OrLog In
ไปเที่ยวอย่าให้พ่อรู้ดิ! Don’t Let Daddy Know Thailand

ไปเที่ยวอย่าให้พ่อรู้ดิ! Don’t Let Daddy Know Thailand

ใครหนีพ่อมาเที่ยวขอให้ยกมือขึ้น!

ครั้งแรกในประเทศไทยกับงานเทศกาลดนตรี EDM อย่าง Don't Let Daddy Know ที่ส่งตรงความมันส์จากกรุงอัมสเตอร์ดัม เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ณ เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์ กรุงเทพมหานคร โดยได้ทีมงานที่เป็นตัวพ่อในด้านปาร์ตี้อย่าง ZAAP มาร่วมสร้างสรรค์ความมันส์ในครั้งนี้ จะเป็นยังไงบ้าง เลื่อนไปอ่านต่อ!

มาดูกันในด้านของ Line Up ศิลปินที่มาเล่นกันบ้าง ดีเจที่มาเล่นในงานจะเป็นสาย Progressive House ซะส่วนใหญ่ โดยประเทศไทยเราโชคดีสุดๆ ที่เขามัดแต่ตัวโหดมาให้เราชม ได้แก่ Steve Angello, Nicky Romero, R3hab, Quintino, Third Party และ Sem Vox เล่นคนละ 1 ชั่วโมงเต็มๆ

งานนี้เริ่มเร็วและเลิกเร็ว ประตูเปิดบ่ายสองโมงตรงและเลิกตอนเที่ยงคืน อาจจะเป็นเพราะรอบข้างมีชุมชนอยู่เป็นจำนวนมากเลยต้องเคลมไวกันหน่อย เราไปถึงตอนประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ เพื่อไปให้กำลังใจดีเจไทยเราอย่าง Faahsai (ฟ้าใส) และ Roxy June เดินเข้าแลกริสแบนด์แบบสบายๆเพราะงานเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะโดนสลับเวลาเล่นกับ Nasty Guru ดีเจจากประเทศมาเลเซีย พอไปถึงทั้งคู่ได้ลงจากเวทีไปแล้ว โดยที่ไม่มีการแจ้งเตือนมาก่อนว่าจะมีการสลับคิวการเล่น

เนื่องจากงานจัดกลางแจ้งและยังมีแดดที่ร้อนจัดจนสามารถแผดเผาเราทั้งเป็นได้ เลยออกจากงานไปหาอะไรเติมพลังก่อนกลับเข้ามาเต้นยาวๆ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือระบบการจัดการเข้าออกของคนคือมีการปั๊มแขนที่ข้างขวาทุกคนเพื่อกันการวนริสแบนด์และห้ามคนที่ออกไปแล้วเข้ามาอีกรอบหลังสองทุ่มเป็นต้นไป

กลับเข้ามาอีกทีตอน 16.45 คู่แรกที่เล่นเปิดคือ Third Party นี่เป็นโชว์ครั้งแรกในงานเฟสติวัลที่ไทยของพวกเขาและเป็นหนึ่งในดีเจที่เราอยากดูด้วย เลือกเพลงมาเปิดได้อย่างดีงาม ทำเอาเรายอมเต้นกลางแดดเลย แต่ยังมีบางช่วงที่เปลี่ยนเพลงไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไหร่ ปิดท้ายเซ็ตด้วยเพลง Lion in the Wild ที่ร่วมทำกับ Martin Garrix ถ้าได้ดูตอนพระอาทิตย์ตกดินจะฟินยิ่งกว่านี้อีก

ต่อมา Sem Vox คนนี้เป็น Resident DJ ประจำงานของ Don't Let Daddy Know เลย คือถ้างานนี้ไปจัดที่ประเทศไหนจะมีแกตามไปเล่นด้วยตลอด (ก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งอ่ะ เลยต้องขอเล่นโชว์หน่อย) โดยส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบสไตล์การเปิดเพลงของเขาเท่าไหร่ เหมือนเปิดให้เพลงไหลไปเรื่อยๆไม่มีจุดพีคในเซ็ต และบางทีก็มีการฉีดควันพร่ำเพรื่อไปบ้างจนน่ารำคาญ

พระอาทิตย์ตกดินเป็นที่เรียบร้อยโปรดักชั่นต่างๆที่ประกอบบนเวทีเริ่มโชว์ศักยภาพมากขึ้น ได้เวลาเดือดกับดีเจคนที่สามอย่าง Quintino ที่มาถึงก็ปล่อยของชนิดที่ว่าเหมือนโยนระเบิดลง ตูม ตูม ตูม ไม่ให้คนดูพักขาเลย พี่แกขนเพลงฮิตและเพลงใหม่สุดเด้งอย่าง Baldadig ที่ร่วมทำกับ Hardwell มาเปิดในงานนี้ รวมถึงผลงานการ Remix เพลงของศิลปินคนอื่นๆ ด้วย

มาเดือดดาลกันต่อกับ R3hab (รีแฮบ) ดีเจที่มาเล่นที่ไทยบ่อยมากๆ ขึ้นมาทักทายคนดูโดยการพูดว่า "สวัสดีครับ" แบบโคตรชัด หลังจากนั้นก็เปิดเพลงหวดแบบไม่ยั้งบวกกับลีลาการกระโดดแบบบ้าบิ่น 10-20 นาทีท้ายเซ็ต แกทำการบ้านมาดีมากรู้ว่าคนไทยชอบย่อเลยหยอดเพลงสาย Trap เอาใจซะหน่อย พร้อมปิดโชว์ไปแบบสวยงามโดยให้คนดูเปิดไฟฉายจากมือถือโบกมือซ้ายขวาตามจังหวะเพลง

ผ่านมาแล้วครึ่งทางต่อมาเป็น Nervo คู่แฝดสาวสวย นอกจากการเปิดเพลงแล้วยังมีจุดเด่นในเรื่องแฟชั่นการแต่งตัว เป็นอีกคู่ที่มาเล่นที่ไทยทุกปี แต่ละครั้งมาก็เล่นเซ็ตใหม่ตลอด คาดเดาไม่ได้ ครั้งนี้เซอร์ไพรส์มากเพราะไม่คิดว่าจะเปิดเพลงแนว Psy Trance เล่นเอาคนดูดิ้นกันอย่างบ้าคลั่งแถมยังเปิดเพลงใหม่ให้ชิมลางด้วย ผิดหวังนิดหน่อยในช่วงที่พวกเธอเล่น ลำโพงเสียงเริ่มแตกและไมโครโฟนมีปัญหาบ่อย เสียดายที่พวกเธออดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเพราะเล่นเกินเวลา ทำได้เพียงแค่โบกมือลาแฟนเพลงชาวไทย

ได้เวลาของ Nicky Romero ดีเจชื่อดังชาวดัตซ์ขึ้นมาหวดอย่างต่อเนื่อง โดยขนเพลงฮิตมาเปิดมากมายไม่ว่าจะเป็น Warriors, Lighthouse, Crossroads, I Could Be the One และอื่นๆ อีกเพียบ แต่แอบเสียดายที่ไม่เปิดเพลงประจำเซ็ตอย่าง Legacy ที่ร่วมทำกับ Krewlla นอกจากนั้นยังมีมูฟวี่ที่เปิดบนจอเล่าเรื่องประกอบกับเพลงอย่างสวยงาม ทำเอาคนดูฟินไปตามๆกัน ระหว่างที่นิกกี้เล่นทีมงานได้ปล่อยลูกโป่งเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับคนดู ก่อนเขาจะลงจากเวทีแถมให้คนดูอีกหน่อยกับเพลงแจ้งเกิดของเขาอย่าง Toulouse

สุดท้ายในค่ำคืนนี้กับดีเจชาวสวีเดนสุดเก๋าอย่าง Steve Angello ซึ่งเป็น Headliner ในงาน เปิดเพลงแบบพาขึ้นยานตั้งแต่ต้นและพาลงจอดตอนจบอย่างสวยงามกับเพลง Childern of the Wild, Don't You Worry Child และ Someone Else ยอมรับว่าไม่ได้เต้นเลยเพราะมัวแต่ซึมซับทุกเมโลดี้ที่แกเปิด โปรดักชั่นทุกอย่างเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อโชว์นี้โดยเฉพาะ สวยงามมาก เป็นหนึ่งโชว์ที่ไม่ควรพลาดชมเพราะนานๆ ทีเฮียแกจะมาเล่นที่ไทย

โดยรวมแล้ว Don't Let Daddy Know Thailand เป็นงานคุ้มกับราคาบัตรมาก ไม่ว่าจะเป็น Line Up อย่างโหด โปรดักชั่น แสง สี เสียง กระดาษสี ลูกโป่ง พลุที่ปล่อยมาอย่างอลังการ บรรยากาศผู้ร่วมงานที่กำลังพอดีไม่มากไม่น้อย ทุกคนรวมใจเต้นกันยับ แม้จะมีบางช่วงที่แอบขัดใจกับระบบเสียง แต่ทีมงานเก่งมาก แก้ไขกันปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว ใครหนีพ่อมาเที่ยวในปีนี้ไม่ได้ไม่ต้องเสียใจนะ ปีหน้าวางแผนมาให้ดีๆ ล่ะ เพราะคิดว่าน่าจะโหดกว่านี้แน่นอน!

ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจาก FB/ Don’t Let Daddy Know