Tool กลับมาแล้ว!!

Tool กลับมาแล้ว!!

ผู้อ่านคงรู้สึกสงสัยว่าทำไมหัวข้อบทความถึงได้ดูตื่นเต้นโวยวายขนาดนั้น แต่ผมคาดว่า หลังจากผู้อ่านได้อ่านบทความนี้จบ ท่านจะถึงบางอ้อว่าทำไมการกลับมาของ Tool ถึงได้น่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้ เอาล่ะ ผมจะเริ่มเล่าประวัติย่อๆ ของวงก่อน

Tool เป็นวงแนว Progressive Rock/Art Rock/Experimental จากเมือง LA ในรัฐ California มียอดขายราว ๆ 2.9 ล้านชุดในอเมริกา ซึ่งจริง ๆ ก็ระบุยากว่าเป็นแนวอะไรกันแน่เพราะที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติมันไม่ค่อยมีวงดนตรีที่ทำเพลงแบบนี้เท่าไร

เพลง Tool แปลกอย่างไร?

คืออย่างนี้ครับ ตอนแรกเลยที่ผมฟังแล้วสังเกตได้ (ในฐานะมือกลอง) ก็เห็นว่ามันพิลึกตรงที่วงดนตรีโดยทั่วไปจะใช้กีต้าร์เล่น melody แล้วใช้กลองและเบสเป็นตัวคุมจังหวะ แต่วงนี้ดันเอากีต้าร์ ไปคุมจังหวะ แต่เอากลองมาเล่น Melody ประสานไปกับเบส ซึ่งเป็นอะไรที่ “พิเรนทร์” มาก ทีนี้ผมก็เอาไปแนะนำให้มือกีต้าร์วงผมฟัง เขาก็ว่า “เฮ้ย! มันแปลกตรงคีย์เว้ย...” โดยปกติวงทั่วไปจะใช้คีย์ Major (อารมณ์สว่างสดใส) กับคีย์ Minor (อารมณ์เศร้ามืดมน) ไม่ค่อยเกินนี้เท่าไร แต่วงนี้ดันเล่นในคีย์ Diminish (เรียกสั้นๆว่า Dim) ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรีว่า เป็นคีย์ที่ฟังยาก ฟังแล้วกดดัน แล้วมีแค่แนวเดียวที่เอาคีย์ Dim มาเล่นให้เพราะได้ ก็คือแนวที่ขึ้นชื่อว่ามีความซับซ้อนและรายละเอียดทางดนตรีสูงมากอย่างแนว Jazz แต่อันนี้พวกพี่แกเอามาเล่นในดนตรี Rock เฉยเลย ดังนั้นวง Tool จึงเป็นหนึ่งในวงที่ค่อนข้างต้องการประสบการณ์ด้านดนตรีในการรับฟัง เพราะเพลงค่อนข้างฟังยาก พิลึกกึกกือ วิปริต วิปโยค มฤตยู (พอ!)

ในด้านซาวด์ก็ถือว่าประหลาดแล้ว ในด้านเนื้อเพลงนี่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน!

ยกตัวอย่างเช่นเพลง “Vicarious” ก็มีเนื้อหาที่ล้ำลึก เฉียบคม ชนิดที่พอแปลแล้วรู้สึกว่า “เฮ้ย โลกดนตรีมันมีอะไรอย่างงี้ด้วยเรอะเนี่ย!”

“eye on the TV, 'cause tragedy thrills me

Whatever flavor it happens to be like

"Killed by the husband," "Drowned by the ocean"

"Shot by his own son," "She used a poison in his tea

Then kissed him goodbye," that's my kind of story

It's no fun 'til someone dies”

ในท่อนแรกของเพลงกล่าวถึงข่าวที่มักถูกถ่ายทอดทาง TV มักจะเป็นข่าวประมาณนี้

“ถูกฆาตกรรมโดยสามี” “จมน้ำตายในทะเล”

“เขาโดนลูกชายตัวเองยิง” “ เธอแอบใส่ยาพิษในชาของเขา”

เป็นข่าวโศกนาฏกรรมที่แสนเศร้า แต่ก็แปลกที่มันถูกเอามาถ่ายทอดบ่อยซะเหลือเกิน แล้วหลายครั้งที่เราเลือกที่จะนั่งดูข่าวต่อทั้ง ๆ ที่เราดูแล้วก็รู้สึกสงสาร ไม่สบายใจ อะไรทำให้เราเลือกที่จะดูข่าวที่แสนโหดร้ายนี้ต่อไป?

ใจจริงผมอยากทิ้งปริศนาไว้ให้ผู้อ่านได้ไปคิดต่อ แต่เพื่อความรวดเร็ว ผมจะขอสปอยล์โดยการตัดท่อนสุดท้ายมาสรุปเลย

“Vicariously, I live while the whole world dies Much better you than I”

Vicarious แปลว่า เป็นตัวแทน หรือทดแทนคนอื่น

สิ่งที่เพลงนี้พยายามจะสื่อ คือมนุษย์เราทุกคนต่าง “รู้สึกดี” อยู่ข้างในเมื่อเห็นความทุกข์ทรมานเดือดร้อนของมนุษย์คนอื่น แน่ล่ะว่าแวบแรกที่รับรู้สิ่งเหล่านี้ เราจะรู้สึกสงสารและหดหู่ แต่ลึกๆในใจเรากลับรู้สึกว่า “ดีนะ...ที่ไม่ใช่เรา” ดีที่เราไม่ได้เป็น “ผู้โชคร้าย” คนนั้นที่จมน้ำตาย, “ผู้โชคร้าย” ที่ถูกลูกชายตัวเองยิง, และ “ผู้โชคร้าย” รายวันที่ถูกเอามานำเสนอผ่าน TV เราทุกคนล้วนเป็น “ผู้เสพความตาย (ของคนอื่น)”เพื่อจะมีชีวิตอยู่และรู้สึกดีกับชีวิตที่โชคดีกว่าของตัวเองในทุก ๆ วัน

ซึ่งมีข่าวดีคือในแอพ JOOX ของหมู่เฮาก็มีบทเพลง “ Vicarious” นี้ไว้ให้เราฟังกันด้วย ลองฟังดูครับ

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า “แล้วทำไมชื่อบทความถึงเป็น Tool กลับมาแล้ว?”

สาเหตุก็คือ พวกพี่แกดันพักวงไป 8 ปี! ใช่ครับ อ่านไม่ผิด 8 ปี! ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากวง ไม่มีแม้กระทั่ง EP หรือ ซิงเกิ้ลแม้แต่ซิงเกิ้ลเดียว จนแฟนๆ พากันทำแก๊กล้อเลียนการ “หาย” ของวง Tool ดังภาพเหล่านี้…

“1 ชั่วโมงบนดาวดวงนี้เท่ากับ 7 ปีบนโลกเลยนะ”

“ก็ดี.. เราจะรออัลบั้มใหม่ของ Tool ที่นี่แหละ”

รอจนแก่หง่อมไปคาคอมพ์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยอัลบั้มใหม่ออกมา..นานแค่ไหน ถามใจดู

จนกระทั่ง.. เมื่อประมาณปีที่แล้ว (2016) Tool ก็ได้เล่นเพลงๆนึงออกมาในคอนเสิร์ต ซึ่งไม่เคยถูกปล่อยออกมาให้ใครได้ยินได้ฟังมาก่อน!

ทำให้เหล่าแฟนๆที่รอคอยมานานจนจะเลิกรอแล้ว ได้กลับมาโห่ร้องดีใจราวกับประเทศตัวเองชนะสงครามโลก เพราะในที่สุดการรอคอยกว่า 8 ปีก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว Tool ก็มีวี่แววจะกลับมาทำเพลงต่อกันแล้วโว้ยย (ขนาดยังไม่ปล่อยเพลงแบบเป็นทางการยังอดดีใจไม่ได้อะครับ)

ซึ่งเหตุผลที่พวกพี่แกหายไป 8 ปีก็ไม่ใช่อะไรซับซ้อนครับ หลายคนอ่านมาถึงตอนนี้อาจเดาว่า วงมันล้ำมาก ที่หายไปนี่อาจไปฝึกพูดภาษามนุษย์ต่างดาว ไม่ก็ไปฝึกวิชาในหุบเขาเร้นลับ นั่งสมาธิใต้น้ำตกอยู่แน่ ๆ เลย

จริง ๆ คือพวกพี่แกโดยฟ้องเรื่องงานอาร์ตเวิร์คโดยหนึ่งในอดีตทีมอาร์ตเวิร์คของวงเองนั่นแหละ ซึ่งในสหรัฐอเมริกากฎหมายเป็นอะไรที่วุ่นวายเอามาก ๆ กว่าจะเคลียร์จบจนมาทำวงต่อเป็นเรื่องเป็นราวได้ก็ใช้เวลายาวนานเอาการเลยทีเดียว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็กลับมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก ๆ

ควรฟังตอนไหน :

เพลงวง Tool ค่อนข้างต้องการประสบการณ์ทางด้านดนตรี หรือ อาจรวมไปถึงประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ (เพราะเพลงวงนี้แต่งเกี่ยวกับเรื่องแนว Spiritual ซะเยอะ แนวๆเปิดตาที่สาม, วิวัฒนาการลำดับต่อไปของมนุษย์, พลังจิต, ศาสนา, ปรัชญา ฯลฯ)

การที่จะอินกับเพลงที่แสนจะฟังยากของ Tool ดังนั้นเพลงของ Tool จึงไม่ได้เป็นเพลงประเภทที่จะฟังระหว่างปั่นจักรยานแม่บ้านไปจ่ายตลาด หรือ ฟังตอนกำลังกลับจากที่ทำงานด้วยเรือด่วนคลองแสนแสบได้ แต่เราต้องหาเวลาว่างพอที่จะ “โฟกัส” กับเพลงทั้งความหมายและอารมณ์อันลึกล้ำของเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้

ผมเองก็ต้องยอมรับว่าตอนไปเจอเพลงวงนี้เข้าตอนแรกก็รู้สึกว่าเพลงฟังยากมากกก ไม่ชอบเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ เลยค่อยกลับมาฟังแบบตั้งใจปรากฏว่า “ติด” เพลงวง Tool เข้าแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลย ต้องใช้เวลาอยู่ครับ กว่าจะซึมซับเพลงวงนี้ แต่ผมกล้ารับประกันเลย ว่าถ้าคุณกลายเป็นติ่งวงนี้ “ชีวิตในฐานะเป็นนักเสพดนตรีของคุณจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกเลย”

ขอขอบคณภาพจากเว็บไซต์ ultimate-guitar และ Metal Injection