“โยนใจให้หมากิน” ยุคเปลี่ยนผ่านของ ตั๊กแตน ชลดา

“โยนใจให้หมากิน” ยุคเปลี่ยนผ่านของ ตั๊กแตน ชลดา

ถ้าจะกล่าวถึงบรรดาเจ้าแม่เพลงแซ่บโดยเฉพาะฝั่งเพลงไทยสากล ชื่อของปาน ธนพรน่าจะเป็นชื่อแรกๆที่หลายคนนึกถึง จนพี่ปานได้ฉายาเจ้าแม่เพลงเมียหลวง ส่วนพี่ปนัดดา เรืองวุฒิ นักร้องค่ายคู่แข่งในยุคนั้นก็ได้ฉายาเจ้าแม่เพลงเมียน้อย แต่ถ้ามองไปที่วงการเพลงลูกทุ่ง ดูเหมือนวงการเพลงลูกทุ่งของไทยจะขาดเพลงช้าแซ่บๆ แรงๆ ไปนานพอสมควร พี่สุนารี ราชสีมาก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคอมเมนท์เตเตอร์ผ่านรายการประกวดร้องเพลง หรือพี่แคทลียา มารศรีก็ไม่ได้ออกเพลงใหม่ที่เนื้อหาเผ็ดๆ อีกแล้ว และเพลงลูกทุ่งที่ฮิตถล่มทลายในยุคนี้ก็เป็นเพลงลูกทุ่งสไตล์แดนซ์เสียมากกว่า

แต่อยู่ดีๆ ก็ดันมีนักร้องลูกทุ่งสาวที่หลายคนคุ้นหน้า เปลี่ยนคาแรกเตอร์และสไตล์ของตัวเองจากสาวบ้านนาซื่อๆ ที่ถูกหลอกโดยไอ้หนุ่มคนกรุง มาเป็นผู้ใหญ่ที่โนสนโนแคร์ผู้ชายหลายใจ และสาวคนดังกล่าวก็คือ ตั๊กแตน ชลดา ในเพลงที่แรงได้ใจอย่าง “โยนใจให้หมากิน”

ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ / มีคนเหงารออยู่เบอร์นี้ / อยากเป็นคนรัก ไม่อยากเป็นชู้

เหล่านี้คือชื่อเพลงที่ใครต่อใครต่างคุ้นหูเป็นอย่างดีของตั๊กแตน ชลดา เนื้อเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของสาวต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร แล้วถูกผู้ชายเจ้าชู้หลอกล่อด้วยคำพูดคำจาหวานๆชวนเพ้อฝัน สุดท้ายผู้หญิงในเพลงเหล่านั้นของตั๊กแตน ชลดา จึงดูกลายเป็นผู้หญิงที่รอคอยความหวังดีจากผู้ชาย ยอมทนเจ็บปวดจากการตกเป็นเมียน้อย รอคอยความเอื้ออาทรจากผู้ชายที่มีเมียหลวงอยู่แล้ว แต่ ... ตั๊กแตน ชลดา ในปี 2017 ไม่ใช่ตั๊กแตนคนเก่าอีกแล้ว!!!

โยนใจให้หมากิน

คือเพลงที่เปลี่ยนแปลงและทำให้เราเห็นพัฒนาการของตั๊กแตนได้อย่างน่าสนใจ ถ้ามองกันในเรื่องเนื้อเพลง มันคือเพลงที่พูดถึงการที่ผู้หญิงคนหนึ่งไปหลงรักชายที่หัวใจโลเล แต่เป็นการหลงรักที่ไม่ได้อยู่ในเทพนิยายแบบตั๊กแตนคนเก่า เพราะเมื่อความจริงเปิดเผย หญิงสาวผู้นั้นก็พร้อมและสามารถควักหัวใจที่ไม่อยากจะพบความเจ็บปวดนี้โยนให้หมามันกิน

โยนถิ่มให้หมาสาเด้ออ้ายจ๋า ใจน้อง..ดวงนี้

น้องมันเป็นคนบ่ดี บ่ดีที่ฮักอ้ายหลาย

ไปกับเขาสา อ้ายฮักเขาสิล้มสิตาย

ปล่อยน้องคือจั่งบั้งไฟ จุดแล้วสิไปสิตกกะส่าง

ท่อนฮุคว่าหนักแน่นและพีคแล้ว ท่อนอื่นๆในเพลงก็แซ่บไม่แพ้กัน โดยเฉพาะท่อนที่สาวตั๊กแตนเปรียบเปรยมนุษย์เป็นดังเช่นควาย ซึ่งมันได้ช่วยยกระดับความร้ายความแรงของเพลงให้มากยิ่งขึ้น

เห็นว่าฮักหลายกะอย่าทำร้ายเกินไปเด้ออ้าย

ฟ.แฟน บ่แม่น ค.ควาย หยุดทำร้ายหัวใจน้องสา..

นอกจากความแซ่บของเนื้อเพลงที่พาสาวตั๊กแตนให้ไปไกลกว่าลุคเดิมๆที่หลายคนได้ยิน วิธีการร้องของเธอก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ถ้าเราเคยฟังเพลงของสาวตั๊กแตนเมื่อหลายปีก่อน เราจะพบวิธีการร้องแบบทอดเสียงอาลัยอาวรณ์ การเอื้อนที่ใช้เสียงลมหายใจแผ่วๆ เข้าช่วยเพื่อทำให้เพลงมีความเศร้าและดูคล้ายกับคนที่กำลังหมดแรง

แต่ใน โยนใจให้หมากิน เราจะพบวิธีการร้องที่หนักแน่น แข็งแกร่ง การไล่โน้ตอย่างตรงไปตรงมา การแบ่งวรรคแบ่งคำร้องที่ให้อารมณ์กระแทกกระทันเพื่อเข้ากับเนื้อหาในเพลง และสิ่งที่ทำให้อารมณ์ในเพลงไปถึงจุดสูงสุดได้ ก็เพราะวัยของสาวตั๊กแตนที่เติบโตขึ้น ทำให้เธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนนี้ออกมาได้อย่างมีมิติ เพราะมันเป็นเสียงที่บ่งบอกทั้งความน้อยเนื้อต่ำใจ ความผิดหวัง อยากหลุดพ้น ประชดประชันและความต้องการที่จะก้าวเดินบนเส้นทางใหม่

ในส่วนของเมโลดี้และทำนอง โยนใจให้หมากินได้ใส่ความเป็น Pop–Rock เข้าไปอย่างน่าสนใจ เสียงกีต้าร์ที่บาดหูช่วยส่งอารมณ์ในเพลงให้เผ็ดขึ้นไปอีกขั้น ตามด้วยเสียงกลองที่โหมประโคมในช่วงท่อนฮุคของเพลงก็ช่วยขยี้อารมณ์ของเพลงได้เป็นอย่างดี

งานนี้ก็ต้องบอกว่า สาวตั๊กแตน ชลดา ได้เปลี่ยนผ่านจากสาวน้อยบ้านนาอ่อนหวานไปสู่ผู้หญิงยุคใหม่ที่ชัดเจนทางความรู้สึกและพร้อมจะปฏิเสธถ้าความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นความสัมพันธ์ที่นำพาชีวิตให้ตกต่ำ เผ็ดได้ใจจริงๆ

รวมเพลงเพราะตั๊กแตน ชลดา