ฟังแล้วน้ำลายสอ: กินจุ๊บจิ๊บ ost. สะใภ้ไร้ศักดินา

ฟังแล้วน้ำลายสอ: กินจุ๊บจิ๊บ ost. สะใภ้ไร้ศักดินา

นอกจากบทบาทคุณแม่มือใหม่ และกรรมการรายการเรียลลิตี้โชว์เฟ้นหาผู้มีความสามารถอย่าง Thailand got talent แล้ว

เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา ยังมีอีกบทบาทที่หลายคนอาจลืมไป เธอคือนักแสดงมากฝีมือคนหนึ่ง ที่ได้ฝากผลงานไว้มากมาย หนึ่งในนั้นคือละครเรื่อง ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ นอกจากจะได้เห็นความสามารถทางการแสดงที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมแล้ว เธอยังสวมบทบาทนักร้องในละครอีกด้วย หลายคนต้องร้อง อ๋อ! กันแล้วแน่ๆ ว่าเป็นเพลงไหนที่เราจะมายั่วน้ำลายกัน

เพลง กินจุ๊บจิ๊บ เป็นเพลงประกอบละคร สะใภ้ไร้ศักดินา เมื่อ 15 ปีที่แล้ว นี่คือหนึ่งในละครที่มีเรตติ้งสูงมาก ถ้าพูดถึงความโด่งดังของละครเรื่องนี้ ให้นึกภาพกระแส แรงเงาฟีเวอร์ ที่มีเพลงประกอบละครเป็นเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทรซิ ดังขนาดนั้นแหละ

กินจุ๊บจิ๊บ - เบนซ์ พรชิตา

พรชิตาได้มาพร้อมกับบทบาท ปลิวลม สาวน้อยผู้มีความฝันอยากเป็นนักร้อง แต่พบพานกับอุปสรรคต่างๆตามแบบฉบับละครไทยที่น่าจะพอเดากันออก สุดท้ายความพยายามที่จะทำตามความฝันก็สำเร็จ ด้วยตัวบทนางเอกที่อยากจะเป็นนักร้อง ทำให้เบนซ์ ต้องร้องเพลงประกอบละครด้วย หนึ่งในนั้นคือเพลง กินจุ๊บจิ๊บ ที่มาพร้อมท่าจีบมือเหมือนกรีดกรายนิ้วหนีบฝอยทองเข้าปาก (ตามรูปประกอบ) ด้วยเนื้อเพลงมีความแปลกใหม่ไม่เหมือนเพลงทั่วไป ทำให้เพลงนี้โด่งดังเป็นพลุแตก แม้ละครจะอวสานไปแล้ว ถ้ามีงานบุญ งานบวช ที่ไหนจะต้องมีเพลงนี้อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน

เนื้อหาเพลงนี้พูดถึงหญิงสาวที่ช้ำรักจากการถูกเทมา เมื่ออกหักแล้วต้องทำยังไงได้ละคะ ก็ต้อง กิน กิน กิน เพลงนี้จึงอัดเมนูมาอาหารมาให้เลือกสรรแน่นขนัด เอาใจคนถูกหักอกที่คิดเมนูไม่ออกว่าเมื่ออกหักแล้วจะกินอะไรดี

จากที่ลองนับเมนูอาหารในเพลง กินจุ๊บจิ๊บ นับได้ทั้งหมด ได้ 20 เมนู อาหารคาว 7 เมนู อาหารหวาน 13 เมนู ด้วยจำนวนที่เยอะขนาดนี้ คงน่าจะสนุกไม่น้อยถ้าเรานำเมนูอาหารเหล่านี้ มาจับคู่ทำเป็น คอร์สดินเนอร์เล็กๆ 3คอร์ส เช่น

Entrée เป็น ส้มตำปูเค็ม หรือ ปูนึ่ง

Plate principal เป็น ผัดไทย

Dessert เป็น ลูกตาลแช่อิ่ม เป็นต้น

ให้อารมณ์ชวนแฟน ชวนเพื่อนไปเดินตามย่าน เยาวราช ตลาดพลู หรือจะซอยคอนแวนต์ แล้วย้ายไปเรื่อยๆตามร้านที่วางแผนไว้ ออกแบบคอร์สเองน่าสนุกจะตาย

เป็นอีกบทเพลง ที่นอกจากจะทำให้เราหวนนึกถึงละครในอดีตที่เคยสร้างความสนุกสนานกันแล้ว ยังทำให้เราน้ำลายสอได้ทุกครั้งที่เปิดมาฟัง ความเย้ายวนของวัฒนธรรม street food ที่แค่เดินออกไปปากซอยแล้วสามารถเจออาหารข้างทางได้ตลอดเวลาแบบนี้ มันช่างเหมาะกับ การกินจุ๊บกินจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ ซะเหลือเกิน