บทสัมภาษณ์ "พี่รุ่ง แห่ง Smallroom" ชายผู้สร้างชื่อให้กับศิลปินดังมากมาย

บทสัมภาษณ์ "พี่รุ่ง แห่ง Smallroom" ชายผู้สร้างชื่อให้กับศิลปินดังมากมาย

เชื่อว่าเด็กๆหรือวัยรุ่นหลายคนคงเคยมีความฝันที่อยากจะก้าวเข้ามาเป็นศิลปิน มีเพลงหรือมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง คอลัมน์นี้เลยจะพาคุณไปพูดคุยกับพี่รุ่ง (รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์) ผู้บริหารแห่งค่าย Smallroom ถึงเรื่องราวในวงการดนตรี รวมไปถึงการดูแลศิลปินและค่ายเพลง จนสร้างชื่อให้กับศิลปินคุณภาพมาแล้วมากมาย อาทิ Tattoo Colour, Greasy Café, PolyCat, GENE KASIDIT, Slur, The Richman และ SOMKIAT

พี่รุ่งมีความคิดที่จะรับศิลปินเพิ่มไหม

มีบ้าง ก็คือถ้าเจออะไรหวือหวาที่ไม่ได้อยู่ที่บริษัท หมายถึงคนนอกบริษัท ก็รู้สึกโอโห คนนี้เท่ห์จัง วงนี้เท่ห์จัง กับไม่มีบ้าง ก็คือพอเข้ามาทำงานในวันจันทร์ถึงศุกร์เจอวงที่เรายังต้องดูแลอยู่ ก็รู้สึกว่าบางวงที่เราดูแลอยู่มันยังไม่ Success เราอย่าพึ่งวอกแวกนะ เหมือนการคุมกำเนิด มีลูกกี่คน

อะไรคือแนวทางในการคัดเลือกศิลปินของ Smallroom

จริงๆเราก็วัดที่ตัวงานกับตัวตน คือมันจะขัดแย้งกัน พี่จะชอบตัวงานที่เท่ห์ แต่ในขณะเดียวกันพี่ชอบตัวตนที่เป็นคนกรุงเทพธรรมดา ดูเป็นวัยรุ่นธรรมดาพี่ไม่ได้ต้องการวงที่ทำเพลงเท่ห์แล้วทำตัวเท่ห์ไปด้วย

อะไรคือที่มาของการปล่อยเพลงที่ไม่เหมือนใคร เช่น ปล่อยเพลง ของ POLYCAT ออกมา 3 เพลงรวด หรือปล่อย Live Session ของ Tattoo Colour ออกมา พร้อมๆกัน

ก็ขี้เบื่อ ง่ายๆ มันมาจากอย่างนี้ก่อนนะ มันมาจากที่บริษัทขยันกันสุดๆ พูดตรงๆเราทำกันวันละเพลงสองเพลง สมมุติว่าเรามีกี่ห้องที่ทำเดโม่ มันก็จะเคลื่อนไหวกันหมดทุกห้อง แล้วพี่เองก็แทบจะอยู่โยงแทบจะทุกห้อง ถามว่าในหนึ่งวัน เหมือนเราทำลูกชิ้นปลาขายอ่ะ อันนี้เราทำลูกชิ้นปลาแล้วเราทำแล้วเราทำฮื่อก้วยใช่ไหม ดังนั้นพอมันขยัน แล้วบางครั้งเราดันเป็นหัวหน้าที่เดินดูไปชิมรสชาติทุกอัน เราก็แบบ โห...ปล่อยหมดเลยดีกว่า ก็ไม่มีอะไร ก็แค่นั้นเอง ที่นี่จะแตกต่างจากค่ายอื่น ตรงที่ว่าเราเป็นโรงงานที่เป็นครีเอทีฟด้านการผลิตที่นี่เลย วงทุกวงจริงๆก็กลับบ้านกันตี 4 ก็เป็นเรื่องปกติของที่นี่

ถ้าเปรียบ Smallroom เป็นคนหนึ่งคน พี่รุ่งคิดว่าคนๆนั้นจะมีลักษณะอย่างไร

พี่ว่าใส่แว่น เป็นคนไทยจีนไม่ใช่ไทยแท้ เคยเห็นไหมมันจะเป็นตี๋ที่ไม่ใช่ตี๋ จริงๆมันก็คือพี่นั่นแหละ มันตี๋ที่ไม่ได้ขาวอ่ะ มันจะมีตี๋ที่เหลือง ตี๋น้ำตาลอ่ะ มันก็เป็นคนแบบนั้นอ่ะ ซึ่งคนจีนมันก็มีหัวการค้าจากเทือกเขาอัลไตอะไรก็ว่าไป (หัวเราะ) ก็เป็นกวางตุ้ง ดังนั้นถ้าเปรียบกับเป็นคน ก็จะเป็นที่การผสมผสานเชื้อสายระหว่างศิลปะกับการค้าอยู่แล้ว

Smallroom คืออีกหนึ่งค่ายที่มีทางเลือกและตัวตนอย่างชัดเจน พี่รุ่งมีวิธีพัฒนาค่ายและศิลปินอย่างไรให้ประสบความสำเร็จตามแนวทางของ Smallroom

มันบังเอิญตรงที่ว่าพี่รุ่งมีความเป็นมนุษย์ที่มีพลังขับเคลื่อนสูง ทั้งสมองและร่างกาย เราอยากพัฒนาทุกอย่างแหละ พี่ก็จะเห็นข้อเสียง่าย สมมุติว่าวงหนี่งเคย Success แล้ว เราก็จะหนาวกันว่าแล้ววันใดที่มันไม่ Success แล้วเราเราควรจะหนาวกันไหม กันไว้ก่อนเถอะ แล้วมันควรต้องยังไง หรือว่าโอเคบางวงเราก็รู้แหละว่าเคย Success แล้วพอไม่ Success แล้วเราก็ครีเอทีฟไป แล้วมันผิดแผน เราก็ยังต้องครีเอทีฟต่อ เราจะท้อไม่ได้

คือวงหนึ่งวงมันไม่ใช่ว่าทำออกมา หรือการครีเอทีฟหนึ่งอย่างไม่ได้ออกมาว่าจะทำให้วงนั้นหมดอนาคต พี่จะเป็นมนุษย์ที่มองวงทุกวงเป็นลูกพี่ด้วย แต่ละคนก็โตมาคนล่ะแบบ อายุอานามก็ไม่เท่ากัน เครดิตของอัลบั้มที่เขาเคยทำก็ไม่เท่ากัน ประกอบกับทุกวงที่จำแนกแตกต่างแล้ว เราก็ต้อง Generate เขาอยู่ตลอดเวลา ตัวเราเองมีพลังเราก็จะส่งพลังสะท้อน สะท้อนให้เขาเห็นว่าเขายังไม่ได้อะไร เขายังขาดจุดไหน เขาควรจะไปได้ไกลแค่ไหน หรือว่าเขากำลังจะดรอป แล้วเขาอยากดรอปไหม ไม่ได้แปลว่าทุกวงต้อง Success หมด เพราะว่าที่นี่จะเป็นคนละแนวทางกันอยู่แล้ว ดังนั้นบางวงที่มัน Success ในแนวทางของเขาเอง เราก็จะท้าทายที่จะช่วยคิด

พี่รุ่งมองเทรนด์หรือกระแสดนตรีของบ้านเราในปีหน้าเป็นอย่างไรบ้าง

ไม่เคยสนใจเลย อยู่กับตัวเอง ไม่หรอก จริงๆเราฟังเพลงต่างประเทศมากกว่า แต่ทีนี้เราก็ไม่ได้บอกว่าเพลงที่เราฟังของต่างประเทศมันจะเป็นเทรนด์โลกนะ เพลงที่เราฟังมันก็เป็นรสนิยมเราอ่ะ ซึ่งโลกมนุษย์นี้ก็ไม่ได้ชอบกันมากมายด้วย กลุ่มก็ไม่ได้ใหญ่ ก็เหมือนว่าเราเห็นมนุษย์ที่ทำฮื่อก้วยได้น่าสนใจมาเรื่อยๆ แล้วเราเป็นคนในประเทศนี้ที่สนใจฮื่อก้วย ที่สร้างใหม่มาเรื่อยๆ เราอยากจะทำแบบนั้นให้เกิดในประเทศ ไม่ได้แปลว่าฮื่อก้วยเป็นอาหารหลักของคนทั้งโลกหรือในประเทศ

ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค Smallroom

Related Content