Foster the People โชว์สุดมัน ทุ่มสุดตัวทั้งนักดนตรีและคนดู

Foster the People โชว์สุดมัน ทุ่มสุดตัวทั้งนักดนตรีและคนดู

เป็นอีกหนึ่งวงที่เราเป็นแฟนเพลงและรอคอยการมาเปิดแสดงสดในไทยอย่างยาวนานมาก แบบ ก.ไก่ หลายพันตัว และมันก็ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อผู้จัดเจ้าใหม่อย่าง Very ประกาศเมื่อช่วงปลายปี 2560 แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่าจะเอา Foster the People เข้ามาเล่นที่ไทยในวันที่ 29 มกราคม 2561 ณ Moonstar Studio ไอ้เราตกใจมาก ไม่ใช่อาการดีใจนะ ไม่มีเงินจ่ายค่าบัตรคอนเสิร์ตต่างหาก ฮ่า ๆ

ในเมื่ออยากดูก็ต้องได้ดูดิวะ มาถึงแถว ๆ สถานที่จัดงานตั้งแต่ประมาณห้าโมงได้ แต่โต๊ะที่แลกรับริสแบนด์เข้าเปิดงานตอนหกโมง เลยตีรถออกไปหาของกินข้างนอกก่อน กลับมาอีกทีน่าจะประมาณเกือบ ๆ ทุ่ม ที่จอดรถคือโคตรดีงาม ไฟสว่างไสวไม่เป็นอันตรายแน่นอน และห่างจากสตูดิโอจัดงานไม่ไกล เดินได้สะดวก เข้าไปแลกริสแบนด์แบบชิวมาก เพราะคนยังไม่เยอะ แต่ช่วงประมาณสองทุ่มเนี่ยต่อแถวกันยาวเหยียดเลยฮะ ล้นจนขนาดแยกไม่ออกคนไหนต่อแถวแลกริสแบนด์หรือซื้อเครื่องดื่ม

ตอนสองทุ่มแบบตรงเป๊ะ ๆ Whal & Dolph วงปลาแห่งท้องทะเล ขึ้นเล่นสดในฐานะวงเปิด วงอินดี้ป๊อบแบบลื่นไหล ฟังง่ายเข้าใจไม่ยาก ดนตรีสดใสแต่บางเพลงก็แฝงเนื้อหาความเจ็บปวด ตอนนั้นเรายังไม่ได้เข้าฮอลล์นะเพราะรอรุ่นพี่อยู่หน้างาน แอบฟังอยู่ข้างนอกแต่ไม่ชัดเท่าไหร่ เข้าไปช่วงที่เล่นประมาณ 4 เพลงสุดท้ายอย่าง ละเมอ, เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน, รอให้เธอบอก และ โอ๊ย โดยในการแสดงสดครั้งนี้ เพลง-ต้องตา นักร้องนำและมือคีย์บอร์ดน่ารักสดใสแห่งวง Plastic Plastic มาเสริมทัพเล่นสดกับแก๊งปลาด้วยครับ ฟังสดครั้งแรก เออ เล่นดีนะ แต่ยังนิ่ง ๆ เกร็ง ๆ อาจจะตื่นเวทีก็เป็นได้

เวลาล่วงเลยไปประมาณสามทุ่มครึ่งจากกำหนดการว่าวงหลักจะต้องขึ้นสามทุ่มตรง ในขณะที่ทีมงานกำลังเซ็ตเครื่องดนตรี จากเพลงคลอเบา ๆ รอวงขึ้น กลายเป็นดนตรีที่เหมือนประกอบภาพยนตร์ โหมหนักขึ้น จนไฟดับ และมีพ่นควันออกมา คนดูเฮลั่นแบบพร้อมกันเป็นสัญญาณที่ดีว่าวงกำลังจะขึ้นแล้ว จากนั้นสมาชิกวงค่อย ๆ เดินออกมาทีละคน

เปิดโชว์เพลงแรกด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุด Sacred Hearts Club อย่าง Pay the Man ในเพลงนี้เราแอบนอยด์เรื่องเสียงที่ได้รับอยู่นิด ๆ เพราะเสียงร้องของพี่มาร์คฟรอนต์แมนค่อนข้างจมลงไปกับเสียงดนตรี เหมือนยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง จนในเพลงที่สอง Helena Beat ซาวด์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ ขึ้นอินโทรเพลงนี้มา พี่มาร์คสะพายกีต้าร์เดินท่าทางยียวนไปมาตามสไตล์ของแก หลังท่อนฮุคสองจะมีท่อนให้คนดูได้ร่วมสนุกไปพร้อม ๆ กันโดยการปรบมือ ก่อนจะโดดแบบสุดตัวหลังท่อน “yeah yeah and I’m alright” หลังเล่นจบเพลง พี่มาร์คทักทายคนดูเป็นภาษาไทย “สวัสดีครับ ขอบคุณครับ” ชัดมาก ฝึกมาดีแน่ ๆ

ต่อมาเล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่และเก่าสลับกันไปมา เช่น Life on the Nickel, Doing It for the Money, Waste, Are You What You Want to Be? ในเพลงนี้ความพิเศษอยู่ที่ด้าน Lighting สาดแสงดั่งสายรุ้งผสมกับความเก่าในยุค 80-90 คล้ายดิสโก้เทค สร้างอารมณ์ให้คนดูเข้าถึงโชว์เข้าไปอีกขั้น ก่อนจะเล่นที่เพลงในอัลบั้มแรกอย่าง Don’t Stop (Colors on the Wall) ต่อเนื่องกันไป

กลับมาที่เพลงอัลบั้มใหม่บ้างโดยทางวงหยิบยกเพลง Lotus Eater ขึ้นมาเล่น ซึ่งในเพลงนี้มีซาวด์ที่มีเสน่ห์ชวนคิดถึงวงร็อคยุคเก่าและยังโคฟเวอร์เพลง Blitzkrieg Bop จากวงร็อคในตำนานอย่าง Ramones ที่ชวนให้คนดูมีส่วนร่วมอีกแล้ว ด้วยการชวนให้ยกมือและตะโกน “Hey Ho, let’s go!” โดยทั้งสองเพลงที่เราเพิ่งพูดมาเมื่อกี้เนี่ยทางวงเล่นแบบติดกันแบบไร้รอยต่อเหมือนเป็นเพลงเดียวกันเล่นยาว ๆ ไป

โชว์ผ่านไปได้ครึ่งทางแล้วครับ มาฟังเพลงจากฝั่งอัลบั้ม Supermodel กันบ้าง เราตะโกนเฮลั่นแค่ทำนอง Intro ของ Pseudologia Fantastica ดังขึ้นเพียงเท่านั้น โดยเพลงนี้เป็นเพลงโปรดสุด ๆ ของเราด้วย ร้องตะโกนแบบสุดพลังและ Lighting ในก็ทำหน้าที่ได้ดีอีกแล้วในการกระหน่ำสาดไฟที่โคตรแฟนตาซีดั่งชื่อเพลง เพิ่มความพิเศษเข้าไปอีกขั้นโดยทางวงมี Outro เพื่อเพลงต่อไปโดยใช้เสียงภาษาไทย “เต้น จูบ กอด สัมผัส” ลูปซ้ำไปเรื่อย ๆ จนขึ้นเพลงฮิตติดเพดาน Houdini ท้ายเพลงแถมโดยการที่โซโล่กลอง และโหมโรงโดยที่พี่มาร์คฟรอนต์แมนยืนโยกเพื่อพาคนดูเข้าสู่เพลง Call It What You Want

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโชว์หลังจากที่เดือดดาลกับเซ็ตเพลงนี่เน้นโดด เน้นโยกมามากแล้ว เบา ๆ ช้า ๆ กันบ้างด้วยการวอร์มด้วย Coming of Age ก่อนที่พี่มาร์คจะไปโชว์สกิลการเล่นคีย์บอร์ดพร้อมร้องในเพลง Ruby เฮ้ย! เราเซอร์ไพรส์อ่ะ เพราะเป็นซิงเกิ้ลตั้งแต่ปี 2012 ที่ออกมาเดี่ยว ๆ แล้วก็ไม่ถูกมารวมอยู่ในอัลบั้มด้วย เลยไม่คิดว่าพี่แกจะใส่เพลงนี้มาในโชว์ คนร้องตามได้เยอะมาก ต่อด้วย Sit Next to Me และ Miss You ที่กระหน่ำซาวด์อิเล็กทรอนิกส์แบบขยี้ทุกโสตประสาทของคนดูให้โยกหัวหลุด และทิ้งไว้แบบนั้นก่อนจะเดินลงจากเวทีไป

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจบโชว์ไปแบบดื้อ ๆ ยังไม่ได้เล่นเพลงที่เรียกได้ว่าสร้างชื่อให้หลายคนรู้จักกับ Foster the People เลยครับ ซาวด์จากเครื่องดนตรียังคงดังอยู่ตลอดพร้อมไฟกระพริบ ๆ บวกกับเสียงเฮคนดูที่ยังรอคอยการกลับขึ้นมาของวง เสียงสนั่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อสมาชิกกลับขึ้นมาบนเวที บิด ๆ จับ ๆ เครื่องกันซักพัก Loyal Like Sid & Nancy เพลงจากอัลบั้มล่าสุดก็ดังขึ้น พี่มาร์คโชว์สกิลการเต้นได้แบบเผ็ดร้อน ปิดท้ายโชว์ด้วยเพลง Pumped Up Kicks ที่พาคนทั้งฮอลล์โดดลืมเหนื่อย

เบ็ดเสร็จเล่นไปทั้งหมด 18 เพลง โหดมาก! เล่นสดทุ่มเทโคตร! เป็นโชว์สมการรอคอยในระยะเวลาหลายปีของเรามากเลย เปลี่ยนคืนวันอาทิตย์อันแสนเนิบนาบที่จะต้องตื่นเช้าไปเรียนให้เป็นคืนที่ทำให้เรามีความสุขกับ Performance อันสุดโหดจากวง และการเฉลี่ยเพลงจากทั้งสามอัลบั้มมาเล่นสดได้อย่างเยี่ยม โดยไม่เป็นการยัดเยียดเพื่อโปรโมตเพลงในอัลบั้ม Sacred Hearts Club มากจนเกินไป และบ้านเราเซ็ตลิสต์ก็เป็นการผสมผสานแตกต่างจากประเทศอื่นในแถบเอเชียด้วย เป็นอีกหนึ่งวงที่ควรดูก่อนตาย มันคุ้มค่ามากจริง ๆ อีกเรื่องคือขอชื่นชมการแก้ปัญหาเสียงในตอนต้นโชว์ด้วยครับ และขอบคุณทีม Very ที่พา Foster the People เข้ามาเล่นในไทยเพื่อทำให้ฝันที่จะอยากดูของใครหลายคนเป็นจริงครับ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก FB/ The Very Company, Whal & Dolph

Related Content