ทำไมคนเราต้องดู "คอนเสิร์ต"

ทำไมคนเราต้องดู "คอนเสิร์ต"

การไปดูคอนเสิร์ตอาจถูกมองว่าเป็นแค่กิจกรรมบันเทิงหรือบางคนมองว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยด้วยซ้ำ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นกิจกรรมที่มีอะไรมากกว่านั้นนะ บ้างก็ว่ามันคืออีกรูปแบบหนึ่งของการ ‘ฟังเพลง’ และ ‘เสพศิลปะ’ หรือในบางสังคมก็นับเป็น ‘กิจกรรมทางวัฒนธรรม’ อย่างหนึ่ง เอาล่ะ วันนี้เราจะมาเม้ามอยให้คุณฟังว่าทำไมการดูคอนเสิร์ตเนี่ยมันถึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อชีวิตและมนุษยชาติ (ว่าไปนั่น)

ลำดับแรกเลยคอนเสิร์ตมันคือการไปดูศิลปินแบบ ‘สดๆ’ ใช่มั้ยล่ะ สดในที่นี้ไม่ใช่แค่การได้เห็นนักร้องตัวเป็นๆ ตรงหน้า (ซึ่งบางทีก็อยู่ไกลเหลือเกิน) แต่ยังได้เห็นพวกเขาร้องเพลงเล่นเพลงแบบสดๆ ด้วย โอเค แม้ว่าหลายครั้งเราอาจจะผิดหวังว่าทำไมเล่นสดแล้วไม่ฟินเท่ากับฟังที่บ้านนะ แต่ในทางกลับกันเราก็จะได้พบความประทับใจประเภท “โอ้โห ร้องเป๊ะมาก เหมือนฟังไฟล์ความละเอียดสูง!” หรือศิลปินบางคนก็จงใจให้เพลงเวอร์ชันเล่นสดมีความแตกต่างออกไปจากในอัลบั้ม ซึ่งนี่คือเสน่ห์สำคัญของคอนเสิร์ตเลย

นอกจากนั้นเราจะยังได้เห็นตัวตนของศิลปินด้วย ทั้งพวกชอบพูดคคุยกับคนดู บางคนนี่พูดเก่งมากจนน่าจะไปเดี่ยวไมโครโฟนได้ อีกพวกคือพูดน้อยแต่เน้นการเพอร์ฟอร์ม อาจจะไม่ได้เอนเตอร์เทนคนดูมาก แต่แสดงสดเป๊ะและแน่น หรือบางคนอาจจะรู้ตัวแหละว่าตัวเองไม่ได้ร้องสดเก่งมาก เราก็จะได้เห็นว่าพวกเขามีวิธีการแก้ปัญหายังไง เช่น ท่อนนี้เสียงสูงขอหลบหน่อย หรือทำเนียนยื่นไมค์ให้คนดูร้องเลย การได้สังเกตสิ่งเหล่านี้ก็เป็นความสนุกอีกแบบหนึ่ง

ทีนี้เวลาไปดูคอนเสิร์ต เราไม่ได้ดูแค่นักร้องอย่างเดียว เรายังได้ดู ‘โปรดักชัน’ ของโชว์ด้วย ไม่ว่าจะการออกแบบเวที ลูกเล่นของไลท์ติ้ง (ระบบไฟ) บนเวที วิชวลกราฟิกที่ฉายบนจอ หรือคอนเสิร์ตสมัยนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาอยู่เรื่อย ที่ฮิตในช่วงหลังก็เช่น ริสต์แบนด์หรือแท่งไฟที่เปลี่ยนสีอัตโนมัติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยขับเน้นการแสดงของศิลปินให้ทรงพลังขึ้นไปอีก

ความพิเศษอีกอย่างของคอนเสิร์ตคือเราไม่ได้ฟังเพลงอยู่คนเดียว แต่ยังมีคนดูอื่นๆ เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นที่อยู่ร่วมกับเราด้วย พลังของมวลชนนี่มีผลต่อการดูคอนเสิร์ตจริงๆ นะ เช่น โมเมนต์ประเภทว่าคนดูช่วยกันร้องเพลงกันกระหึ่มจนเราขนลุกไปด้วย เพลงร็อคมันส์ๆ ที่กระโดดตัวลอยกันทั้งงาน หรือบางทีอาจเป็นคนดูที่ไปกับเรา ไม่ว่าจะเพื่อนหรือแฟนก็ช่วยทำให้การดูสดครั้งนั้นมีโมเมนต์จำ (กอดคอกันร้องเพลง หรือจับมือกันตอนเพลงโรแมนติก) ส่วนใครไปดูคนเดียวใช่ว่าจะต้องเหงา ถ่ายรูปหรือวิดีโอลงไอจี เดี๋ยวก็มีเพื่อนมากรี๊ดกร๊าดด้วยความอิจฉาเอง

สุดท้ายคือ เมื่อต้นปีนี้มีผลวิจัยมาจากบริษัทอินเทอร์เน็ตสัญชาติอังกฤษ O2 ว่าคนที่ดูคอนเสิร์ตจะมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ดูถึง 9 ปีเชียวนะ! สาเหตุคงเป็นเรื่องง่ายๆ ว่าการดูคอนเสิร์ตมันเหมือนการให้ ‘รางวัล’ กับชีวิตตัวเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะการอดออมเงินเพื่อไปซื้อตั๋ว หรือขอเทการงานใดๆ สักวันนึงเพื่อไปสนุกให้เต็มที่ แม้จะเป็นความสุขไม่กี่ชั่วโมงแต่มันก็ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้หลายเลเวล

ดังนั้นถ้าอยากให้รางวัลกับตัวเองด้วยจำนวนเงินที่ไม่ได้มากมายอะไรนัก คอนเสิร์ต Shopee presents Thailand Top 100 by JOOX 2018 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว เพราะในงานมีศิลปินกว่า 30 ชีวิต อาทิ แสตมป์ อภิวัชร์, เป๊ก ผลิตโชค, The TOYS, ดา เอ็นโดรฟิน, วิโอเลต วอเทียร์ ฯลฯ ในราคาบัตรเพียง 990 บาทเท่านั้น (นักเรียน/นักศึกษา 800 บาท หรือมาแบบยกก๊วน 3200 บาท/4ใบ) แล้วพบกัน 17 พฤศจิกายนนี้ ที่ OASIS ARENA SHOW DC พระราม 9 ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/events/739591419744548

ติดตามข่าวสารสนุกๆได้ทาง Thairath Plus, Soilmilk (Your daily dose of fresh), สุดสัปดาห์, Cleo: 100% Best Friend, Nylon, Cheeze – Look Online (พื้นที่ของแฟชั่น คัลเจอร์ สตรีทสไตล์ ที่คนยุคใหม่ต้องฟอลโลว์), Happening and Friends (Better with Art)