Chester Bennington เสียงสุดท้ายที่มอบให้โลกใบนี้

Chester Bennington เสียงสุดท้ายที่มอบให้โลกใบนี้

When my time comes

Forget the wrong that I’ve done

Help me leave behind some

Reasons to be missed

And don’t resent me

And when you’re feeling empty

Keep me in your memory

Leave out all the rest

Leave out all the rest

[เมื่อถึงคราวฆาต ลืมความผิดพลาดที่ฉันได้ทำ ช่วยฉันเหลือไว้ในสิ่งที่น่าจดจำ โปรดอย่าขุ่นเคืองกันเลย เมื่อเธอรู้สึกอ้างว้าง เก็บฉันไว้ในความทรงจำ และปล่อยสิ่งที่เหลือทิ้งไป ปล่อยทิ้งไป]

21 กรกฎาคม 2017 Chester Bennington นักร้องนำวงร็อกชื่อก้องโลก Linkin Park มีเหตุให้สันนิษฐานว่าเขาเลือกที่จะจากโลกนี้ไปด้วยความเต็มใจของตัวเอง ซึ่งผมขออนุญาตไม่เขียนถึงมูลเหตุนั้น จุดประสงค์ของงานเขียนชิ้นนี้ ผมขอทำเพื่ออุทิศให้กับเค้า ฮีโร่ของพวกเรา เชสเตอร์ ชาลส์ เบนนิงตัน

ฟินิกส์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ซึ่งเด็กชายเชสเตอร์เกิดขึ้นมา ก่อนจะผ่านมรสุมที่ไม่น่าจดจำในวัยนั้น เชสเตอร์ระบายทุกอย่างผ่านภาพวาด บทกลอน และตัวอักษรผ่านบทเพลง จนชีวิตบรรเลงถึงอายุ 17 เค้าเริ่มต้นร้องเพลงอย่างจริงจังครั้งแรกกับวง Sean Dowdell and His Friends ก่อนจะลาออกมาฟอร์มวงใหม่ของตัวเองในชื่อ Grey Daze มีผลงานอยู่ 3 อัลบั้ม แต่สุดท้ายเชสเตอร์ก็เลือกที่จะออกมาจากวงในปี 1998 ด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครรู้

เวลาผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เชสเตอร์เริ่มที่จะท้อ แต่แล้ว Jeff Blue รองประธานแผนกจัดหาศิลปินของบริษัท Zomba Music ในลอสแองเจลิส ได้ชักชวนเชสเตอร์ให้ไปออดิชั่นกับวง Xero แน่นอนเค้าทำสำเร็จ และนั่นยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้พบกับคู่หูทางดนตรี Mike Shinoda

และเป็นอีกครั้งที่ Jeff Blue (เจฟฟ์ บลู) ปูทางให้กับเชสเตอร์ เพราะเค้าได้ย้ายไปเป็นรองประธานผู้ประสานงานฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปินให้กับ Warner Bros. ก่อนจะช่วยให้ เชสเตอร์และคู่หูได้เข้าสู่ค่ายที่ใหญ่กว่าเดิม และนั่นคือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ Linkin Park

ปี 2000 หลัง Linkin Park ปล่อย Hybrid Theory อัลบั้มแรกของวงสู่ตลาด มหากาพย์ด้านยอดขายก็เกิดขึ้นทันที ด้วยตัวเลข 30 ล้านแผ่นทั่วโลกส่งให้พวกเค้าเป็นหนึ่งในวงที่อัลบั้มเปิดตัวมียอดขายสูงสุดตลอดกาล ผ่านดนตรีรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่าง ร็อก เมทัล แรฟ ป๊อป และอิเล็กทรอกนิกส์ เมื่อผนวกเข้ากับเสียงร้องของเชสเตอร์ที่โดดเด่น ยามสำรอกดั่งซาตาน ยามขับขานดั่งเทวดา พาให้เค้าเป็นหนึ่งในไอดอลของนักร้องหลายคน โดยเฉพาะคุณเอ๋ อีโบล่า

Ebola เป็นหนึ่งในวงที่ได้เล่นเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกของ Linkin Park ในประเทศไทยเมื่อปี 2004 และกลายเป็นวงเดียวที่ได้เล่นเปิดคอนเสิร์ตให้กับ Linkin Park ทุกครั้งที่มาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเรา และความประทับใจที่คุณเอ๋จำได้จนทุกวันนี้คือการที่เชสเตอร์ ใส่เสื้อวงของอีโบล่าขึ้นคอนเสิร์ต ทำให้วงของพวกเค้าตอนนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ทั้งยังนำไปสู่การฝึกร้องเพลงช้าของคุณเอ๋อีกด้วย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาสำคัญของเพลงช้าอันแตะใจคนฟังทั่วประเทศไทยอย่าง ‘สิ่งที่ฉันเป็น’

เช่นเดียวกับครอบครัว Big Body ที่รวมวงร็อกชื่อดังของไทยอย่าง Big Ass และ Bodyslam ไว้ ครั้งหนึ่งเมื่อสมัยคุณแด๊กยังเป็นนักร้องนำของ Big Ass เคยนำเพลง In The End ของ Linkin Park ขึ้นมา Cover ในการแสดงสดและชวนคุณตูน Bodyslam ที่ตอนนั้นยังสดใสไฟเกินร้อยขึ้นมาแร๊ฟด้วยกันในเพลงนี้ (เวอร์ชั่นนี้สามารถหาฟังได้ในยูทูปนะครับ)

ในช่วงค่ำวันที่ 21 กรกฎาคม 2017 หลังจากทราบข่าวการจากไปของเชสเตอร์ bodyslam ชุดเฉพาะกิจนำโดยคุณตูน คุณโอม และคุณปิ๊ด ได้ร่วมกันบรรเลงบทเพลงไว้อาลัยแก่การสูญเสียครั้งนี้ โดยคัฟเวอร์เพลงฮิตของ Linkin Park อย่าง Shadow of The Day ในสไตล์ของวง ที่พาทุกคนจมในอารมณ์ได้ตามเคย (หาฟังได้ในหน้าเพจ bodyslamband นะครับ)

และในวันเดียวกัน Corey Taylor นักร้องนำวงร็อกชื่อดังระดับโลกอย่าง slipknot และ Stone Sour ได้เปลี่ยนเซ็ตลิสต์การแสดงสดเพื่อนำเพลง Through Glass ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงที่เชสเตอร์ชอบมากของวง มาเล่นโดยเฉพาะเพื่ออาลัยแด่การจากไปของเพื่อนสนิท ท่ามกลางหยาดน้ำตาของนักดนตรีและผู้ชม

เสียงสุดท้ายที่เชสเตอร์ฝากไว้ให้กับโลกใบนี้คือ One More Light อัลบั้มที่โดยส่วนตัวผมสันนิษฐานว่าเชสเตอร์น่าจะเขียนขึ้นผ่านมุมมองของคนที่กำลังประสบปัญหาโรคซึมเศร้า นั่นหมายความว่าเค้าอาจกำลังบอกเล่าชีวิตของตัวเองผ่านเสียงเพลงให้เราได้ยิน เพราะภาพรวมเนื้อร้องของอัลบั้มนี้ไม่ได้พูดถึงความรัก ความฝัน ความเชื่อ แต่กลับให้น้ำหนักไปกับการดิ้นรนหลุดพ้นวังวนความคิดตัวเอง การต่อสู้กับเสียงในหัวตัวเอง รวมไปถึงการฝืนทนแบกบางสิ่งบางอย่างไว้ สุดท้ายอยากให้ทุกคนสังเกต 'ชื่อแต่ละเพลง' ในอัลบั้มนี้ให้ดี เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีนัยยะบางอย่างที่เค้าต้องการสื่อสารออกมา และรอการค้นหาจากพวกเรา

หลายความเข้าใจที่บอกว่าโรคซึมเศร้าหายได้จากการเปลี่ยนคิด ซึ่งผิดอย่างถนัด หากอธิบายอย่างเข้าใจง่าย โรคนี้หมายถึงการที่สารเคมีในสมองเหล่านี้หลั่งผิดปกติ กล่าวคือมีปริมาณไม่สมดุลอย่างที่คนทั่วไปมี เช่น ซีโรโทนิน (serotonin) ที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า โรคไบโพล่าร์ โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคปวดศีรษะ หรือ โดปามีน (dopamine) ที่เกี่ยวข้องกับโรคจิตเภทและโรคจิตชนิดอื่นๆ รวมไปถึง อะเซทิลโคลีน (acetyl choline) ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ ที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งรักษาให้หายได้ด้วยการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแน่นอนว่ากำลังใจความเข้าอกเข้าใจจากคนรอบข้างนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่เผชิญโรคภัยเหล่านี้

เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เสียงสุดท้ายจะมาถึง

พวกเค้าอาจจะรอใครคนหนึ่งที่จะรับฟัง เข้าใจ และประคับประคองก้าวไปแก้ปัญหานี้ด้วยกัน

ดั่งท่อนฮุคเพลงหนึ่งจากอัลบั้มสุดท้าย

Who cares if one more light goes out?

In the sky of a million stars

It flickers, flickers

Who cares when someone's time runs out?

If a moment is all we are

Or quicker, quicker

Who cares if one more light goes out?

Well I do

[ใครเล่าจะยี่หระ หากแสงหนึ่งร่วงดับสูญ ท่ามกลางหมู่ดารานับล้านดวง แสงกระพริบสุดริบหรี่ ใครเล่าจะสน หากเวลาของใครบางคนจะหมดลง เมื่อถึงคราคราวฆาตของทุกคน อย่างฉับพลันในทันใด ใครเล่าจะสนใจ หากแสงหนึ่งดับมอดไป ใครเล่าจะสนใจ ผมไงที่แคร์]

ด้วยรักและอาลัย

เชสเตอร์ ชาลส์ เบนนิงตัน 1976 – 2017

ขอบคุณรูปภาพจาก Linkin Park, Getty Images

Related Content