ฟังเลย!“คงไม่ทัน” ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก “ใบหม่อน พิมพ์วลัญช์” สาวมั่นเสียงทรงพลัง

ฟังเลย!“คงไม่ทัน” ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก “ใบหม่อน พิมพ์วลัญช์” สาวมั่นเสียงทรงพลัง

เรียกว่าส่งความรู้สึกกันอย่างต่อเนื่องกับโปรเจค “Love Status” (เพลงรัก...ที่ไม่รัก) ที่ดึงเอาเพลงฮิต ความหมายดี โดนใจหนุ่มสาว ที่บางท่อนบาดใจ ใครหลายๆ คน อดใจไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาตั้ง Status ทางโซเชียล

วันนี้เพลงฮิตในอดีตกลับมาดังอีกครั้ง หลังเปิดตัวน้องใหม่แกะกล่องในนาม “1991” (Nineteen Ninety One) อย่างใบหม่อน พิมพ์วลัญช์ ศรีเมือง จากค่าย I AM สาวสวยเสียงทรงพลัง ไม่แพ้เจ้าของเพลง “คงไม่ทัน” อย่างหนุ่มสงกรานต์ รังสรรค์ ที่เคยร้องไว้ ซึ่งวันนี้เธอจะมาถ่ายทอดบทเพลงนี้ในมุมมองใหม่สไตล์ Rock ตามแบบฉบับของเธอเอง ไปลองฟังเพลงนี้กันเลย ...

ด้านมุมมองของเธอกับเพลงนี้จะเป็นอย่างไร ไปฟังเจ้าตัวเล่ากันเลย

“สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวก่อนเลย “ใบหม่อน” ก็เป็นน้องใหม่จากค่าย I AM และนี่เป็นการทำเพลงครั้งแรกในชีวิตก็ตื่นเต้นมาก ๆ ก็ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านมากๆ ที่ให้โอกาส ซึ่งตอนแรกพอได้รับโจทย์เพลง “คงไม่ทัน” ก็ดีใจนะค่ะ เพราะเพลงนี้ดังยอดวิวสองร้อยกว่าล้านวิวเยอะมาก ๆ เลย

ที่สำคัญพี่สงกรานต์ร้องนี้เอาไว้ดีมาก สามารถถ่ายทอดอารมณ์ให้คนฟังได้อินไปตามๆ กัน ส่วนตัวก็แอบมีกังวลเหมือนกัน แต่โชคดีที่พี่ๆ ทีมงาน เป็นกำลังใจให้ และบอกให้เราถ่ายทอดออกในมุมมองของตัวเราเอง ให้คิดว่าหากเจอเหตุการณ์แบบในเพลงนี้จะทำอย่างไร

จริงๆ แล้วตัวใบหม่อนก็เคยวาดฝันไว้เหมือนกันนะคะ ว่าถ้ามีความรักก็คงมองอนาคตชีวิตคู่เอาไว้อย่างสวยงาม แต่เมื่อวันหนึ่งผู้ชายคนที่เรารักนั้นเดินจากเราไป ปล่อยเราไว้เพียงลำพัง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทุกอย่างที่ผ่านมามันก็จะกลายเป็นอดีต

แน่นอนนาฬิกาไม่เดินย้อนกลับ เขาก็มีทางเดินของเขา เราก็ยังเดินต่อไป สุดท้ายแล้วต่อให้เราหวนมาเจอกันก็ “คงไม่ทัน” ที่จะกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน (ยิ้ม)

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนจะเริ่มเข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่รอเวลารักษาบาดแผลใจ ซึ่งในด้านการร้องน้ำเสียงในมุมผู้หญิงค่อนข้างจะมีมิติความเจ็บปวด เพลงนี้ก็เลยไม่ทิ้งความร็อค ยังคงมีกลิ่นอายผสมผสานในเพลงบวกกับน้ำเสียงที่แข็งแกร่ง แต่มีความอ่อนโยนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะฟังง่ายขึ้น น่าโดนใจสาว ๆ แน่นอน ก็ขอฝากอีกหนึ่งความตั้งใจ และเป็นกำลังใจให้น้องใหม่คนนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก I AM และFacebook: Baimohn Phimwalun