เสพสด! Michael Bolton in the Asian Dream Tour 2017

เสพสด! Michael Bolton in the Asian Dream Tour 2017

Subaru Presents Michael Bolton in the Asian Dream Tour 2017 ทัวร์คอนเสิร์ตหลังจากจบรายการเฟ้นหานักร้องดาวรุ่งดวงใหม่จากเอเชีย Bolt of Talent ของศิลปินระดับโลกอย่าง Michael Bolton เจ้าของเสียงร้องโคตรเท่ สุด sexy ทรงพลัง (และเสียงสูงมาก) อย่างเพลง When A Man Loves A Woman หรือ How Am I Supposed To Live Without You (ที่หน้ากากจิงโจ้เคย cover ในรายการหน้ากากนักร้อง) และMichael Bolton ก็ได้รับรางวัล Grammy สาขา Best Male Pop Vocal Performance มาแล้วจากทั้งสองเพลงที่กล่าวไป หรือเสียงร้องในเพลง Go The Distance เพลงประกอบ animation จาก Disney เรื่อง Hercules ที่เราคุ้นหูกันดี

ทัวร์คอนเสิร์ตนี้จะจัดใน 5 ประเทศ และไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น คอนเสิร์ตจัดขึ้นเมื่อเสาร์ที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ GMM Live House หนึ่งใน pop culture icon มาเยือนถึงถิ่นทั้งที งานนี้พร้อมเปย์ไปเพื่อไปเสพสดสักครั้ง

ประตูเปิด 6 โมง ในบัตรเขียนไว้ว่าคอนเสิร์ตเริ่มหนึ่งทุ่ม แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ คอนเสิร์ตเริ่มช้าไปครึ่งชั่วโมง เปิดโชว์ด้วยเพลงลาวดวงเดือนฉบับหน้ากากซูโมจากลิเดีย หลายคนอาจไม่ทราบว่าลิเดียคือหนึ่งในพิธีร่วมจากประเทศไทยของ Bolt of Talent ต่อด้วยโชว์จาก Lance Busa นักร้องฟิลิปปินส์ผู้ชนะจากรายการนี้ ร้อง 3 เพลง ได้แก่ 24K Magic กับ Treasure (Bruno Mars) และ Who’s Lovin’ You (The Jackson 5)

หลังจากครึ่งชั่วโมงกับโชว์เปิด และแล้วก็ได้เวลาของ Michael Bolton (กรี๊ด!) เริ่มด้วย Stand By Me (Ben E. King) ร้องคู่กับ Lance Busa แล้วต่อด้วยเพลงฮิตอย่าง To Love Somebody (Bee Gees) กับ Said I Loved You...But I Lied จากนั้นเข้าสู่ช่วงเพลงย้อนวัยอย่าง You Don’t Know Me (Eddy Arnold), That’s Life (Frank Sinatra), Sweet Home Chicago (Robert Johnson) และจบช่วงแรกด้วย Old Time Rock And Roll (Bob Seger) ก่อนที่จะยกเวทีให้มือ saxophone บรรเลงหนึ่งเพลงและเข้าสู่ช่วงต่อไป

มาสู่ช่วงที่ 2 เป็นช่วง duet เปิดด้วย To Make You Feel My Love (Bob Dylan) (เพลงที่ Adele เคย cover ใน album “19”) ร้องคู่กับลิเดีย ก่อนจะส่งต่อให้กับ Sam Fly หนึ่งในนักร้อง backup ของคอนเสิร์ตนี้ มาชวนทุกคนร้อง How Am I Supposed To Live Without You ไปพร้อม ๆ กับ Michael Bolton ก่อนที่จะต่อด้วย Ain't No Mountain High Enough (Marvin Gaye & Tammi Terrell) จากนั้นจบช่วง duet ด้วย The Prayer (Celine Dion and Andrea Bocelli) และจบช่วงที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ด้วย Go The Distance แล้วก็ยกเวทีให้มือ saxophone บรรเลงอีกครั้ง

มาสู่ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต Michael Bolton โผล่มากลางผู้ชมพร้อมกับเพลง When A Man Loves A Woman (Percy Sledge) ก่อนจะกลับขึ้นไปบนเวทีและส่งท้ายด้วยเพลงจังหวะสนุกสนานอย่าง How Can We Be Lovers และ Steel Bars แล้วก็จบคอนเสิร์ต

แต่แน่นอนว่าธรรมเนียมของคอนเสิร์ต คือ ต้องมี encore (ที่ไม่ใช่ละครของ ฉลอง ภักดีวิจิตร) Michael Bolton ส่งท้ายค่ำคืนนี้ด้วย Georgia on My Mind (Ray Charles) ส่งผู้ชมกลับบ้านอย่างเต็มอิ่มไปด้วยความประทับใจ คอนเสิร์ต (รวมโชว์เปิด) ประมาณ 2 ชั่วโมงนิด ๆ นับว่าเพลิดเพลินไปกับเสียงร้องและมุกตลกเบา ๆ จาก Michael Bolton เป็นระยะ ๆ ทำให้บรรยากาศครื้นเครง ไม่น่าเบื่อ แต่ก็ไม่ทำให้โฟกัสที่เพลงจางไป ฝีไม้ลายมือของศิลปินเองก็เก๋าตามอายุ และแม้เสียงร้องจะร่วงโรยตามวัยไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเล็กน้อยมาก คือยังสามารถร้องฆ่าศิลปินรุ่นปัจจุบันตายได้เป็นเบือ

[Michael Bolton ร้อง Stand By Me กับ Lance Busa]

จะว่าไป Michael Bolton นี่ก็ชอบเอาเพลงของคนอื่นมาร้องนะ (555+) แต่สิ่งที่ทำให้ Michael Bolton มีอิทธิพลต่อวงการดนตรีและวงการนักร้องอย่างยิ่ง คือ เสียงร้องของเขาที่พิเศษมาก มีความแหบ แต่หนักแน่น และช่วงเสียงกว้างมาก สมแล้วที่เป็นหนึ่งในนักร้อง pop rock ballad แถวหน้าที่อยู่ยั้งยืนยงในวงการ เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นหลังต่อ ๆ ไป ว่าถ้าถึงวัย 64 ปีแล้ว ก็ขอให้ยังมีแรงร้องเพลง มีแรงสร้างความสุขให้ผู้ชมอย่างเต็มที่ ไม่มีตก อย่าง Michael Bolton

มนุษย์อะไร 64 แล้ว ขนาดเพลงที่ร้องก็ลดคีย์แล้ว...ก็ยังสูงจนเกือบร้องตามไม่ได้อยู่ดี #กราบ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Thaiticketmajor และ Official Facebook ของ Michael Bolton