มันส์ต่างแดนกับเทศกาลดนตรี ZoukOut 2016

มันส์ต่างแดนกับเทศกาลดนตรี ZoukOut 2016

วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ความมันส์ในต่างแดน กับเทศกาลดนตรี EDM ZoukOut 2016 ณ ชายหาด Siloso เมืองเซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ จัดขึ้นในวันที่ 9-10 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดเป็นประจำในเดือนธันวาคมของทุกปี เนื่องจากอยากลองเที่ยวเฟสติวัลของประเทศเพื่อนบ้านบวกกับได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์เลยเกิดทริปครั้งนี้ขึ้นครับ

หากมาลองดู Line Up ศิลปินในงานก็มีแต่ตัวชั้นนำของประเทศทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Martin Garrix, Hardwell, Zedd, Dillon Francis, KSHMR และอื่นๆ อีกเพียบ จัดสองวันสองคืน เต้นกันแบบไม่หยุดไม่หย่อน ตั้งแต่มืดยันเกือบสว่างเลยครับ

งานจัดข้างๆ ริมชายหาด โปรดักชั่นเวทีถือว่าโอเคเลยทีเดียว Lighting ที่สาดส่องแบบบ้าคลั่ง บวกกับควันและไฟที่พุ่งออกมาจากเวทีมาเป็นระยะๆ และยังมีลูกเล่นเล่นกับคนดู อย่างการปล่อยกระดาษสีออกมาให้คนได้กรี๊ดกันอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายด้วยการจุดพลุแบบชุดใหญ่มาก สร้างความอลังการให้กับตัวงานได้อย่างดี

สำหรับพื้นที่ของงานที่จัดกันริมชายหาด แน่นอนว่าพื้นของงานเป็นทรายทั้งหมด ทำให้เจออุปสรรคเล็กน้อยในคืนแรกที่ใส่รองเท้าผ้าใบไป เพราะคิดว่าจะได้เต้นได้อย่างคล่องตัว แต่ปรากฏว่าคิดผิดมากครับ ทรายเข้ารองเท้าหยังกับพายุ วันที่สองเลยแก้ตัวแต่งชิวๆ แบบมาเที่ยวทะเลและคีบรองเท้าแตะ ดึกๆ เข้าก็ถอดรองเท้าเต้นเอา คล่องตัวกว่ากันเยอะเลย

ประสบการณ์วันแรก

ผมมาถึงงานเร็วหน่อยประมาณทุ่มเศษๆ คนยังไม่เยอะเท่าไหร่เลยแลกริสแบนด์ได้เร็ว ระบบการจัดการคนเข้างานดีมาก มีรั้วกั้นให้คนต่อแถวเรียงเดี่ยว เมื่อเห็นว่าคนเยอะเกินไปก็จะกั้นคนส่วนหนึ่งไว้ข้างนอกก่อนที่จะไปในส่วนสวมริสแบนด์ ภายในงานนี้มีทั้งหมด 3 เวทีด้วยกัน โดยวันแรกศิลปินที่เราอยากดูอยู่ที่ Main Stage ทั้งหมด ส่วนวันที่สอง มี Snakehips และ RAC ที่เราอยากดูเล่นอีกเวทีนึง แต่ต้องเลือกเพราะตารางศิลปินขึ้นชนกันบวกกับยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ การเบียดตัวออกไปไหนมาไหน ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก

เวลา 4 ทุ่มเศษๆได้เวลาของคู่ดูโอ้สาย Trap/Hip-Hop (Trap หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อว่าสายย่อ) อย่าง G.T.A ขึ้นมาเปิดเพลงหวดให้คนได้ดิ้นกันบนพื้น คือใส่แบบจัดเต็มมากตั้งแต่เพลงแรก จนตอนกลางๆ มีหยอดเบาๆ นิดนึงถึงได้พักบ้าง เล่นไปได้ซักครึ่งเซ็ต ความมันส์เริ่มจุดติด มีคนบางกลุ่มถึงกับเริ่มขี่คอแล้วดิ้นอย่างมันส์ครับ

ยังไม่ทันหายเหนื่อยจากศิลปินคู่แรก ต่อเนื่องกับ Dillon Francis เจ้าของเพลง Get Low สุดฮอตที่ร่วมทำกับ DJ Snake ก็ได้ขึ้นมาซัดเพลงแบบ Trap และ Dubstep ให้คนได้โยกกันต่อ นอกจากเฮีย Dillon จะเปิดเพลงแบบอัดเต็มตลอด จุดเด่นอีกอย่างก็คือ Movie ฉายบน Stage ที่มีความกวนบาทาเหมือนกับตัวเฮีย ถ้าใครตาม Instagram ของเฮียก็จะได้เห็นลูกบ้าของแกอย่างเต็มที่

กระโดดกันมาเยอะแล้ว ได้เวลาเปลี่ยนเพลงไปในแนว Tropical House กับ Lost Frequencies ซึ่งเป็นหนึ่งในดีเจที่เราอยากดูเพราะฟังเพลงจากอัลบั้มเต็มแล้วชอบมาก และถือได้ว่าควรค่าแก่การดูสด ฟังเพลินมาก ถ้าใครชอบเพลงของ Robin Schulz หรือ Kygo คุณก็น่าจะชอบเพลงของ Lost Frequencies เช่นกัน ทั้งนี้ลีลาพี่แกก็ยังได้ใจสาวๆ ไปหลายคน นอกจากการเปิดเพลงแล้วเขายังส่งมอบรอยยิ้มให้คนดูตลอดเวลาและยังหยอดลีลาท่าทางในการตีกลองลมไปตามจังหวะของเพลง

หลังจากที่ออมแรงมาเยอะ เราก็ส่งท้ายในค่ำคืนแรกกับดีเจอันดับสามของโลกอย่าง Hardwell ที่เคยมาเล่นในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว แต่เราไม่ได้มีโอกาสไปดู ปีนี้เลยมาขอซ่อมที่สิงคโปร์ซะหน่อย เฮือกสุดท้ายที่เรามีอยู่ เราทั้งโดดและโยกจนสุดแรง เฮียแกเปิดหลากแนวมากตั้งแต่ Big Room House ยันไปถึงแนว Hardstyle แม้พี่ Hardwell จะมีทัวร์หลายที่ในช่วงนี้ แต่ก็เล่นแบบจัดเต็ม ไม่มีรีบไม่มีกั๊ก ก่อนจะจบไปแกยังแถมให้คนดูไปเกือบ 20 นาที จบคืนแรกเวลาตี 4.30 แต่เราถึงห้องพักตอนเจ็ดโมงเช้า เพราะเดินโง่หลงทางอยู่ใน Sentosa อันนี้ด่าได้ครับ

ประสบการณ์วันที่สอง

วันนี้เราไปช้านิดหน่อยเพราะความเหนื่อยล้าจากคืนแรก เลยตกลงกับเพื่อนว่าจะชิวๆ กันไป ถึงที่งานประมาณ 4 ทุ่ม แต่ด้วยเพราะวันที่สองตรงกับวันเสาร์และ Line Up ศิลปินที่มาเล่นจึงมีแต่ระดับตัวท็อปทั้งนั้น จึงทำให้การเข้างานมีปัญหาติดขัดเล็กน้อย ทำให้ต้องต่อแถวอยู่ประมาณเกือบๆ 45 นาทีกว่าจะได้เข้างาน

ด้วยความที่เข้างานช้านี่เอง ทำให้เราไม่ได้ดูดีเจที่มาแรงและมีคนอยากดูมากที่สุดอย่าง Alan Walker ตั้งแต่ต้นเซ็ต มาถึงก็ประมาณกลางๆ ใกล้จะจบแล้ว สำหรับเพลงของเขาที่ได้ฟังกันในแบบเวอร์ชั่น Original ดูเบาๆ ไม่ชวนโยกเท่าไหร่ แต่ถ้าได้ฟังในงานเฟสติวัล คุณจะต้องเต้นแบบลืมหูลืมตาแน่นอน เสียดายที่ไม่ได้ดูตั้งแต่ต้น แต่ก็ไม่เสียใจนะ เพราะอย่างน้อยก็ได้ร้องเพลงฮิตอย่าง Faded

เครื่องเริ่มติด มาต่อกันกับดีเจแนวเพลง Jungle Terror สายย่อที่ฟังแล้วอยากจะวิ่งเข้าป่า แห่งค่าย OWLSA ของ Skrillex อย่าง Wiwek เราเคยดูล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นดีเจคนโปรดที่ดูแล้วก็อยากดูอีก ตอนแรกคนเดินออกกันเยอะมากแต่ซักพักหลังจากที่ Wiwek หวดไป 4-5 นาที จู่ๆคนก็กลับมาเยอะเหมือนเดิม มีฝนตกโปรยปรายมาเล็กน้อยจนถึงปานกลาง คนดูชูธงชาติประเทศตัวเองกันอย่างสนุกสนาน ส่วนเราชูถุงเจ๊เล้งที่เอามาใส่กระเป๋าเพื่อกันไม่ให้มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ เปียกฝน ต้องขอขอบคุณถุงเจ๊เล้งมา ณ ที่นี้ครับ

ฝนเริ่มซา ดีเจคนที่สามได้ขึ้นบรรเลงต่อเลยกับ KSHMR (แคชเมียร์) ดีเจที่มีซาวด์เพลงแบบอินเดียเป็นเอกลักษณ์และยังเป็นหนึ่งในดีเจที่น่าจับตามองมากที่สุด แถมยังเล่นสดได้ดีมาก นอกจากเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ Movie ที่เปิดบน Stage ประกอบระหว่างการโชว์ก็เด็ด โดยเค้าเรียงลำดับเรื่องราวตั้งแต่ต้นเซ็ตยันท้ายเซ็ต เหมือนเรากำลังดูหนังอยู่ 1 เรื่อง แต่ใช้การเปิดเพลงเป็นการเล่า

เวลาตีสองครึ่ง ยิ่งดึก คนยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราทนกับฝูงคนที่เบียดกันเข้าไปข้างหน้าเริ่มไม่ไหว เลยเดินออกไปยืนหลังๆ แถวซุ้ม Control แทน และมาลุยกันต่อกับดีเจสาย Mainstream อย่าง Zedd ที่ขนเพลงฮิตในอัลบั้ม Clarity และ True Colors อาทิ Stay the Night, Beautiful Now, Spectrum, Clarity มาเปิดเอาใจคนดูเต็มที่ โมเลดี้เพลงสวยมาก แต่เซ็งเล็กน้อยเพราะไม่เปิดเพลงที่เราอยากฟังอย่าง Bumble Bee, Find You ตอนแรกนึกว่าจะเล่นเซ็ตเดียวกับตอนทัวร์ True Colors แต่นี่ไม่เลย เรียงเพลงใหม่เอี่ยม แต่ก็เล่นเอาเราเสียงแหบแห้งร้องเพลงตามไปตลอดเซ็ต

สุดท้ายของค่ำคืนกับดีเจหนุ่มอายุน้อยอย่าง Martin Garrix ที่เพิ่งจะคว้ารางวัลดีเจอันดับหนึ่งของโลก ขึ้นมาหวดพร้อมกับขน 7 เพลงใหม่มาเล่นที่งานนี้ด้วย นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เราได้ดู ครั้งแรกที่งาน Fullmoon Party Live in BKK ปี 2015 และเมื่อตอนงาน Road to Ultra Thailand เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราชอบลำดับในการเปิดเพลงของ Martin มาก มันจะเหมือนกราฟที่ค่อยๆ พุ่งสูงขึ้น ทุกครั้งที่ได้ดูก็เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่แปลกเลยว่าทำไมถึงได้ใจคนดูและคว้าอันดับ 1 มาครองได้ เป็นเซ็ตที่เรียกว่า “ดีต่อใจ” ในการดูและปิดงานในปีนี้ได้อย่างสวยงาม

ZoukOut เป็นเฟสติวัลที่รวบรวมคนหลากหลายประเทศหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวจริงๆ เพราะทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเต้นและโยกกันตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะบรรยากาศของคนรอบข้างด้วยเราเลยสนุกกับงานทั้งสองวัน คุ้มค่าบัตรมาก ถ้าอยากลองสัมผัสบรรยากาศงานเฟสติวัลประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ ZoukOut เป็นหนึ่งตัวเลือกที่สมควรได้ลองครับ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ zoukout.com หรือทาง แฟนเพจ ZoukOut ได้นะครับ

ขอขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก FB/ZoukOut