TAEYEON – My Voice : จาก SNSD สู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว

TAEYEON – My Voice : จาก SNSD สู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว

อุตสาหกรรมเพลงเกาหลีในยุคปัจจุบัน อาจเต็มไปด้วยบรรดานักร้องและศิลปินมากมาย แต่ส่วนใหญ่มักเป็นภาพของศิลปินกลุ่ม ไม่ใช่ศิลปินเดี่ยว และดูเหมือนว่าภาพของศิลปินเดี่ยวในสายตาของคนฟังเพลงเกาหลีจะพร่าเลือนไปมากทีเดียว ถ้าจะย้อนความทรงจำ หลายคนคงนึกถึงศิลปินเดี่ยวอย่างโบอา , เรน หรือ สาวไอยู เป็นต้น

มาในยุคนี้ ค่ายเพลงส่วนใหญ่ของเกาหลีเองก็ดูเหมือนจะประสบปัญหาในการปั้นศิลปินเดี่ยวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการเพลง โดยมากจึงมักเป็นระบบที่ศิลปินเดี่ยวมาจากสมาชิกวงไอดอล ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งต้องการทำงานที่แตกต่างออกไปจากงานของวง และยังมีฐานแฟนเก่าๆ คอยซัพพอร์ต แต่ก็ใช่ว่าโมเดลนี้จะประสบความสำเร็จกับทุกวงทุกคน มีเพียงนับนิ้วได้ที่เมื่อออกงานในฐานะศิลปินเดี่ยวแล้วยังสร้างชื่อ สร้างฐานแฟนใหม่ๆ และยังมีฐานแฟนเก่าคอยสนับสนุน และเราขอจัดสาว Taeyeon อยู่ในกลุ่มนี้

จุดเริ่มต้น

ถ้าถามแฟนคลับของวง SNSD เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า สาว Taeyeon เป็นไอดอลที่มีงานเดี่ยวมาอย่างมากมายก่อนจะมาทำงานโซโล่ ตั้งแต่เพลงประกอบซีรีส์ชื่อดังอย่างเพลง If ซึ่งประกอบซีรีส์ Hong Gildong หรือเพลง Can You Hear Me ซึ่งประกอบซีรีส์ Beethoven Virus

แน่นอนว่าจากการทำงานในฐานะนักร้องไอดอลที่มาร้องเพลงประกอบซีรีส์ ได้สร้างจุดเด่นทำให้เสียงร้องของเธอได้รับการพูดถึงจากเหล่าคนทำงานเบื้องหลังเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะเมื่อใดที่มีการจัดอันดับไอดอลสาวเสียงทรงพลัง ชื่อของเธอมักจะอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ

สิ่งที่เป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวในเสียงของเธอ คือ น้ำเสียงที่มีอินเนอร์ เทคนิคที่แพรวพราว และเรนจ์เสียงที่กว้าง ทำให้เมื่อใดก็ตามที่เธอเปิดปากร้องเพลง เพลงต่างๆ เหล่านั้นเหมือนเกิดมาเพื่อเธอจริงๆ

ก้าวที่ตามมากับการทำงานที่แตกต่าง

ภาพลักษณ์ของวง SNSD เป็นภาพลักษณ์ที่ถ้าใครจำได้ มักจะเป็นวงที่สมาชิกมักใส่ชุดที่มีฟอร์มเหมือนๆ กัน สมาชิกมีเอกลักษณ์แต่นำเสนอภาพของความเป็นผู้หญิงแบบลุคสาวข้างบ้านที่ใครเห็นต่างก็ตกหลุมรัก แต่เมื่อทางต้นสังกัดประกาศถึงการทำงานในฐานะของศิลปินเดี่ยวของสาวแทยอน ภาพลักษณ์ที่เราได้เห็นมันจึงต่างออกไป

ปี 2015 เป็นปีที่สาวแทยอนได้เปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยว หลังจากเคยอยู่กับเพื่อนในวง SNSD มาตั้งแต่ปี 2007 ผลงานในฐานะศิลปินเดี่ยวของเธอมีชื่ออัลบั้มและเพลงโปรโมต คือ I

สิ่งที่น่าสนใจและสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับสื่อมวลชนและแฟนเพลง คือ การที่เธอสลัดภาพลักษณ์ที่เคยมีตอนสมัยทำงานในวง SNSD มาเป็นภาพของสาวเซอร์ที่มีความลึกลับในตัวเองสูง การแต่งตัวที่ใช้สไตล์แบบโบฮี่เมี่ยน

เหนือสิ่งอื่นใด แนวเพลงที่เธอเลือกเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวก็น่าสนใจอย่างมาก I เป็นเพลงและมินิอัลบั้มที่มีงานดนตรีในแนว Pop–Rock ผสมอย่างเข้มข้น ขับเน้นด้วยเสียงอันทรงพลัง รวมถึงการใส่ลูกเล่นของการแรพ โดยที่สาวแทยอนได้ร่วมงานกับแรพเปอร์อย่าง Verbal Jint ซึ่งทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่มีส่วนผสมที่กลมกล่อมและขยายฐานแฟนเพลงของสาวแทยอนให้ไปไกลกว่าสมัยอยู่วง SNSD มากโข

การทดลองและการผสมผสานที่แปลกใหม่

เสียงชื่นชมและการตอบรับในมินิอัลบั้มแรกของสาวแทยอน ทำให้ในมินิอัลบั้มต่อมาของเธอในปี 2016 ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก

Why เป็นมินิอัลบั้มลำดับที่ 2 ของสาวแทยอนในฐานะของศิลปินเดี่ยว ก่อนที่จะปล่อยอัลบั้ม ทางค่ายได้ปล่อยเพลงชิมลางอย่าง Starlight ซึ่งสาวแทยอนได้ร่วมงานกับศิลปินหนุ่มมาแรงอย่าง Dean เพลงนี้เป็นเพลงในแนว Pop R&B ที่สาวแทยอนได้เผยเสน่ห์ในเส้นเสียงที่แตกต่างไปจากที่เราเคยฟัง

จากเพลงชิมลางอย่าง Starlight ก็มาถึงช่วงเวลาของเพลงโปรโมทหลักอย่าง Why ซึ่งในครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสเป็นอย่างมากในหมู่คนฟังเพลง เพราะแนวเพลงเป็น EDM ซึ่งไม่ใช่แนวเพลงที่ได้รับความนิยมในเกาหลีเท่าใดนัก เรียกได้ว่าสาวแทยอนและทางต้นสังกัดกล้าหาญมากๆ ในการสร้างฐานแฟนใหม่ๆ ให้กับเธอ

ถึงแม้เมื่อเทียบระหว่าง I กับ Why หลายต่อหลายคนอาจบอกว่าเพลง I เป็นเพลงที่ตีหัวเข้าบ้านและได้รับการตอบรับที่ดีกว่า แต่การทำงานในฐานะศิลปินซึ่งเป็นอาชีพของการสร้างสรรค์ ก็ต้องบอกว่าเพลง Why เป็นการท้าทายครั้งสำคัญของสาวแทยอนเลยทีเดียว

การเติมเต็มที่สมบูรณ์

จากเสียงวิจารณ์ที่หนาหูในอัลบั้ม Why มาในปี 2017 นี้ ดูเหมือนสาวแทยอนและต้นสังกัดจะจับจุดที่ลงตัวในการทำงานเพลงได้อย่างดี เพราะอัลบั้ม My Voice ซึ่งเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของเธอ เป็นการผสมผสานทั้งเสน่ห์ที่คุ้นเคยและความแปลกใหม่ในภาคดนตรีได้อย่างพอดิบพอดี

I Got Love เป็นเพลงชิมลางที่เผยถึงการเติบโตเต็มวัยของสาวแทยอน จากสาวสไตล์น่ารักๆ สู่ความเป็นตัวแม่ที่เผ็ดได้ใจ แถมแนวดนตรีที่ใช้ยังเป็น Pop Dance ที่โชว์ศักยภาพของการร้องและการใช้เสียงของแทยอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนจะมาพีคสุดอีกครั้งกับเพลงโปรโมตอย่าง Fine ซึ่งเป็นเพลงที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความงดงาม งานในภาคดนตรีเป็นการผสมผสานระหว่างแนวดนตรีสไตล์ Soft–Rock กับ Acoustic–Pop ที่มีเมโลดี้ไพเราะและติดหู ด้านเสียงร้องสาวแทยอนก็ไม่ทำให้แฟนเพลงต้องผิดหวัง เพราะเธอมาพร้อมกับเทคนิคการร้องแบบใหม่ การดีไซน์การร้องที่ใช้เสียงขึ้นจมูกนิดๆ และการไฮโน้ตที่ทรงพลังในท่อนที่ต้องการขับเน้นอารมณ์ให้ขึ้นถึงจุดสูงสุดเธอก็ทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยทีเดียว

นอกจาก 2 เพลงข้างต้น เพลงในอัลบั้มที่ติดหูและสามารถตัดเป็นเพลงโปรโมตได้ก็มีอีกเพียบ อาทิ Cover Up , I`m OK , Time Lapse เป็นต้น

จากการลองผิดลองถูกและการกล้าที่จะฉีกจากภาพลักษณ์เดิมๆ ทำให้สาวแทยอนเปลี่ยนผ่านจากไอดอลสาวแสนน่ารักมาเป็นศิลปินหญิงเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จอันดับต้นๆของเกาหลี ยอดขายอัลบั้ม My Voice ที่ทำลายสถิติเป็นอัลบั้มศิลปินหญิงเดี่ยวที่ขายได้มากที่สุดเกิน 1 แสนแผ่น ดูจะเป็นเครื่องการันตีถึงการทำงานที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงและสร้างชื่อให้สาวแทยอน จนได้รับการยอมรับจากคนในอุตสาหกรรมเพลงของเกาหลีและสากลอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ต้องติดตามในก้าวต่อๆไปของเธอ ว่าจะสร้างสถิติอะไรให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกันบ้าง จับตาดูให้ดี!!!

ขอบคุณภาพจาก www.smtown.com