ 2 อัลบั้มก่อนหน้านี้ อยากแนะนำเพลงไหนของสิงโตให้ชาว JOOX ได้ฟังเป็นพิเศษมั้ยครับ

กิจ: โดยส่วนตัวเราชอบเพลงนี้มาก มันเป็นซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกไปด้วย มีคนฟังเยอะพอสมควรเลยนะ ชื่อเพลงว่า “ฉันจะมีเธออยู่” ในอัลบั้ม Lucky ที่เราประทับใจเลยคือ เราฟังเพลงนี้แล้วเราชอบมาก ตอนแรกสิงโตแต่งมาก็แบบเรียบ ๆ สิงโตไปแต่งกับพี่ตั้ม Monotone แล้วเขาอินกับความหมายกัน สมมุติว่ามีคนนึงตายไป เราก็จะรู้แหละวันนึงก็ต้องเกิดอ่ะ แต่ว่าเราก็จะจำสิ่งดี ๆ ไว้ เรารู้สึกดีมากเลยที่มันมีเพลงป๊อบแบบนี้ ตอนแรกสิงโตจะเอาไม่เอาลงอัลบั้ม แต่เราขอไว้ (หัวเราะ) เราชอบมาก เราเลยขอทำให้มันเป็นอารมณ์ที่เราอยากเล่าเรื่อง

เดินทางมาถึงอัลบั้มที่สาม ในอัลบั้มนี้มีอะไรใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์คนฟังบ้าง

กิจ: ตอนนี้เป็นช่วงที่คนตกใจมาก เพราะบอกว่าจะทำอัลบั้มใหม่เมื่อสามปีที่แล้ว แล้วตอนนี้ยังไม่ออกเลย (เราและพี่กิจหัวเราะพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย) คือตอนนี้ไม่ได้เป็นช่วงที่เร่งทำ แต่เริ่มวางแผนละนะ อันนี้เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่โผล่ขึ้นมาชัดเจนมาก นั่นก็คือ “Just Have Fun With It” ในอัลบั้มแรกเราก็ทำแบบลอย ๆ ชิว ๆ อัลบั้มที่สองก็มีสไตล์ใหม่ ๆ ที่สิงโตเล่นแล้วเวิร์ค แล้วพออัลบั้มสามเราก็นั่งคิดเยอะไป เราก็เลยเปลี่ยนวิธีการคิดการทำงานเลยนั่นก็คือ ทำอะไรก็ได้ให้สนุก พวกเราคนทำเพลงสนุกกันเอง นี่คือคอนเซ็ปต์ตอนนี้ ปล่อยออกไปแล้วสามเพลงใหม่ก็จะเห็นได้ว่าสไตล์ไม่ซ้ำเลยซักเพลง

พูดถึงเพลงใหม่อย่าง R U OK (เช็ด) มีการแร็พเข้ามาในเพลงด้วยใช่มั้ยครับ

กิจ: คือการแร็พอันนี้เป็นไอเดียของสิงโตเองเลย แต่การแร็พเนี่ยไม่ใช่เรื่องใหม่ของสิงโต เขาไม่ได้เป็นแร็พเปอร์อะไรที่ไหนนะ แต่ว่าสิงโตเป็นคนชอบแร็พอยู่แล้ว เวลาออกไปทำงาน ออกไปเล่นคอนเสิร์ตกัน หลังเล่นดนตรีเนี่ย สิ่งนึงที่เราชอบทำคือนั่งร้านที่เปิดเพลงบีทแบบชิว ๆ แล้วเราจะคุยกันประหนึ่งเหมือนแร็พบนบีทนั้น แล้วสิงโตก็จะแร็พ Non-Stop คุยกับทุกคนเป็นแร็พตลอด คุยกันเองสนุก ๆ แต่ยังไม่เคยเอามาทำเพลง สิงโตก็คิดว่ามันน่าสนุกดีเลยเอามาทำเพลงดีกว่า เลยเขียนเนื้อขึ้นมา โดยได้พี่โจอี้ บอย มาช่วยเขียนบางส่วนด้วย

เราจะได้ฟังอัลบั้มที่สามกันเมื่อไหร่ครับ

กิจ: คาดว่าปีหน้าครับ อันนี้ที่ประเมินไว้นะ

สุดท้ายอยากให้พี่กิจฝากถึงชาว JOOX ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ครับ

กิจ: เรามีความรู้สึกว่าการที่มี JOOX ที่เป็นศูนย์รวมเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับวงการเพลง มันช่วยวงการไว้ได้เยอะมากเลย เพราะเมื่อก่อนเราก็ต้องไปตามหาอ่านเองจากหลาย ๆ แหล่งนะ เราว่ามันทำให้วงการเพลงกลับมาคึกคักอีกรอบ ต่างจากเมื่อก่อนมันมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งแนวเยอะเกินไป จริง ๆ แล้ววงการดนตรีมีอะไรน่าสนใจเยอะ ถ้าคนช่วยชักชวนไปดูไปเห็น มันจะทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น เราอยากเห็นคนจับมือกันของทุกคนในวงการโดยไม่มีการแบ่งแยกครับ

ขอขอบคุณพี่กิจที่เสิร์ฟชาชั้นดีและสละเวลามานั่งคุยกับเราครับ และขอขอบคุณภาพประกอบจาก FB/ Singto Numchok สิงโต นำโชค