Final Fantasy เกมดีกับเพลงประกอบที่ดีไม่แพ้กัน

Final Fantasy เกมดีกับเพลงประกอบที่ดีไม่แพ้กัน

สำหรับคอเกมทั้งหลาย ถ้าเอ่ยชื่อ Final Fantasy ไป ก็คงจะพยักหน้าหงึกหงักว่ารู้จักกันเป็นแถว แต่สำหรับคนที่ไม่สันทัดด้านเกมนัก ก็ขอแนะนำคร่าวๆ ว่า Final Fantasy เป็นเกมแนว RPG ที่เน้นเก็บเลเวลตัวละครและเล่นตามเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ โดยปัจจุบันเกมนี้มีจำนวนภาคมากถึง 15 ภาคแล้ว ซึ่งก็คงเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่าเกมนี้ได้รับความนิยมจากเหล่าเกมเมอร์มากเพียงใด

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกมนี้เป็นที่ชื่นชอบก็คือ เพลงประกอบเกมที่ไม่ได้มีเพียงแค่เพลงบรรเลงเท่านั้น แต่ยังมีเพลงที่ได้นักร้องดังๆ มาร่วมร้องสื่ออารมณ์ให้เข้ากับตัวเกมอีกด้วย ซึ่งครั้งนี้เราก็มีเพลงดีๆ จากหลายภาคของแฟรนไชส์เกมนี้มาแนะนำให้ทุกคนได้ลองฟังกันดู ซึ่งก็มีตั้งแต่เพลงบัลลาดเพราะๆไปจนถึงเพลงจังหวะสนุกๆที่ฟังแล้วอดยักไหล่ตามไม่ได้เลยทีเดียว

Eyes on me - Faye Wong

เพลงธีมจาก Final Fantasy VIII ซึ่งถือเป็นเพลงบัลลาดเพลงแรกของเกม อันที่จริงนักแต่งเพลงคู่บุญของเกมนี้อย่าง “โนบุโอะ อุเอมัตสึ” เคยมีความคิดจะใช้นักร้องที่มีชื่อเสียงมาร้องเพลงประกอบให้ตั้งแต่ในเกมภาคก่อนแล้ว แต่ความคิดนั้นก็เป็นอันตกไปเนื่องจากเรื่องของเวลาที่มีจำกัดและความเข้ากันกับธีมของเกม แต่ในที่สุดความคิดนี้ก็ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นใช้อีกครั้งในภาคนี้ โดยได้นักร้องหญิงชื่อดังจากฮ่องกง “เฟย์ หว่อง” หรือหวังเฟย มาเป็นผู้ขับร้องให้ ซึ่งเพลง Eyes on me นี้น่าจะถือเป็นเพลงที่เป็นประตูเปิดของโลกเกม Final Fantasy ให้กว้างออกไปอีก เพราะนอกเหนือจากแฟนเกมแล้ว เพลงนี้ก็ยังได้รับความนิยมจากนักฟังเพลงทั่วไปไม่น้อย และมียอดขายในญี่ปุ่นมากกว่าห้าแสนแผ่น แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่เรานำมาให้ฟังกันในครั้งนี้เป็นเวอร์ชั่นเพลงบรรเลงที่ฟังแล้วก็เพราะไปอีกแบบเหมือนกัน

Suteki da ne - Charm

อีกเพลงดังจาก Final Fantasy X ที่เวอร์ชั่นต้นฉบับร้องโดยนักร้องเพลงโฟล์กหญิง “ริทสึกิ นากาโนะ” หรือที่รู้จักกันในนาม Rikki ซึ่งอุเอมัตสึ นักแต่งเพลงผู้มีความชื่นชอบในเพลงพื้นบ้านของแถบโอกินาว่าอยู่เป็นการส่วนตัวได้ช่วยกันกับทีมงานเสาะหาซีดีจากหลายศิลปินในละแวกโอกินาว่าเพื่อหาคนที่ใช่ ก่อนจะมาถูกใจกับเสียงของ Rikki ที่อุเอมัตสึบอกว่าไม่เคยได้ยินเนื้อเสียงแบบนี้มาก่อน จึงได้ให้ทีมงานติดต่อหาเธอทันที ส่วนในเวอร์ชั่นที่นำมาให้ฟังนั้นเป็นของวงทรีโอ Charm ซึ่งประกอบด้วยหญิงสาวชาวสเปนสามคนที่ทำเพลงนี้ในเวอร์ชั่นภาษาสเปนออกมา ก่อนที่หลังจากนั้นจะออกอัลบั้มที่ชื่อว่า Konnichiwa ที่รวมเพลงจากอนิเมชั่นญี่ปุ่นหลายๆ เรื่อง ซึ่งพวกเธอก็นำเพลงนี้มาร้องใหม่เป็นภาษาญี่ปุ่นอีกที อืม ซับซ้อนดีเนอะ

Kiss me good-bye - Angela Aki

“แองเจล่า อากิ” ในขณะนั้น เธอเป็นนักร้องอินดี้ไม่มีสังกัดอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อมินิอัลบั้มที่เธอทำได้อันดับ 1 ในชาร์ตเพลงอินดี้ อุเอมัตสึจึงมีโอกาสได้เห็นผลงานของเธอและติดต่อไปเพื่อสอบถามว่าเธอสนใจจะมาร้องเพลงประกอบให้กับเกม Final Fantasy XII หรือไม่ และหลังจากที่อากิได้ฟังทำนองเพลง เธอก็รู้สึกประทับใจมากและตอบตกลง ซึ่งอุเอมัตสึก็ได้แสดงความต้องการที่จะให้เธอแต่งเนื้อร้องสำหรับเพลงนี้ด้วยเช่นกัน อากิจึงเขียนเนื้อร้องออกมาตามความรู้สึกแรกที่เธอนึกถึงหลังจากที่ฟังทำนองเพลงนี้ ซึ่งคือการเดินทางครั้งใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นหลังจากการบอกลากัน

Why - Ayaka

นี่คือเพลงที่ถูกเลือกให้ใช้เป็นเพลงในเกม Crisis Core: Final Fantasy VII ซึ่งเป็น Spin-off ที่สานต่อเนื้อเรื่องจากตัวละครในภาค 7 มาทำเป็นเกมใหม่ ซึ่ง Why เป็นเพลงใน Clap & Love/Why ซิงเกิ้ลลำดับที่ 6 ของ “Ayaka” ได้ถูกใช้ในฉากจบของเกมภาคนี้ แต่นอกจากเรื่องเพลงแล้ว อีกสิ่งนึงที่แฟนเกม Final Fantasy ดูจะอเมซิ่งกันมากกับความเกี่ยวข้องกันของ Ayaka และเกม Final Fantasy ก็คือ วันที่ 18 ธันวาคม ปี 1987 ซึ่งเป็นวันที่เกมนี้ถูกวางขายเเป็นครั้งแรก ยังเป็นวันเกิดของสาว Ayaka อีกด้วย นับว่าเป็นความบังเอิญที่น่าทึ่งดีเหมือนกัน

My Hands - Leona Lewis

ฟังเพลงในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นกันมาเยอะแล้ว คราวนี้ขอเปลี่ยนมาเป็นภาษาอังกฤษกันบ้าง โดยเพลงนี้เป็นเพลงจากอัลบั้ม Echo ของ Leona Lewis นักร้องหญิงชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งถูกเลือกมาใช้เป็นเพลงธีมของเกม Final Fantasy XIII เวอร์ชั่นที่วางขายในต่างประเทศ แทน “Kimi Ga Iru Kara” ที่ร้องโดย ซาโตมิ สุงาวาระ ซึ่งใช้ประกอบในเวอร์ชั่นที่วางขายครั้งแรก และแม้ว่าทั้งสองเพลงจะให้ความรู้สึกที่ไม่คล้ายคลึงกันเท่าไหร่นัก แต่ My hands ก็นับว่าเข้ากับบรรยากาศของเกมในภาคนี้ได้เป็นอย่างดี

Real Emotion - Kumi Koda

เดี๋ยวจะงงว่าทำไมเพลงประกอบเกมนี้ถึงมีแต่เพลงช้า ที่จริงแล้วเพลงเร็วก็มีนะ อย่างเพลงนี้ที่เป็นเพลงสนุกๆ จากนักร้องสาวเซ็กซี่ “โคดะ คุมิ” ในเพลง Real Emotion ซึ่งเพลงนี้ถูกใช้ในช่วงอินโทรตอนเปิดตัวของสามตัวเอกประจำเกม Final Fantasy X-2 เพลงนี้ออกวางขายในลักษณะของซิงเกิ้ล Double A-side คือมีเพลงโปรโมท 2 เพลงในซิงเกิ้ลเดียว และอีกเพลงที่ใช้โปรโมทคู่กันก็คือ 1000 words เพลงจังหวะช้าๆ ที่ถูกใช้ประกอบในเกมเช่นกัน และนอกจากจะฝากเสียงร้องเอาไว้กับเพลงประกอบเกมแล้ว สาวโคดะก็ได้มีส่วนร่วมให้เสียงพากย์กับตัวละครของภาคนี้อีกด้วย โดยเธอพากย์เป็นคาแรคเตอร์หญิงสาวในเกมที่ชื่อ Lenne ซึ่งเพลง 1000 words ที่โคดะร้องก็ถือได้ว่าเป็นเพลงประจำตัวของคาแรคเตอร์ตัวนี้ สำหรับซิงเกิ้ล Real Emotion / 1000 words ของ โคดะ คุมิ นับเป็นเพลงแรกของเธอที่เข้าสู่ท็อป 10 ของชาร์ตโอริก้อนญี่ปุ่นได้ โดยอันดับสูงสุดที่คืออันดับที่ 3

จะเห็นได้ว่าหลังจากความสำเร็จของเพลง Eyes on me จากเกมภาคที่ 8 ทางค่ายเกมอย่าง Square Enix ก็ได้เริ่มใช้เพลงประกอบที่มีเสียงร้องมาตลอด รวมไปถึงการสรรหาเอานักร้องที่มีชื่อเสียงในแนวเพลงต่างๆ มาร่วมงานด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ได้ช่วยให้ชื่อเสียงของเกม Final Fantasy เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจนไปถึงแม้กระทั่งในหมู่คนที่ไม่ได้เล่นเกมก็ตาม