เรื่องเล่าหลังเลนส์ ของ Keny Srivuttichan

เรื่องเล่าหลังเลนส์ ของ Keny Srivuttichan

หากใครเป็นขาประจำเทศกาลดนตรีที่เคยมีประสบการณ์ได้ไปชมงานอย่าง Big Mountain Music Festival, G16, Bodyslam13 รวมถึงคอนเสิร์ตและปาร์ตี้อีกหลายงาน ก็อาจจะพอคุ้นหน้าเด็กหนุ่มคนนี้..

Keny Srivuttichan หรือ ธาเกียรติ ศรีวุฒิชาญ ที่เพื่อนๆมักเรียกกันว่า เคน หรือ เคนเตี้ย

แต่ด้วยความสูงเพียง 161 ซม. อย่าคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ธรรมดา แม้ยังอยู่ในวัยเรียน แต่เค้าก็เป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ในคราบนักศึกษาที่มีงานชุกมากที่สุดคนหนึ่ง นับตั้งแต่อายุ 19 ที่เริ่มจับกล้อง เคนก็รับงานถ่ายทั่วไป ตั้งแต่งานแต่งงานบวช จนถึงงานถ่ายภาพแฟชั่น ปกซิงเกิ้ล ภาพ Portrait ไปยันงานคอนเสิร์ตและปาร์ตี้ต่างๆนานาอีกนับไม่ถ้วน สำหรับความรักในการถ่ายภาพนั้นมีขนาดไหน คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาทำถึงขนาดซิ่วจากการเรียนภาพยนตร์ ม.กรุงเทพ หลังจากค้นพบว่าความปรารถนาสูงสุดของชีวิตคือการเดินบนเส้นทางสายถ่ายภาพ เพื่อมาเข้าปีหนึ่งใหม่และเรียนด้านการถ่ายภาพที่ม.รังสิตอย่างจริงจัง

ส่วนฝีมือเป็นอย่างไร เรื่องนี้เราคงไม่พูดเอง ดูภาพน่าจะเห็นชัดกว่า...

[ภาพถ่ายของเคนที่ได้รับเลือกเป็นปก DVD bodyslam ปรากฏการณ์ ดัม-มะ-ชา-ติ]

จากการลั่นชัตเตอร์มานับหมื่นนับแสน (หากนับจริงอาจถึงหลักล้าน) ของช่างภาพไฟแรงวัย 22 ปีคนนี้ ทำให้เราเกิดคำถามว่า แล้วภาพถ่ายที่มีเรื่องราวที่เขาชอบที่สุดตลอดช่วงระยะเวลาที่เขาได้จับกล้องนั้น คือภาพไหน?

นี่คือภาพที่เขาเลือก และเรื่องเล่าเบื้องหลัง...

“ภาพนี้ผมถ่ายในงาน Big Mountain Music Festival 5 (ปี 2556) เมื่อ 3 ปีที่แล้วครับ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับเกเรในฐานะยุวชนช่างภาพ”

[เกเร คือ ทีมผู้จัดคอนเสิร์ต นำทัพโดย ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม โดยมีโครงการยุวชนเกเร ที่เปิดให้นักเรียนนักศึกษาได้มีโอกาสฝึกงานภาคสนามในงานคอนเสิร์ตตามตำแหน่งที่ตนเองสนใจ]

“ในตอนนั้นผมค่อนข้างกดดัน แบกความกังวลไว้ตลอดว่าจะทำงานได้ไม่ดี ก็พยายามทำการบ้านก่อนมาถ่ายเยอะ แต่ด้วยสภาพการทำงานในคอนเสิร์ต โดยเฉพาะตอนโลโมฯเล่น ก็ย่อมต้องมีการฝ่าผู้ชมที่กำลังชมคอนเสิร์ตกันอย่างเมามัน กระโดดร้องเพลงกันสุดแรง ในแบบที่ผมคาดไม่ถึงเลย”

[โชว์ของโลโมโซนิคถือว่าเป็นการแสดงสดที่บิ้วคนดูให้เฮตามได้มากที่สุดวงหนึ่ง เรียกได้ว่าเดือดสุดๆ]

“ด้วยความที่ผมตัวเล็ก จึงเป็นอุปสรรคมากในการฝ่าคนเข้าไปถ่าย เวลานั้นเพื่อให้ได้ภาพ ผมก็ต้องชูสุดแขน แถมเขย่งด้วย ในกลุ่มคนดูที่ชนกันไม่ยั้ง แต่ในจังหวะหนึ่งที่ได้ลั่นชัตเตอร์ไปในช่วงอลวนแบบนั้น มันกลับได้ภาพที่คาดไม่ถึง มันมีความรู้สึก อารมณ์ของศิลปินและเรื่องราวแฝงไว้”

“ทุกวันนี้เมื่อกลับมาดู ผมยังรู้สึกถึงเวลาตอนนั้นได้อยู่เลย แล้วยังถามตัวเองอยู่เลยครับ ว่าในวันนั้นเราทำได้ยังไง สำหรับผมในฐานะช่างภาพ Big Mountain Music Festival ถือเป็นงานใหญ่ที่ผมถือว่าเป็นก้าวสำคัญในชีวิตครับ”

เรายังมีเรื่องราวเบื้องหลังภาพถ่ายงานดนตรีและคอนเสิร์ตอีกมาก ติดตามกันต่อไปได้ใน JOOX

ขอขอบคุณภาพจาก fb/Keny Srivutthichan และ ig/ kkentia

Related Content