ไปเดินเล่นกัน! Cat Expo 3D เทศกาลดนตรีรวมพลคนแมวๆ

ไปเดินเล่นกัน! Cat Expo 3D เทศกาลดนตรีรวมพลคนแมวๆ

ไปเที่ยวกันมั้ย? จะไปก็รีบไป ไปกับพี่แล้วสบาย แต่พี่ไม่เลี้ยงนะ (อ้าว!)

สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปเที่ยวงานเทศกาลดนตรีที่รวมพลเด็กแมวมารวมตัวกันในงาน Cat Expo 3D เทศกาลดนตรี “ทรี่ดี” ที่สุดโดย Cat Radio จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ ณ สวนสนุก Wonder World (ใกล้ห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์) เดิมทีจะจัดในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ณ สวนลุมพินี แต่เกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่กับปวงชนชาวไทย ทาง Cat Radio เลยเลื่อนมาเป็นในเดือนกุมภาพันธ์และเปลี่ยนสถานที่มาเป็นที่เดิมเหมือนในปีก่อนๆ โดยในงานนี้รวมโชว์จากศิลปินกว่า 130 วง 5 เวที และ 150 ร้านค้าให้เดินเลือกช็อป ตั้งแต่บ่ายสามยันเที่ยงคืน

เนื่องจากติดภารกิจในวันแรก เราจึงได้มาชมงานในวันที่สองแค่วันเดียว ถึงงานในเวลาบ่ายสามโมงนิดๆ แลกริสแบนด์เพื่อเข้างาน ผมมาถึงช่วงที่ประตูเพิ่งเปิดเข้างานพอดีคนยังไม่เยอะมาก เลยไม่ต้องต่อคิวยาว เดินเข้างานแบบชิวๆ แต่บางคนก็มีริสแบนด์ที่ข้อมือจากวันแรกอยู่แล้ว ก็สามารถใส่ริสแบนด์อันเก่าเดินเข้างานได้เลยไม่ต้องแลกใหม่ แต่ถ้าทำหายหรือทำขาด ต้องซื้อบัตรใหม่เลยนะ

เข้ามาถึงภายในงานยังไม่มีวงไหนเริ่มแสดง แต่ไม่ต้องห่วงว่ามาเร็วเกินไปจะเก้อหรือเปล่า เพราะภายในงานมีร้านค้าจากค่ายเพลงและศิลปินมาขายของกว่า 150 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นซีดีเพลงอัลบั้มใหม่เอี่ยมที่วางขายในงานนี้เป็นที่แรกหรือจะเป็นของที่ระลึกเช่น เสื้อยืด, กระเป๋าผ้า, หมวก และอื่นๆ อีกมากมาย ชอบศิลปินท่านไหนก็สามารถช็อปได้อย่างเต็มที่ บางร้านก็มีศิลปินมานั่งขายของพร้อมแจกลายเซ็นต์เลย ได้ใกล้ชิดศิลปินแบบตรงคอนเซ็ปต์งาน 3D จริงๆ ครับ

ส่วนที่ใครเข้ามายังไม่อยากเดินส่วนไหนเพราะอากาศมันช่างร้อนเสียเหลือเกิน สามารถนั่งชิวๆและหาเครื่องดื่มดับร้อนได้ที่บูทธเป๊บซี่ นอกจากนั้นยังสามารถนั่งชาร์ทมือถือได้ด้วยนะ หรือจะเติมพลังก่อนดูคอนเสิร์ตด้วยโซนอาหารหลากหลายชนิดเลือกทานได้ตามใจชอบ อาทิ หมูทอดเจ๊จง, ร้านข้าวกะเพรา 9 นิ้วของพี่บอม ภูมิจิต, ไก่ทอด O’Chix โดยพี่โบ๊ท The Yers และพี่แฟร์ และร้านอื่นๆอีกมากมาย

นอกจากนั้นยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่างเจ้าหมี Kumamon (คุมะมง) ที่อิมพอร์ตมาจากประเทศญี่ปุ่นมาอยู่ในป่วนในงานนี้ด้วย ทั้งอยู่บูธขายของพรีเมี่ยม แถมยังขึ้นไป Feat. กับศิลปินต่างๆบนเวทีอีกด้วย แหน่ะ! น่ารักน่าถีบทีเดียวครับ

เอาละ! มาดูในส่วนของเวทีคอนเสิร์ตกันบ้างดีกว่า ชื่อของเวทีมีการปรับเปลี่ยนทุกปีตามธีมของงาน นี่คือเวที D1 หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นเวที Main Stage มีพื้นที่ที่จุคนดูได้เยอะที่สุด ศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ จะมาเล่นที่เวทีนี้ ไม่ว่าจะเป็น Slot Machine, Paradox, Lomosonic, The Yers, Flure, Tattoo Colour และอื่นๆ อีกมากมาย สี่โมงกว่าๆ เรามารอดูวงอินดี้/คอเมดี้อย่างวง สมเกียรติ แห่งค่าย Smallroom เล่นสดได้สนุกมาก มีหยุดทักทายคนดูและหยอดมุขใส่เล็กน้อยพอเป็นพิธี เมื่อถึงเพลงฮิตอย่าง ขอวอน2 ทุกคนก็ร้องตามกันอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากอากาศยังคงร้อนอยู่ จึงมีคนยืนดูกลางแจ้งแบบประปราย ส่วนใหญ่ไปหลบในที่ร่มยืนดูกัน แต่ยิ่งดึกศิลปินเล่นเวทีนี้ยิ่งพีค คนดูจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่แออัด

เวทีต่อมา เวที D2 ไกลจากเวทีแรกพอสมควร ต้องเดินผ่านร้านขายของมาก่อนถึงจะเห็นเวทีนี้ทางด้านซ้ายมือ ศิลปินที่มาในงานเยอะมากจริงๆ เวที D1 คงจุไม่พอ ศิลปินบางส่วนจะมาเล่นที่เวทีนี้ เช่น Hugo, Greasy Cafe, Jelly Rocket, Polycat, Montonn & Hanna และอีกเพียบเลย ที่เวทีนี้เรามาดู Polycat วง SyntPop ทำเพลงยุค 80’s ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ปีใหม่นี้พวกเขาได้เปลี่ยนเซ็ตเพลงในโชว์ใหม่หมด ความพิเศษของโชว์นี้คือทางวงได้ปล่อย MV เพลงใหม่ในอัลบั้ม 80 Kisses ในชื่อว่า “ซิ่ง” ฉายบนเจอข้างเวทีไปพร้อมกับการเล่นสดเพลงนี้

ยิ่งดึกขึ้นเรื่อยๆคนก็เริ่มเยอะ ย้ายเวทีไปสิงอยู่ที่เวที D3 อยู่ตรงปากทางเข้างานพอดี ประมาณทุ่มเกือบๆ สองทุ่ม มารอดูวง Chanudom (ชนุดม) วงดนตรีแนว Rock Theatical การผสมผสานเพลงร็อคกับละครเวทีมิวสิคคัลเข้าด้วยกัน บวกกับลีลาอันยั่วยวนของนักร้องนำอย่าง พัด-ชนุดม เป็นหนึ่งโชว์ที่แนะนำให้ดูสดซักครั้ง แล้วจะติดใจ แม้เวทีนี้จะมีขนาดปานกลางไม่ใหญ่มาก แต่พวกเขาก็เล่นจัดเต็มไม่กั๊กครับ นอกจากนั้นยังมี DeFlamingo, DCNXTR, My Life as Ali Thomas, Srirajah Rockers, Fwends, Penny Time โชว์บนเวทีนี้ด้วยครับ ส่วนใหญ่วงที่มาเล่นเวทีนี้จะเป็นวงไทยที่ทำเพลงแบบเนื้อเพลงสากล แต่ข้อเสียของเวทีนี้คือระบบเสียงไม่ค่อยโอเค เหมือนเสียงที่ออกมาจากลำโพงมันดูอื้อๆ ผิดปกติ

ต่อไปเป็นเวทีเล็กสุดและเป็นเวทีที่เราชอบที่สุด เวที Babb Bed Bed (แบบเบดเบด) เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่มาโชว์ศักยภาพทางดนตรีอย่างเต็มที่แบบไม่จำกัดแนวดนตรี หลายๆวงในปีที่ผ่านมาได้แจ้งเกิดที่เวทีนี้และก็ได้ขยับไปเล่นเวทีอื่นที่ใหญ่ขึ้น มีหลายวงเลยครับที่เรามารอดู ไม่ว่าจะเป็น Shark Boy Alive, S.O.L.E, จินดาจร, Telex Telexs แต่ที่ติดใจที่สุดคือวง S.O.L.E งาน Side Project ของเติ้ล นักร้องนำวง The Whitest Crow เป็นแนวเพลง Psychedelic เอาหลายๆแนวเพลงมารวมกัน และยังได้นำสไตล์การแร็พแบบ Twenty One Pilots มาบวกกับเนื้อเพลง ด้วยความมันส์ของวงนี้ทำเราโยกหน้าเวทีตั้งแต่ต้นจนจบโชว์เลย

เวทีสุดท้าย เวที Acoustic Fullmoon เป็นเวทีที่ชิวที่สุดเพราะศิลปินที่มาเล่นเวทีนี้จะเล่นเพลงแบบ Acoustic คนดูสามารถจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ไปพร้อมกับการฟังเพลงเวอร์ชั่นพิเศษที่ศิลปินเตรียมมาเล่นที่งานนี้โดยเฉพาะ อย่าง Penguin Villa, Phum Viphurit, Summer Stop, แป้งโกะ แถมมีโชว์พิเศษจาก Yellow Fang Feat. Death of a Salesman ที่ไม่สามารถหาดูได้จากไหน แต่คนที่เข้ามาในโซนนี้ต้องมีอายุ 20+ ขึ้นไปนะ ข้างหน้าทางเข้ามีตรวจบัตรประชาชนเพราะมีการขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ตอนเดินผ่านสงสารพวกน้องๆ ที่อายุยังไม่ถึงต้องเกาะรั้วดูจากข้างนอก ผมเลยคิดว่าทีมงานน่าจะแบ่งออกเป็นฝั่งเล็กๆ ให้กลุ่มคนที่อายุยังไม่ถึงสามารถเข้าไปดูได้นิดนึง สงสารคนอายุไม่ถึงอะครับ

ภาพรวมของงานยังคงดีเหมือนปีก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ การขายสินค้าจากศิลปิน ดนตรีที่มีหลากหลายแนวที่คนดูสามารถเลือกดูได้แบบบุฟเฟต์ ถือว่าคุ้มค่าบัตรแน่นอน แต่สิ่งที่ไม่ชอบเอามากๆ ก็คือเวลาในการแสดงเลทหมดเลยทุกเวที จัดตารางไปดูวงไหนมันรวนหมด ดูจบรีบวิ่งมาอีกเวที ศิลปินเวทีนั้นเล่นจะจบแล้วทั้งๆ ที่ในตารางศิลปินเล่นไม่ชนกัน สาเหตุส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะทางผู้จัดไม่ได้ทำตารางเผื่อให้ทีมงานและศิลปินเซ็ตเครื่องดนตรี จริงๆ เรารอดูวง Srirajah Rockers ที่เวที D3 ด้วยนะ แต่มันเลทมากใกล้เที่ยงคืนแล้ว เราเลยกลับบ้านไปก่อน ยังไงถ้าทีมผู้จัดได้มาอ่าน อยากให้ช่วยแก้ไขในปีต่อไปหน่อยนะคร้าบบบบ

ขอบคุณรูปภาพประกอบเพิ่มเติมจากเพจ Cat Radio ครับ