ลองผิดลองถูกจนได้ดี - Baek A yeon นักร้องสาวเสียงเทรนดี้

ลองผิดลองถูกจนได้ดี - Baek A yeon นักร้องสาวเสียงเทรนดี้

คุณ You Hee-yeol' พิธีกรรายการชื่อดังและเจ้าของรายการ You Hee-yeol's Sketchbook ของเกาหลี ซึ่งเป็นรายการโชว์การแสดงสดที่ศิลปินทั่วเกาหลีอยากมีโอกาสได้ไปเยือนสักครั้ง เคยพูดในรายการ Kpop Star ว่า...

ในปัจจุบัน ศิลปินผู้หญิงในเกาหลีที่มีเสียงเทรนดี้ที่สุดคนนึงคือ Baek A yeon

คำว่า “เทรนดี้” ของคุณ ยูฮีฮยอล คืออะไร?

คุณยูฮีฮยอนอธิบายเพิ่มเติมว่า... มันคือเสียงที่โดนใจคนฟังเพลงของเกาหลี โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่น เป็นเสียงที่เมื่อปล่อยเพลงอะไรก็ตาม จะมีคนรออยู่ฟังเสมอ

จุดเริ่มต้นของ Baek A-yeon

Baek A yeon เข้าสู่เส้นทางคนดนตรีเมื่อเธอเข้าร่วมการออดิชั่นเพื่อเฟ้นหานักร้องในรายการ Kpop Star ซีซั่น 1 โดยที่ในขณะนั้นทางรายการได้ออกข่าวถึงกรรมการที่จะมาเป็นผู้สรรหานักร้องว่าเป็นผู้บริหารจากค่ายเพลงขนาดใหญ่ของเกาหลี ประกอบด้วย ปาร์คจินยอง จาก JYP , หยางฮยองซอก จาก YG และสาวโบอา จาก SM

แน่นอน เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป มันได้สร้างกระแสให้กับสื่อมวลชนและเด็กหนุ่มเด็กสาวที่แบกความฝันของการเป็นนักร้องได้อย่างมากมาย รวมถึงสาว Baek A yeon ด้วย

เมื่อ Baek A yeon เข้าร่วมออดิชั่น เธอได้สร้างความประทับใจให้กับกรรมการทั้ง 3 ท่านและผู้ชม ด้วยมาดเด็กสาวเรียบร้อยเล่นเปียโน เสียงใสกังวาน ที่มาพร้อมกับการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงฮิตต่างๆมากมาย จนสุดท้ายเธอก็ยืนระยะในรายการจนคว้าอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ

เป็นศิลปินในสังกัด JYP

เมื่อคว้าอันดับ 3 ได้สำเร็จ ไม่นานหลังจากรายการจบ ทาง JYP ก็ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าทางค่ายได้เซ็นสัญญากับเด็กที่ผ่านการประกวดจากรายการ Kpop Star ทั้งหมด 3 คน คือ Park Jimin ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลชนะเลิศ , Baek A yeon ผู้ที่คว้าอันดับ 3 ในรายการ และ Jae ผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

จากการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในค่ายที่มีชื่อเสียง ทำให้หลายต่อหลายคนต่างคาดหวังถึงความสำเร็จที่ Baek A yeon จะทำให้เกิดขึ้น

ผ่านไปไม่นาน ในปี 2012 ทางต้นสังกัดได้เผยถึงรายละเอียดของอัลบั้มเดบิวท์ที่สาว Baek A yeon กำลังเตรียมปล่อยออกมา เธอจะได้ร่วมงานกับหนุ่มจุนเค สมาชิกวง 2PM และปาร์คจินยอง นักแต่งเพลงและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของค่าย JYP

การเปิดตัวและเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เพลงเปิดตัวของสาว Baek A yeon ในฐานะศิลปิน คือเพลง Sad Song ซึ่งเป็นเพลงในแนวบัลลาดที่ใส่กลิ่นอายของความเป็นร็อคเจือเข้าไปนิดๆ โดยแนวเพลงเป็นแนวที่หลายต่อหลายคนต่างคุ้นหูจากที่สาว Baek A-yeon เคยสร้างสรรค์เมื่อครั้งประกวด แต่ท่ามกลางศิลปินแนวบัลลาดที่มีอยู่มากมายของเกาหลี เพลงเปิดตัวของเธอจึงไม่ใช่อะไรที่สร้างความแปลกใหม่และปรากฏการณ์ได้อย่างที่ควรจะเป็น

จากอัลบั้มเปิดตัว สาว Baek A yeon ก็หายหน้าหายตาไปราวๆ 1 ปีเต็ม ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2013 พร้อมกับเพลงที่ชื่อว่า A Good Boy ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงชนิดที่เรียกว่า 180 องศาเลยทีเดียว

จากศิลปินบัลลาดที่มีความ Dramatic ในเสียงและบทเพลงอย่างเข้มข้น สู่การเป็นศิลปินแนว Pop ที่มาพร้อมภาพลักษณ์สดใสขายความน่ารัก เมื่อเพลงและเอ็มวีถูกปล่อยออกสู่สาธารณะ เสียงวิจารณ์ถึงตัวตนที่หายไปและแนวเพลงที่ไม่คงเส้นคงวา ทำให้เพลง A Good Boy กลับไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร

การบ่มเพาะที่งดงาม

หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ Baek A yeon และต้นสังกัดต่างเห็นพ้องในประเด็นที่ว่า ตัวเธอควรจะได้ไปสั่งสมประสบการณ์ทางด้านดนตรีเพิ่มเติมและค้นหาแนวเพลงที่เหมาะสมและเป็นตัวของตนเองอย่างที่เธออยากจะเป็น แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว เธอก็ไม่ได้ห่างหายจากวงการดนตรีเสียทีเดียว เพราะเธอยังคงไปร่วมร้องเพลงประกอบซีรีส์ชื่อดังมากมายของเกาหลี เช่น When a Man Falls in Love , Angel Eyes และ Fated to Love You ซึ่งแน่นอน จากการได้ทำงานกับบุคคลในหลากหลายสาขาอาชีพและคนทำเพลงที่ไม่ได้จำกัดแค่ในค่ายเดิมของตนเอง ทำให้เธอได้ค้นพบแนวเพลงที่เหมาะสมกับเธอในที่สุด

เมื่อเวลาผ่านไปได้เกือบ 2 ปีเต็ม ทางต้นสังกัดก็ประกาศคัมแบคของสาว Baek A yeon ในเพลงที่ชื่อว่า Shouldn't Have โดยที่เธอมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องด้วย แน่นอนว่าเมื่อเพลงนี้ถูกปล่อยออกมา มันก็ยังไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร และแฟนเพลงหลายคนก็ผิดหวังที่สาว Baek A yeon ไม่ได้กลับไปร้องเพลงในแนวบัลลาดแต่มาในแนวเพลงแบบใหม่ คือ แนว URBAN ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ในขณะนั้น ยังเป็นของใหม่และยังไม่ได้รับความนิยมของเกาหลี

แต่แล้วดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับความโด่งดังของคน

หลังจากปล่อยเพลงไปนานหลายเดือน อยู่ดีๆ เพลง Shouldn't Have ของสาว Baek A yeon ก็ค่อยๆ กลับมาไต่ชาร์ตและเริ่มได้รับการพูดถึงอีกครั้ง ในขณะนั้นมันไต่ชาร์ตตีคู่มากับเพลงของ Bigbang!!! และในวันหนึ่ง มันก็ขึ้นอันดับ 1 ได้สำเร็จ แน่นอนว่านักวิเคราะห์และสื่อหลายสำนักต่างพากันวิเคราะห์ว่าเพราะอะไรทำไมเพลงนี้ถึงกลับมาเป็นที่นิยมอีกรอบ ปรากฏการณ์แนวนี้มักเกิดขึ้นกับศิลปินประเภท Pop - Dance ที่ท่าเต้นได้สร้างไวรัลฮิตๆ จนคนกลับมาตามดูและตามฟัง แต่เพลง Shouldn't Have ไม่ใช่เพลงที่มีท่าเต้นใดๆ ไม่มีนัยของการเสียดสีสังคม ไม่มีสัญญะที่ต้องตีความ เป็นเพลงรักที่พูดถึงความรักอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่เพราะความตรงไปตรงมาของเนื้อเพลงนี่เอง ทำให้มันเป็นกระบอกเสียงของวัยรุ่นมากมายในเกาหลีที่กำลังจะสื่อความรู้สึกให้คนที่เขากำลังคบหาหรือคนที่เขากำลังแอบชอบ ได้รับรู้ เพลงนี้มันจึงโดนใจอย่างจัง

การตอกย้ำความสำเร็จและชื่อเสียงที่ติดลมบน

จากความสำเร็จของ Shouldn't Have ก็ดูเหมือนว่าค่ายและตัวสาว Baek A yeon จะรับรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่หลายคนรอคอยในผลงานชิ้นต่อไป ไม่นานหลังจากนั้น JYP ก็แจ้งกับสื่อมวลชนถึงผลงานเพลงลำดับถัดมาของสาว Baek A yeon นั่นคือเพลง so so

เพลง so so ยังคงใช้เสน่ห์และกลิ่นอายจากเพลง Shouldn't Have มาอย่างชาญฉลาด แถมยังเพิ่มลูกเล่นในการร้องด้วยท่อนฮุคที่ติดหูและการเสียงกีต้าร์อะคูสติกที่ระรื่นหู งานนี้ต้องขอชมตัวสาว Baek A yeon เองที่จับจุดถูกและสามารถร่วมแต่งเพลงที่ต่อยอดความสำเร็จได้อย่างงดงาม ทำให้เมื่อถึงวันเปิดตัว เพลงนี้สามารถขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ของเกาหลีในทุกชาร์ต และมันยังทำให้สาว Baek A yeon คว้ารางวัลในรายการเพลงสุดสัปดาห์ของเกาหลีได้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่เข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปินมา

นอกจากรางวัลในรายการเพลงสุดสัปดาห์ สาว Baek A yeon ยังคว้ารางวัลบนเวทีสำคัญๆของเกาหลีมาครองได้สำเร็จ ทั้งเวที MelOn Music Awards เวที Gaon Chart Music Awards และเวที Seoul Music Awards

เรียกได้ว่า จากการลองผิดลองถูกในเส้นทางสายดนตรีที่สร้างความเจ็บปวดในตอนแรก มาในตอนนี้ชื่อของ Baek A yeon กลายเป็นชื่อที่ติดหูของคนฟังเพลงในเกาหลีและยังเป็นชื่อที่คนในวงการอุตสาหกรรมเพลงของเกาหลีให้การยอมรับในความสามารถอีกด้วย