"ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" เพลงเนื้อไทยทำนองจีนที่ร้องโดยสาวฮ่องกง

"ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" เพลงเนื้อไทยทำนองจีนที่ร้องโดยสาวฮ่องกง

(โปสเตอร์ "อัศวินดาบกายสิทธิ์" พ.ศ. 2513)

ในอดีตโดยเฉพาะช่วงยุค 60s-70sนั้น วงการหนังไทยกับฮ่องกงถือว่าใกล้ชิดกันพอสมควร เห็นได้จากบรรดานักแสดงชาวต่างชาติที่มารับบทแสดงนำในหนังไทยก็เป็นนางเอกชาวฮ่องกงไปสักครึ่งนึงได้ อย่างเช่น เก่อ หลาน และ หมี เซียะ ในหงส์หยกปี พ.ศ. 2499 และ 2520 ตามลำดับ หรือจะ เกา เปาสู้ ในเศษมนุษย์ (พ.ศ. 2520) และ เถียน หนี จากสามเหลี่ยมทองคำ (พ.ศ. 2518)

สำหรับนักแสดงไทยที่ไปอวดฝีมือในหนังฮ่องกงหรือหนังร่วมทุนไทย-ฮ่องกงก็ไม่น้อยเช่นกัน อย่างเช่น มิตร ชัยบัญชาและเพชรชรา เชาวราษฎร์ในอัศวินดาบกายสิทธิ์ (พ.ศ. 2513) หรือถ้าหากเขาไม่เสียชีวิตเสียก่อนก็จะได้แสดงในหนังเรื่องจอมดาบพิชัยยุทธ (ลือชัย นฤนาท แสดงต่อ คู่กับสุทิศา พัฒนุช) และดาบคู่สะท้านโลกันต์ (ไชยา สุริยัน แสดงแทน คู่กับเพชรา เชาวราษฎร์) ของปี พ.ศ. 2514 อีกด้วย และยังมีวิไลวรรณ วัฒนพานิชแสดงคู่กับสุรสิทธิ์ สัตยวงษ์ในหนังฮ่องกงและหนังร่วมทุนไทย-ฮ่องกงถึง 4 เรื่องคือ The Autumn Phoenix - 秋凤 (ค.ศ. 1957) Flame in Ashes - 地下火花 (ค.ศ. 1958) Love and War - 红粉干戈 (ค.ศ. 1959) และ The Serpent and the Lovers - 毒蟒情鸳 (ค.ศ. 1961) ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของการร่วมมือกันในอดีต แต่ก็พอจะทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าวงการหนังไทยในอดีตนั้น "อินเตอร์" แค่ไหน

(กู้ เม่ย (顾媚) และ สุเทพ วงศ์กำแหง)

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่หนังเท่านั้นที่มีความร่วมมือกันระหว่างไทยกับฮ่องกง เพลงประกอบภาพยนตร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์นี้ ยกตัวอย่างเช่น มิสคูมี่ (Carrie Ku Mei) หรือ กู้ เม่ย (顾媚) ที่ร้องเพลง “เพื่อเธอคนเดียว” คู่กับสุเทพ วงศ์กำแหง เดิมตั้งใจนำมาประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ขบวนการเสรีจีน” (พ.ศ. 2501) แต่ด้วยเหตุอันใดไม่ทราบได้ สุดท้ายผู้สร้างก็ไม่ได้นำไปประกอบ แต่ว่าการร้องเพลงคู่กันของทั้งสองคนก็ทำให้กู้ เม่ยกับสุเทพกลายเป็นแฟนคบกันอยู่ตั้งเกือบปี

เพลง "เพื่อเธอคนเดียว" ฉบับที่ร้องโดยกู้ เม่ย-สุเทพฯ ยังหาฟังได้ในอินเตอร์เน็ต หากได้ลองฟังแล้วจะรู้ว่าเธอต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนจึงร้องออกมาเป็นภาษาไทยได้ชัดเพียงนั้น คุณบูรพา อารัมภีร์ บุตรชายของสง่า อารัมภีร์ผู้แต่งเพลง "เพื่อเธอคนเดียว" เล่าไว้อย่างสนุกในหนังสือ "เบื้องหลังเพลงรัก สง่า อารัมภีร์" ว่าในการซ้อมครั้งแรกๆ นั้น กู้ เม่ยร้องออกมาเป็นภาษาไทยสำเนียงจีนว่า "ฉันมี...ไตเดียว ลักเธอคนเดียว...ไม่เหมือนไคล…" จนนักดนตรีและแม้แต่ครูเพลงก็พากันหัวร่อจนต้องอัดเสียงใหม่ กู้ เม่ยยังร้องเพลงไทยไว้อีกหลายเพลง เช่น กงกรรม และฉันรอจูบจากเธอ

(เก้อ หลาน (葛兰))

นอกจากกู้ เม่ยก็ยังมีนักแสดงสาวชาวฮ่องกง (แน่นอนว่าในสมัยนั้น) อีกคนนึงที่ได้ร้องเพลงไทยไว้หลายเพลง เธอมีชื่อว่า เก่อ หลาน (葛兰) หรือ Grace Chang เธอเป็นชาวนานกิงที่โตในเซี่ยงไฮ้ แต่ครอบครัวย้ายมาอยู่ฮ่องกงตั้งแต่อายุ 15 และเธอก็เริ่มชีวิตนักร้อง นักแสดงเมื่ออายุได้ 20 ปี ตลอดชีวิตการแสดง 11 ปีของเธอ เธอแสดงหนังถึง 33 เรื่อง เมื่ออายุได้ 31 ปีก็เปลี่ยนมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์แทน

หนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดังที่สุดของเธอคือเพลง "รักชั่วนิรันดร์" - ปู๋เลี่ยวฉิง (不了情) ที่นำแสดงโดยหลิน ไต้ (林黛) ผู้เคยรับบทเป็นนางเอกหนังของชอว์ บราเธอร์ส์ (Shaw Brothers) เรื่อง "จอมใจจักรพรรดิ" (江山美人) สำหรับเพลงไทยที่เธอเคยร้องนั้นก็คือเพลง รักแรมไกล (สง่า อารัมภีร - ชาลี อินทรวิจิตร) และไม่เคยรักใครเท่าเธอ (ชาลี อินทรวิจิตร) เพื่อประกอบภาพยนตร์ที่เธอก็แสดงนำด้วยเรื่อง หงส์หยก (พ.ศ. 2499)

และสุดท้ายคือเพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" (สง่า อารัมภีร์ เนื้อร้อง – เหยา หมิ่น (姚敏) ทำนอง) ซึ่งเดิมทีเป็นเพลงจีนประกอบหนังฮ่องกงเรื่อง "แอร์โอสเตสสาว" (空中小姐) ที่เก่อ หลานแสดงเป็นนางเอก โดยเพลงจีนต้นฉบับนั้นมีชื่อว่า "เสียงระฆังจากลานวัด" – เมี่ยวหยวนจงเซิง (庙院钟声) แต่งเนื้อร้องโดย ยี่ เหวิน(易文) และทำนองโดยเหยา หมิ่น (姚敏) ซึ่ง "ลานวัด" จากชื่อเพลงนั้นก็มีที่มาจากลานวัดอรุณราชวรารามที่ปรากฎอยู่ในฉากหนึ่งของหนังนั่นเอง

(ฉากวัดอรุณราชวรารามจากเรื่อง "แอร์โอสเตสสาว" (空中小姐))

หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในปี พ.ศ. 2502 สง่า อารัมภีร์ประทับใจมาก จึงแต่งเนื้อร้องภาษาไทยขึ้น แล้วขอให้เก่อ หลานร้องเป็นภาษาไทย แม้ฉบับของเก่อ หลานจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่กลับมาดังอย่างมากในภายหลังเมื่อลินจง บุนนากรินทร์นำกลับมาบันทึกเสียงอีกครั้ง

"เสียงระฆังจากลานวัด" – เมี่ยวหยวนจงเซิง (庙院钟声)

南风吹燕双飞

庙院的钟声起

我心愿诉向谁

不知那神佛可猜对

ยามลมแดนใต้พัดมา นางแอ่นโผบินเคียงคู่

เสียงระฆังจากลานวัดแว่วดัง

ความปรารถนาฉันจะเผยกับใครกัน

ไม่รู้ว่าพระพุทธองค์จะคาดเดาได้หรือไม่

我愿人沉醉

伴着春光长徘徊

在这

也使我流连不归

野花变作玫瑰鲜艳可爱

小草铺成翡翠

给大地增添光辉

ฉันหวังให้มีคนร่วมดื่มด่ำ

ชื่นชมฤดูดอกไม้ผลิและทิวทัศน์

ณ พระราชวังริมน้ำอันงามงดแห่งนี้

ชวนฉันดื่มด่ำไม่สิ้นสุด

ให้ดอกไม้ป่ากลายเป็นกุหลาบที่สดสวยน่ารัก

และต้นหญ้ากลายเป็นทางปูด้วยเพชรนิลจินดา

คอยประทับผืนดินให้งดงามกระจ่าง

ฟังเพลง "เสียงระฆังจากลานวัด" โดยเก้อ หลาน

(ลินจง บุนนากรินทร์)

"ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้"

สุขใดจะเสมอ เท่าฉันมีเธอ เป็นคู่ดวงใจ

เคียงคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี

ดั่งแผ่นน้ำคู่ฟ้า ไปตลอดปี

รักมั่นภักดี เหมือนปลารักท้องนทีธาร

หากชีวิตของฉัน ถ้าแม้นขาดเธอ คงหมดจิตใจ

คงครวญพร่ำหวนอาลัย เหมือนคนที่ไร้วิญญาณ

เธอได้ฟัง ฟังฉันรำพันกล่าวขาน

จงได้สงสาร เห็นใจในรักที่ภักดี

สุขใดจะเสมอเท่า ฉันมีเธอเป็น คู่ดวงใจ

เคลียงคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี

ดังแผ่นน้ำ คู่ฟ้า ไปตลอดปี

รักเธอเท่าชีวี ดังปลารักน้ำนิรันดร

ฟังเพลง "ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้" โดยลินจง บุนนากรินทร์