ดีเจดีต่อใจ Dyro

ดีเจดีต่อใจ Dyro

วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักดีเจหนุ่มรูปหล่อเครางามอย่าง Dyro ผลงานของเขามีซาวด์สุดล้ำและแปลกใหม่พอสมควรด้วยการนำ Drum n Bass มาผสมผสานกับแนวเพลงหลากหลายชนิด นอกจากนั้นยังเป็นดีเจเบอร์ใหญ่ที่เล่นตามงานเฟสติวัลไม่ว่าจะเป็น Ultra Music Festival, Tomorrowland, EDC ที่สำคัญเลยคือสาวๆ จากทั่วทุกมุมโลกตามกรี๊ดเขามาก เราหละอิจฉานายมาก ทำไมเราไม่เกิดมาเป็นนายล่ะ!

Jordy Van Egmond หรือที่เรารู้จักชื่อในวงการดีเจอย่าง Dyro ดีเจหนุ่มชาวดัตซ์ที่หลงใหลเสน่ห์ของเสียงเพลงแนว EDM มาตั้งแต่วัยเยาว์ จุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่วงการดีเจของเขาเริ่มจากการที่ศึกษาวิธีการทำเพลงเองด้วยโปรแกรม FL Studio โดยที่ไม่ได้มีสตูดิโอใหญ่ๆ นะ ทำมันในห้องนอนของตัวเองนี่หละ โดยใช้นามแฝงว่า Dyro จนมาเข้าตารุ่นพี่ในวงการอย่าง Laidback Luke ดึงตัวมาปลุกปั้นฝีมือให้เก่งฉกาจมากยิ่งขึ้น จนไม่นานปี 2010 ก็เป็นศิลปินคนแรกที่เซ็นสัญญาเข้าค่าย Revealed Recordings ที่บริหารงานโดยดีเจชื่อดังอย่าง Hardwell และปล่อยเพลงที่มีซาวด์ Drum n Bass ชวนโดดสุดล้ำอย่าง Daftastic ด้วยความเก่งกาจและเนื้อหอม คนจะดังมันฉุดไม่อยู่ เขายังมีผลงานเพลงที่ไปออกกับค่ายอื่นๆอย่าง Spinnin’ Record หรือ Mixmash Records ค่ายของ Laidback Luke รุ่นพี่ที่พาเขาเข้าวงการอย่างเต็มตัว

พอเพลงดังและเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ทีนี้ก็ต้องมีการทัวร์ไปเล่นที่ต่างๆ ใช่มั้ยครับ เขาเริ่มออกทัวร์กับรุ่นพี่ในค่ายอย่าง Dannic ในปี 2013 โดยตระเวนเล่นตามผับในแคนนาดา ระหว่างที่เดินทางก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยทำเพลงผลงานตัวเองและผลงานรีมิกซ์เอาไว้เปิดเล่น แถมยังต้องบินไปบินมาอีกเพราะช่วงนั้นเขากำลังเรียนปริญญาตรีพอดี เห็นเป็นดีเจแบบนี้ Dyro เรียนคณะวิศวะกรรมนะครับ ไม่ธรรมดาจริงๆ พ่อหนุ่ม

เก็บเกี่ยวประสบการณ์เล่นสดในที่ต่างๆ จนปี 2013 DJ MAG ประกาศผล Top 100 DJs เชื่อหรือไม่ว่า Dyro ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 30 ในปีนั้นถือว่าเป็น New Highest Entry สูงสุดในปีนั้นเลย และในปี 2014 ก็ขยับขึ้นมาที่อันดับที่ 27 ในปีเดียวกันนั้น Dyro ได้เปิดค่ายเพลงของตัวเองที่มีชื่อว่า WOLV Records มีอุดมการณ์ที่โคตรเท่ เขากล่าวว่า เพราะเขาอยากให้โอกาสคนอื่นเหมือนกับที่เขาได้รับโอกาสในครั้งแรกตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ โดยเขาก็ทำเพลงของตัวเองและช่วยคนอื่นๆในค่ายทำเพลงเช่นกัน นอกจากเปิดค่ายปั้นเด็กใหม่ๆและทำเพลงอย่างเดียว เขายังทำ Podcasts ชื่อว่า WOLV Radio ไว้เป็นแหล่งในการปล่อยผลงานเพลงใหม่และให้เด็กในค่ายเขาโชว์ฝีมือในการเปิดเพลงอีกด้วย

ย้อนกลับไปช่วงพฤษภาคมปี 2015 ที่งาน Together Festival ณ ไบเทค บางนา ปีนั้นเป็นปีแรกที่ Dyro มาเล่นที่ประเทศไทยเราเป็นครั้งแรก ซึ่งเรามีโอกาสได้ไปดูพอดี ได้ฟังผลงานแค่ผ่านๆเท่านั้น แต่พอเล่นสดเท่านั้นหละ เลือกมาเปิดแต่ละเพลงคือหวดยับจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลงของเขาเองที่เป็นสาย Drum n Bass สาย Trap เอาใจคนไทย สาย Big Room และอื่นๆ อีกมากมาย เล่นเอาคนดูขาแทบขาดและติดใจในฝีมือในการเปิดเพลงเขาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับรุ่นใหม่รุ่นเก่า ทำให้ในเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้นผู้จัดงาน Output Festival ก็เอาเขาเข้ามาเล่นที่ไทยอีกรอบ ในปี 2017 นี้เราได้ข่าวมาแว่วๆว่าจะมีผู้จัดเอาเข้ามาเล่นที่ไทยนะ ใครอยากดูพ่อหนุ่มเครางามคนนี้ก็เตรียมตามข่าวได้เลยว่าจะมาเล่นที่งานไหน

ขอบคุณภาพประกอบจาก FB Dyro, WOLV