บทเพลงในความทรงจำของดาโน่ - ดนัย ธงสินธุศักดิ์

บทเพลงในความทรงจำของดาโน่ - ดนัย ธงสินธุศักดิ์

ผมได้พูดคุยคอนเซ็ปท์ คร่าวๆ ของการเล่าเรื่องราวการทำงานทางดนตรี กับ โปรดิวเซอร์มือทองของยุค อย่างพี่ดาโน่ ผู้คร่ำหวอด อยู่กับวงดนตรีไทย ที่ทำคลอดมาหลายต่อหลายวง ทั้ง Cocktail, Klear, Retrospect, Sweet Mullet, The Mousses และอีกหลายวง มาฟังความเป็นมาของเพลงต่างๆ จากจดหมายของพี่โน่ที่ส่งถึงผมกันเถอะ

“ ผมไม่ได้แต่งเพลงฮิตเยอะมากมาย แต่ก็มีความทรงจำกับบางเพลงที่ผมทำ มันผูกพันบางช่วงเวลาในชีวิตผมเอาไว้ รักไม่ต้องการเวลา ผมนั่งเล่นกีต้าร์ที่บ้านไปเรื่อย ความคิดมันก็ฟุ้งไปเรื่อย อยู่ๆก็แว๊บคิดถึงเพื่อนคนนึง เวลามันอกหัก มันดูเหี่ยวมากบอกชีวิตนี้ มันจะไม่รักใครอีกแล้ว แต่พอไปเที่ยวแล้วเจอสาวใหม่ มันเมาแล้วก็ตะโกนบอกเพื่อนว่า "เฮ้ยย คนนี้กูรักจริงเว้ย" เจอบ่อยๆ ผมชัดจะเอือม เพราะความรักสำหรับผมมันต้องใช้เวลา แต่สำหรับเพื่อนผม อะไรทำไมมันรวดเร็วขนาดนี้ ผมฮัมๆคอร์ดแล้วร้องว่า "ฉันคิดว่ารักมันคือความผูกพัน ฉันคิดว่ารักมันคงจะต้องใช้เวลา" อะไรประมาณนี้ แล้วก็ส่งให้แพทเอาไปเขียนต่อ”

"วันนั้นเป็นวันเซ็นสัญญาของวง Retrospect วงเลยชวนไปฉลองกันที่บ้านแนป นักร้องนำ โดยชวนวง Sweet Mullet ซึ่งเซ็นสัญญากับค่าย Genie Records ไปก่อนหน้านั้นแล้ว มาที่บ้านด้วย Retro บอกว่าจะทำปิ้งย่างบารบีคิวกินกัน เราหิวกันมาก ยังไม่ได้กินอะไรกันตั้งแต่กลางวัน ไปถึงบ้าน วงบอกจะโชว์เพลงให้เราฟัง ก็เล่นให้ในห้องนอนแนปนั่นแหละ ทุกคนโอดโอย เพราะหิวมาก วงก็ไม่ฟัง เล่นโชว์เพลงแล้วเพลงเล่า ซัดเพลงหนักๆแบบไม่ฟังใครเลย "

" ผมหิวจนทนไม่ไหวเลยนอน ตะโกนแกล้ง หิวแล้ว หิวแล้ว ขำๆ เป็นระยะๆ ห้องซ้อมอื้ออึ้ง เสียงก็ดังนัวเนียไปหมด แต่พอเพลงๆนึง ขึ้น ตะๆ ตือ ตื่อ ตือ ตือ ตือ 555 จากที่ไม่อยากฟังวงซ้อมกันแล้ว ตาผมกลับเบิกโพล่ง พอถึงท่อนฮุค ผมถึงกับต้องลุกขึ้นมา เพื่อฟังและจดจำเพลงๆนั้น ที่ตรงฮุคมันร้องว่า “ฉันมันต้องเจ็บลึก บาดแผล รักมันบั่นทอน ความรักไม่แน่นอน” ตั้งแต่นั้น ผมเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้ตลอด เพลงๆนึงที่ฟังครั้งแรก กลับมีอิทธิพลกับเราขนาดนี้ เพลงนี้ตอนที่ยังไม่ได้ออก ผมเปิดให้วงกะลาฟัง (ตอนนั้นกำลังทำเพลงกันอยู่) ฟังครั้งแรกวงกะลาเขาก็ชอบเลย แบบชอบแซวประมาณว่า ชอบเพลงนั้นน่ะพี่โน่ ฉันมันต้องเจ็บลึก บาดกึ๊กก (อะไรของมันเนี่ย)

“ผมเคยพูดเล่นๆกับวง Cocktail ตอนผมมิกซ์เสร็จว่า เพลงมันช้าไปหน่อยนะ ถ้าปล่อย tempo นี้ไป น่าจะได้สักอันดับ 5 แต่ถ้าเพลงเร็วกว่านี้ สัก 2-3 tempo เพลงน่าจะเข้า Top 3 ลุ้นอันดับ 1 นะ พูดขำๆไป แต่ในใจแค่รู้สึกว่า ถ้ามันเร็วกว่านี้นิดนึง มันดีกว่ามากๆ ด้วยเทคโนโลยี ผมเลยลองเร่งให้เพลงเร็วขึ้น ให้วงเอากลับไปฟัง วงให้ หมี ผู้จัดการวง เป็นคนช่วยฟังแบบ blind test (เพราะหมีไม่ได้รู้เรื่องด้วย) หมีบอกวงว่า เฮ้ย ไปทำอะไรมา ทำไมเพลงมันฟังดีกว่าเดิมเยอะเลยวะ วงเลยเชื่อผม ให้ผมหดให้เพลงเร็วขึ้น ในขั้นตอนการทำ Mastering (ซึ่งจริงๆเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำสักเท่าไหร่นะครับ) และเรื่องคลาสสิคตลอดกาลสำหรับวงการเพลง เพลงๆนี้ ตอนแรกผู้ใหญ่ในค่าย ไม่อยากให้ปล่อย เขาบอกเนื้อเพลงมันไม่ดี ไม่มีอะไรเลย แต่พวกผมก็เชื่อ มั่นใจ แต่ไม่ดื้อ ก็พยายามแก้ แต่แก้เท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ก็เลยออกไปแบบนั้น แล้วเพลงก็ขึ้นอันดับ 1 จริงๆ หลายคลื่นด้วย และเพลงเธอทำให้ฉันเสียใจเป็นเพลงที่มียอดวิวใน youtube หลักหลายสิบล้านเพลงแรกของ Cocktail อีกด้วย”

“เพลงคุกเข่าเป็นเพลงที่โอมเล่นให้ฟังทางโทรศัพท์ แล้วส่งเดโมกับกีต้ารโปร่งให้ฟัง แว๊บแรก ฟังติดหูดี ผมตื่นเต้น ในระดับเพลงเดโมที่ร้องเนื้อมั่วๆคร่าวๆ แต่วงยกระดับเพลงขึ้นไปจนกลายเป็นระเบิดลูกสำคัญ ที่ทำให้วงแจ้งเกิดได้จริงๆ”

“ส่วนเพลงเธอ โอมร้องให้ผมฟัง ตอนเขาไปเรียนที่เมืองจีน เขาบอกว่า ให้เพ็ญ ภรรยาเขาช่วยแต่ง เขาเล่าว่า เพ็ญบอกประมาณว่า ขึ้นต้นเพลงว่า ฝนพรำ...สิ (โอมอยู่จีน เพ็ญอยู่เมืองไทย ยังไม่ได้แต่งงานกัน เวอรชั่นแรกคือ มันไม่มีท่อน อยู่ไกลจนสุดสายตา มันขึ้นด้วยท่อน ฝนพร่ำ เปรียบดั่งครั้งฉันพบเธอ) ผมฟังแรกครั้ง ชอบมากๆ บรรยายกาศมันได้หมดเลย อยู่เมืองจีน หนาว หิมะตก คนรักกำลังจะแต่งงานกัน ผมหลงกับเพลงนี้มากๆ มันเพราะจริงๆ หมี ผจก.วง บอกโอมว่า อย่าเอาเพลงนี้เลย มันเลี่ยนหวาน จนไม่เหมาะกับวง ผมยืนยันว่า ยังไงก็ต้องเอาเพลงนี้ลงในอัลบั้มนะ (เกือบไม่ได้ฟังกันแล้ว) เมโลดี้มันเพราะและเรื่องราวมันจริงมากๆ แล้วโอมยังไปแต่งท่อนร้องอินโทรเพิ่ม ทำให้เพลงมันพาเราไปไกลกว่าเดิมอีก เสียงน้องวี ไวโอเลต ที่มาร้องคอรัสให้ มันยิ่งเติมความรู้สึกให้มากขึ้นไปอีก และหลายคนคงไม่ทันสังเกต เพลงนี้ เป็นไม่กี่เพลงของ Cocktail ที่ไม่มีเสียง Strings เลยในเพลง”

และนี่คือเรื่องเล่าจากการทำเพลงของพี่ชายที่เป็นผู้ให้โอกาส และแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนงานให้เหล่าบรรดาวงหน้าใหม่ให้ได้เจิดจรัศในวงการดนตรี พี่โน่ พาตัวเองไปอยู่ทุกที่ เมื่อมีใครต้องการคลอดเพลงที่พร้อมจะเปลียนโฉมชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล

ขอขอบคุณเรื่องเล่าและ ภาพส่วนตัวจากพี่ดาโน่ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Related Content