ค่ายใหม่แต่ตัวตนเดิม กับอัลบั้มใหม่ของ Hyukoh  “ 23 ”

ค่ายใหม่แต่ตัวตนเดิม กับอัลบั้มใหม่ของ Hyukoh “ 23 ”

ถ้าจะพูดถึงศิลปินร็อคอินดี้ของเกาหลีที่สามารถทำเพลงจนโดนใจคอเพลงทั้งในประเทศและนอกประเทศ ชื่อของ Hyukoh คงจะอยู่ในลำดับต้นๆที่หลายคนนึกถึง จากศิลปินอินดี้ที่ชื่อเสียงโนเนม จนกลายมาเป็นวงร็อคที่พาเพลงขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ทุกชาร์ตของเกาหลี และสามารถจัดทัวร์คอนเสิร์ตได้ทั้งในและนอกประเทศ ยิ่งทำให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นที่น่าจับตามองจากสื่อมวลชนและคนในอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี มาในปีนี้ Hyukoh กลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ที่จะพาทุกคนก้าวไปสู่ตัวตนที่แข็งแกร่งและระบบคิดในการทำเพลงที่ค่อยๆ เติบโตไปข้างหน้ากับอัลบั้มที่มีชื่อว่า “23”

ตั้งแต่ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางสายดนตรีในปี 2014 Hyukoh ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก ฮยอนเจ (กีต้าร์) , โอฮยอก (กีต้าร์ – ร้องนำ),ดงกอน (เบส) และอินอู (กลอง) ต่างได้ออกมินิอัลบั้มมาแล้วสองอัลบั้ม โดยในมินิอัลบั้มแรก พวกเขาตั้งชื่ออัลบั้มว่า20 มาในปี 2015 ซึ่งเป็นมินิอัลบั้มที่สอง ทางวงก็ตั้งชื่อว่า 22 จนมาในปีนี้ ปี 2017 พวกเขาก็กลับมาอีกครั้งโดยเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของทางวง และมันมีชื่อว่า 23 เมื่อดูจากการตั้งชื่ออัลบั้ม ทำให้สื่อมวลชนหลายแขนงต่างพากันมองว่าการตั้งชื่อเป็นตัวเลขแบบนี้ มีนัยที่คล้ายกับการตั้งชื่ออัลบั้มของนักร้องสาวระดับโลกอย่าง Adele หากแต่ชื่ออัลบั้มไม่ได้เป็นหัวข้อที่เราจะควรจะมาพูดถึงจนกลบความดีงามของเพลงในอัลบั้ม เพราะในอัลบั้ม 23 เราจะได้เห็นตัวตนที่แข็งแรงของวงและพัฒนาการที่ก้าวไปข้างหน้าของพวกเขา มาดูกันหน่อยว่า เพลงใดในอัลบั้มนี้ที่กลมกล่อมและควรค่าแก่การพูดถึง

Tokyo Inn

แทร็คเด่นตีคู่เพลงโปรโมทในอัลบั้มที่คงเสน่ห์และตัวตนของวงได้อย่างไม่มีที่ติ ดนตรีในแนว Indie – Rock ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียงเบสที่ปลุกเร้าความรู้สึกระหว่างการฟังจนนึกว่ากำลังอยู่ในคอนเสิร์ต มันเป็นเพลงในอัลบั้มที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเล่นเปิดคอนเสิร์ต ยิ่งท่อนคอรัสที่ชวนให้ผู้ฟังฮัมเพลงตาม ยิ่งทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่บ่งบอกความเป็นวงร็อคของวงนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

Leather Jacket

เป็นเพลงที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนำมาวางต่อจากเพลง Tokyo Inn สำหรับเพลงนี้ทางวงใส่ความเป็น Funky เข้ามาได้อย่างพอเหมาะพอดี อีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าประทับใจของเพลงคือเสียงกีต้าร์ที่พลิ้วและชวนให้โยกหัวตามเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าทางวงและต้นสังกัดจัดวางเพลงในอัลบั้มได้อย่างชาญฉลาด

Tomboy

จากเพลงเร็วตั้งแต่เปิดอัลบั้ม ในแทร็คนี้ซึ่งเป็นเพลงโปรโมตของอัลบั้ม มันได้ทำให้เห็นลูกเล่นและสไตล์ดนตรีที่มีอิทธิพลกับตัววงเป็นอย่างมาก เพราะเราจะได้เห็น Rock สไตล์อังกฤษยุค 80’s ถูกเข้ามาใช้ในเพลง Tomboy เป็นเพลงในแนว Soft – Rock ที่มีงานในพาร์ทดนตรีที่ทรงพลังและมีท่อนฮุคที่ติดหู นอกจากนั้น เทคนิคการร้องของโอฮยอกยังทำให้เราเห็นถึงพัฒนาการในการร้องที่ใส่อินเนอร์เข้าไปได้อย่างถึงอารมณ์ เรียกได้ว่าเป็นแทร็คที่เราจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถูกใช้เพื่อเป็นเพลงโปรโมท

Die Alone

ถ้าจะให้เลือกเพลงที่ดูจะมืดหม่นและดำดิ่งที่สุดในอัลบั้ม เพลงนี้จะถูกเลือกจากคอเพลงเป็นอันดับต้นๆ นอกจากชื่อเพลงที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกในเพลงได้อย่างตรงไปตรงมา สไตล์การร้องและลูกเล่นของดนตรีก็ยังแสดงถึงความเจ็บปวดและแสดงสภาวะบางอย่างที่ทำให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่กำลังแตกร้าวและสับสนของมนุษย์คนหนึ่ง

Reserved seat

เพลงนี้ดูจะเป็นเพลงที่ทำให้เราเห็นการพัฒนาและลูกเล่นใหม่ๆ ของวงได้มากที่สุด เพราะทางวงได้เลือกใส่ความเป็น Progressive Rock เข้ามาในเพลง และกลายเป็นเพลงที่สร้างความแปลกหูให้กับแฟนเพลงได้มากที่สุดของวงเลยทีเดียว ยิ่งช่วงครึ่งหลังของเพลงที่เป็นเสียงดนตรีล้วนๆ ไม่มีเสียงร้องปน มันยิ่งทำให้เพลงนี้พาตัวเองไปไกลจากแนวเพลงเดิมๆ ที่ Hyukoh ทำมา

สิ่งที่ดูจะเป็นข้อกังวลใจสำหรับบรรดาแฟนเพลงของ Hyukoh คือ การที่พวกเขาทั้ง 4 คนได้ย้ายจากค่ายอินดี้ที่ให้ความอิสระเป็นอย่างมาก มาสู่อ้อมกอดของค่ายใหญ่อย่าง YG แต่ความกังวลเหล่านั้นก็ดูจะมลายหายไป เพราะเพลงในอัลบั้ม 23 ยังยืนยันถึงตัวตนของวงได้เป็นอย่างดี เพลงในสไตล์ Indie – Rock และ Folk - Rock ซึ่งเป็นลายเซ็นที่แข็งแกร่งของ Hyukoh ยังไม่จางหาย แถมความจัดจ้านของแนวดนตรีที่เป็นลายเซ็นต์ของค่าย YG อย่างการใช้เสียง Ambient เก๋ๆ เท่ๆ ยังผสมเข้ามาอย่างพอเหมาะพอดี

นอกจากลูกเล่นใหม่ๆ ที่ทำให้พัฒนาการของวงดูเติบโตขึ้น ในอัลบั้ม 23 นี้ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการทดลองใหม่ๆ ที่น่าสนใจคือการใส่ลูกเล่นในสไตล์ Rock ยุค 80’s และอีกหนึ่งสิ่งที่ได้ใจแฟนเพลงเป็นอย่างมาก ก็คือเนื้อหาในเพลงที่ดูจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และเล่นคำได้อย่างสวยงาม

จากกระแสตอบรับที่ล้นหลาม โดยเฉพาะจากการที่เพลงของ Hyukoh พากันไต่ชาร์ตทุกชาร์ตของเกาหลีได้ทั้งหมด และเพลงของพวกเขากลายเป็นเพลงที่ถูกเปิดตามห้างร้านและท้องถนนต่างๆทั่วเกาหลีไม่ใช่แค่เฉพาะในผับเหมือนตอนครั้งแรกที่พวกเขาก้าวสู่เส้นทางดนตรี ทำให้สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์จากอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Hyukoh คือวงอินดี้ที่สามารถผันตัวเองจากวงใต้ดินสู่วงที่เป็นที่ต้องการของแฟนเพลงกระแสหลัก และกลายเป็นหัวหอกสำคัญที่ทำให้คอเพลงต่างประเทศไม่ได้มองว่าเกาหลีตีบตันคนดนตรีที่มากความสามารถอย่างที่เคยเป็นมา นอกจากนั้นพวกเขาทั้ง 4 ยังทำให้วงการเพลงเกาหลีเกิดความหลากหลายของแนวเพลง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินอินดี้อีกหลายคนหลายวงได้พัฒนาตัวเองเพื่อก้าวมาสู่การเป็นศิลปินแถวหน้าของเกาหลีได้

แรงกดดันนี้ดูจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้กับงานชิ้นต่อๆ ไปของ Hyukoh ว่าพวกเขาทั้ง 4 คนจะพาเพลงของพวกเขาไปได้ไกลแค่ไหน และชื่อของ Hyukoh จะทำให้เกิดปรากฏการณ์อะไรบ้างให้แก่วงการเพลงเกาหลี จับตาดูกันให้ดีเลยครับ