“อย่าให้เขาฮู้เด้อ” เพลงสำหรับคนที่ยังตัดใจไม่ลง จาก ไผ่ พงศธร

“อย่าให้เขาฮู้เด้อ” เพลงสำหรับคนที่ยังตัดใจไม่ลง จาก ไผ่ พงศธร

เมื่อใดก็ตามที่เราพูดถึงเพลงลูกทุ่งของไทย สิ่งที่หลายคนพูดถึงมักจะบอกกับเราว่า เพลงลูกทุ่งเป็นเพลงที่เปรียบเสมือนตัวแทนของชนชั้นแรงงาน คนอีกแบบในห่วงโซ่เศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะเพลงลูกทุ่งดัง ๆ หลายเพลง เลือกที่จะหยิบจับช่วงเวลาของคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ผ่านเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องของความรัก การต่อสู้ ภาวะปากกัดตีนถีบ หรือแม้กระทั่งการชุบตัวเป็นคนใหม่

ท่ามกลางการปรับตัวของวงการเพลงไทย โดยเฉพาะวงการเพลงลูกทุ่ง เพลงของไผ่ พงศธรเพลงใหม่ที่ชื่อว่า “อย่าให้เขาฮู้เด้อ” สามารถไปไกลกว่าเพลงลูกทุ่งที่ปล่อยออกมาในช่วงเวลานี้ เพราะมันเป็นเพลงที่พูดถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน เป็นปรัชญาความรักที่น่าสนใจ และเป็นช่วงเวลาที่แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้เป็นคอเพลงลูกทุ่ง เมื่อได้ฟังเพลงนี้อดที่จะรู้สึกร่วมกับมันได้อย่างแน่นอน

อย่าให้เขาฮู้เด้อ ถูกแต่งขึ้นจากฝีมือของพงษ์ศักดิ์ ถนอมใจ โปรดิวเซอร์คู่ใจของไผ่ พงศธร ที่เคยเข้าชิงรางวัลเพลงลูกทุ่งยอดนิยมจากเวทีประกาศรางวัลหลายเวทีมาแล้วจากผลงานเพลง “ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น” ซึ่งร้องโดยไผ่ พงศธรเอง นอกจากนี้เขายังเป็นนักแต่งเพลงมือทองซึ่งแต่งเพลงให้กับไมค์ ภิรมย์พร และศิลปินลูกทุ่งอีกหลายคน

ถ้าจะวิเคราะห์ถึงเนื้อในผ่านเนื้อเพลงที่ลุ่มลึกและละเมียดละไม มันคือเพลงที่พูดถึงการเลิกรากันไปของคนสองคน หากแต่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังแสดงออกถึงความห่วงใย ความอาทรที่บ่งบอกว่าเขายังไม่ลืมความรักในครั้งเก่า โดยที่เขาคนนั้นอาจจะมีคนใหม่ไปแล้ว เพราะแค่เพียงท่อนแรกของเพลงมาถึง มันก็ยิงเข้าตรงกลางใจเลยทีเดียว

เป็นหยังคือเฮ็ดแนวนี้ มันบ่ดีฮู้บ่

เมื่อเฮาเมิดทางหย่างต่อ แล้วเจ้ากะพ้อคนใหม่

เจ้ายังเฮ็ดปานเฮาบ่ได้เลิกกัน ออกอาการจนเกินเลยไป

เฮ็ดคือยังฮักหลาย เฮ็ดปานว่าอ้ายนั้นยัง สำคัญ

นอกจากที่จะพูดถึงความห่วงใยที่เกินเลยไปของอดีตคนรัก สิ่งที่น่าสนใจคือมันยังเป็นเพลงที่ตรงไปตรงมาในการพูดถึงความพยายามตัดขาดจากรักครั้งเก่าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ของอีกฝ่ายอีกด้วย

ในส่วนของโครงสร้างทางดนตรี มันถ่ายทอดความเป็นลูกทุ่งอีสานออกมาได้งดงามท่ามกลางกระแสเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่ที่มักจะใส่เสียงสังเคราะห์เข้ามาจนล้นเกินไป ในเพลงนี้เราจะได้ยินเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านทั้งภาคกลางและภาคอีสานเข้ามาอย่างมากมาย หากแต่มันก็ไม่ได้ถูกใส่เข้ามาจนรกรุงรัง เพราะทีมโปรดิวเซอร์ยังแตะเบรคมันด้วยเสียงเครื่องดนตรีสากลอย่างเสียงกลอง เสียงเบส และเสียงกีต้าร์ที่ให้ความรู้สึกของความเป็น Folk และเมื่อทุกอย่างผสมผสานหลอมรวมกัน มันจึงเป็นเพลงลูกทุ่งที่มีความ Minimal เป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าใครเบื่อเพลงลูกทุ่งปัจจุบันที่โหมประโคมเครื่องเคราของดนตรี Pop อย่างมากมาย เมื่อได้ฟังเพลงนี้ ฟังแค่ครั้งเดียวไม่น่าจะพอ เพราะมันไพเราะจนต้องฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก

มาถึงในส่วนเสียงร้องของไผ่ พงศธร โดยปกติถ้าเรานึกถึงไผ่ พงศธร เราจะนึกถึงเพลงที่โด่งดังของเขาอย่างเพลง “คนบ้านเดียว” ซึ่งเป็นเพลงสนุกๆ แต่มาในเพลงนี้ เราจะพบเสียงที่ยังมีความซื่อตรงไม่เสื่อมคลาย เป็นเส้นเสียงที่ไม่มีการประดิษฐ์ใด ๆ มันมีความตรงไปตรงมาทางความรู้สึก ความชัดเจนของการบอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจ ซึ่งแน่นอนว่ามันสอดรับกับเนื้อเพลงที่พูดถึงความชัดเจนในความสัมพันธ์

ในแง่ของเทคนิคอื่น ๆ แม้มันจะไม่ได้เป็นเพลงที่มีโน้ตยากๆ โชว์พลัง แต่สิ่งที่ยากในเพลงนี้ก็คือ ความซื่อในเสียงที่ร้องแล้วคนฟังต้องรู้สึกและเข้าใจ ซึ่งไผ่ พงศธร ทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้อย่างดีงามและคนฟังสามารถรับรู้ได้อย่างดีเลยทีเดียว

ความเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่ได้ทำให้เพลงนี้ถูกบดบังและไพเราะลดน้อยลงไป เพราะมันเป็นเพลงลูกทุ่งช้า ๆ ที่มียอดวิวเข้าใกล้หลักสิบล้านวิว ภายในแค่เดือนเดียว บ่งบอกว่าคอเพลงลูกทุ่งหลายคน ยังนิยมชมชอบความละเมียดละไม ความงดงามของภาษา วิธีการถ่ายทอดที่ตรงไปตรงมา และการที่มันค่อย ๆ ซึมเข้าไปในหัวใจของคนฟังอย่างที่มันเป็น

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความจาก FB/grammy gold

รวมเพลงเพราะไผ่ พงศธร