Davichi เจ้าแม่เพลง Ballad แห่งเกาหลี

Davichi เจ้าแม่เพลง Ballad แห่งเกาหลี

ในบรรดาแนวเพลงที่ได้รับความนิยมเหนือกาลเวลาของเกาหลี เราคงต้องยกให้กับแนวเพลง Ballad

อาจเพราะมีสื่อหลายแขนงส่งเสริมให้แนวเพลงนี้ได้รับความนิยมอยู่เสมอๆ ทั้ง ภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลงประกอบโฆษณา เนื่องจากความนิยมของแนวเพลงนี้ ทำให้ในแต่ละยุคจะมีศิลปินหลายเบอร์ที่มาพร้อมกับฉายา ตัวพ่อตัวแม่หรือเจ้าพ่อเจ้าแม่เพลง Ballad ผ่านตาเรา

มาในยุคนี้ เมื่อมองไปในชาร์ตเพลงและผลงานที่ได้รับการยอมรับ สื่อมวลชนและคนในแวดวงอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีต่างยกให้ Davichi เป็นศิลปินดูโอ้หญิงที่ขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่เพลงในแนว Ballad ของทศวรรษ บทความนี้จึงขอเล่าประวัติและผลงานของสองสาวให้คอเพลงเกาหลีได้รู้จักพวกเธอกันมากยิ่งขึ้น

จุดเริ่มต้นที่แสนประหลาด

วง Davichi ประกอบด้วยสมาชิกสองคน คนแรกคือ ลีเฮริ เสียงหลักของวง เธอเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในพลังเสียงของตนเอง แต่ไม่มั่นใจในหน้าตาของตัวเองเลย

อาจเพราะในช่วงเวลาที่เธอเริ่มทำงานในเส้นทางสายดนตรี ไอดอลหญิงของเกาหลีมีภาพลักษณ์ที่สวยสดงดงามราวกับทุ่งดอกไม้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างและกลายเป็นไอดอลสาวที่น่าจับตามอง คือพลังเสียงที่สุดยอดและหาใครเทียบได้ยาก เรนจ์เสียงที่กว้างและเต็มไปด้วยเทคนิคที่แพรวพราวจากการที่เธอศึกษาด้านการดนตรีโดยตรง ทำให้เธอมีเทคนิคในการใช้เสียงที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของวงการเพลงเกาหลี

สมาชิกคนที่สองของวง คือ คัง มินคยอง อดีตเน็ตไอดอลชื่อดัง

เธอเป็นวัยรุ่นที่ได้รับความนิยมในเว็บบอร์ดทั่วเกาหลีมาก่อนจะเริ่มทำงานในวงการเพลง ด้วยหน้าตาที่สวยเตะตา ทำให้แมวมองของค่ายเพลงเลือกเธอเข้ามาฝึกเพื่อเป็นศิลปิน แต่แล้วพรสวรรค์ที่หลายคนมองข้ามอย่างการร้องเพลงก็ค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมา

ถ้าลีเฮริ ผู้เปรียบเสมือนพี่สาวในวงคือเสียงหลักที่โชว์เทคนิคต่างๆในเพลง คัง มินคยองก็คือเสียงสนับสนุนที่เต็มไปด้วยความลุ่มลึกและเป็นเสียงที่สร้างมิติให้กับเพลงของ Davichi ได้อย่างลงตัว

เริ่มแรกสองสาว Davichi เป็นศิลปินในสังกัด CCM ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นค่ายที่ขื้นชื่อเรื่องของศิลปินบัลลาดจากการที่มีนักร้องในค่ายอย่าง SeeYa , SG Wannabe ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินแนวบัลลาดที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของเกาหลีในช่วงเวลานั้น

ในปี 2008 – 2009 เป็นช่วงเริ่มต้นของสองสาวที่ได้รับการส่งไม้ต่อจากศิลปินรุ่นพี่ในค่าย เพราะท่ามกลางไอดอลชายและหญิงที่มีภาพลักษณ์สดใส จู่ๆ สองสาวที่อายุน้อยและยังมีภาพลักษณ์วัยรุ่นก็ได้ถือไมค์และร้องเพลงในแนวที่ขัดกับภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นอย่างมาก

เพลงที่แจ้งเกิดของเธอทั้งคู่และทำให้พวกเธอได้รับการยอมรับจากแฟนเพลง คือเพลง 8282 ซึ่งเป็นเพลงที่โค่นแชมป์เพลง Gee ของสาวๆ SNSD บนชาร์ตได้สำเร็จ เรียกได้ว่าบนหน้าข่าวในช่วงเวลานั้นต่างพูดถึงวง Davichi เป็นเสียงเดียวกันเลยทีเดียว

ผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดัง รวมทั้งผู้ชนะในการแข่งขันประกวดร้องเพลงตามรายการต่างๆ

ตั้งแต่ก้าวย่างเข้ามาในวงการเพลง ดูเหมือนสองสาวจะได้รับบทบาทที่แตกต่างจากการอยู่บนเวทีเสมอๆ นั่นก็คือบทบาทของนักร้องเพลงประกอบภาพยนตร์และซีรีส์ แถมยังเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ที่กวาดเรตติ้งไปอย่างงดงาม ตั้งแต่เริ่มต้นในเส้นทางดนตรี พวกเธอทั้งสองได้ร้องเพลงประกอบให้กับซีรีส์อย่าง My Fair Lady , Big , Iris II , It’s Okay , That’s Love และซีรีส์ชื่อดังอย่าง Descendants of The Sun

นอกจากการการทำงานให้กับภาพยนตร์และซีรีส์ สองสาวยังขยันฝึกลับฝีมือของตัวเองด้วยการลงสนามแข่งในรายการประกวดต่างๆ ของทุกสถานีโทรทัศน์ในเกาหลี รายการที่พวกเธอได้เข้าร่วมแข่งต่างเป็นรายการที่รวมนักร้องจากหลากหลายแนวและต่างเป็นรายการที่ขึ้นชื่อเรื่องของความยากและความโหดของกรรมการ เช่น รายการ Immortal Songs , Duet Song Festival และ King of Mask Singer (หน้ากากนักร้องของเกาหลี ) ซึ่งพวกเธอทั้งคู่ต่างก็ได้รับการยอมรับและในบางรายการก็สามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 มาครองได้สำเร็จเลยทีเดียว รวมทั้งรายการหน้ากากนักร้องที่สาวลีเฮริ สามารถเป็นแชมป์ของรายการได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ความเปลี่ยนแปลงที่ยกระดับ

ทุกสรรพสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง คือสัจธรรมที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกวงการ

ตัวสองสาว Davichi ก็ต้องพบเจอสัจธรรมนี้ ในปี 2014 สัญญาของพวกเธอกับค่ายเก่าได้หมดลง ขณะนั้นสื่อมวลชนหลายสำนักต่างคาดการณ์ถึงอนาคตของพวกเธอทั้งสองอย่างมากมาย ทั้งการแยกวงไปทำงานโซโล่เดี่ยว การต่อสัญญากับค่ายเดิมซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อย หรือสองสาวยังยึดมั่นกับวงและหาค่ายใหม่ที่พร้อมจะเดินหน้าไปกับพวกเธอได้ และทางเลือกนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเธอทั้งสองคน

ค่ายใหม่ของ Davichi คือค่าย CJ E&M ซึ่งเป็นค่ายที่อาจจะไม่คุ้นหูคอเพลงเกาหลีในไทยมากนัก แต่ที่เกาหลี ค่ายนี้เป็นค่ายจัดจำหน่ายงานเพลงประกอบภาพยนตร์และซีรีส์ที่ดังเป็นอันดับต้นๆ ของเกาหลี มีทีมทำเพลงที่ฝีมือฉกาจหลายต่อหลายคนและเป็นทีมทำเพลงที่มักได้รับความไว้วางใจจากผู้สร้างหนังและซีรีส์หลายๆ เรื่อง

การที่สองสาว Davichi ได้เซ็นต์สัญญาและเริ่มต้นใหม่กับค่ายนี้ ทำให้สื่อมวลชนต่างคาดการณ์ถึงการยกระดับพวกเธอทั้งคู่ให้ขึ้นไปยืนอยู่บนแถวหน้าของวงการเพลงในบัลลาดและเพลงประกอบหนังและซีรีส์ที่มีกำลังซื้อมากที่สุดในวงการบันเทิงเกาหลีเลยทีเดียว

จากการย้ายเข้าค่ายใหม่ของทั้งสอง สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแนวเพลงของพวกเธอทั้งคู่ที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะยังคงมีรากของความเป็นนักร้องในแนว Ballad อยู่ หากแต่โปรดิวเซอร์และพวกเธอ ต่างสร้างสรรค์งานให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ผลงานอัลบั้มกับค่ายใหม่ของสองสาว อย่าง Davichi Hug , 50 x Half ต่างเป็นผลงานที่ใส่ลูกเล่นใหม่ๆ เข้าไปได้อย่างลงตัว

จากแนว Ballad ที่มีกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์นป๊อบ สู่ Ballad ที่มีความเป็น Soul R&B ที่จัดจ้าน เทคนิคการร้องของพวกเธอก็เปลี่ยนแปลงไป จากนักร้องที่ใช้เทคนิคนำอารมณ์ พวกเธอทั้งคู่สามารถทำให้คนดูรับรู้ถึงอินเนอร์ในเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับเรื่องราวในเพลงที่ดูโตขึ้น จากแต่ก่อนที่เมื่อใดก็ตามที่เราเปิดเพลงของพวกเธอฟังจะรู้สึกถึงความฟูมฟายอยู่บ้าง

เมื่อเปลี่ยนค่ายเปลี่ยนทีมทำเพลง วิธีการเล่าเรื่องในเพลงของพวกเธอดูคล้ายกับผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาได้สักพัก มีความเข้าอกเข้าใจถึงความรัก การจากลา หรือแม้กระทั่งความสุขที่สมวัย และเพราะลูกเล่นทางดนตรีที่หลากหลายทำให้พวกเธอทั้งคู่ได้แฟนเพลงเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย พร้อมกับที่แฟนคลับที่ติดตามพวกเธอตั้งแต่แรกก็ยังคงเหนียวแน่นไม่เปลี่ยนแปลง

จะเห็นได้ว่า ถึงแม้เพลงในแนว Ballad จะเป็นแนวเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเกาหลี แต่ศิลปินต่างก็ต้องการเติมหรือเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ให้แตกต่างขึ้นไปจากที่เป็นอยู่ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ศิลปินเริ่มย่ำอยู่กับที่ ผลที่ตามมามักไม่สวยหรูอย่างที่คิด นับว่าสองสาว Davichi เป็นศิลปินที่ยังเคารพในความเป็นตัวเองและยังมีความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการให้เพลงที่พวกเธอร้องได้มีความหลากหลายในแง่มุมต่างๆ สมกับฉายาที่สื่อมวลชนยกให้นั่นก็คือ เจ้าแม่เพลง Ballad ในทศวรรษนี้จริงๆ