As If It’s Your Last เพลงดีสมศักดิ์ศรี BLACKPINK

As If It’s Your Last เพลงดีสมศักดิ์ศรี BLACKPINK

รู้หรือไม่ว่า BLACKPINK คือวงที่เป็นเจ้าของสถิติวงไอดอลหญิงที่สามารถคว้ารางวัลบนรายการเพลงได้เร็วที่สุดของเกาหลีและวงไอดอลจากเกาหลีที่ยอดวิวเอ็มวีเพลงมากที่สุดในขณะนี้ และทั้งสองคงเป็นสถิติที่คงจะอีกนานแสนนานจะหาใครมาโค่นล่มพวกเธอได้ โดยในปีนี้พวกเธอก็กลับมาพร้อมเพลงใหม่ที่ตอกย้ำความปังในทุกด้าน ขอต้อนรับสู่ BLACKPINK IN YOUR AREA ในเพลงใหม่ที่ชื่อว่า “As If It’s Your Last”

ตั้งแต่พวกเธอทั้ง 4 คน เปิดตัวมาในปี 2016 ผ่านการปล่อยเพลงมาแล้วทั้งสิ้น 4 เพลง ในเพลงก่อนหน้านี้สาวๆ BLACKPINK ดูจะมีคาแรคเตอร์และภาพจำที่หลายคนมองคือ ผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง สวยเริ่ดเชิดหยิ่งนิดๆ มาในเพลงใหม่นี้ แม้มันจะเป็นเพลงในแนว Pop – Dance ที่ใส่ความเป็น Hip – Hop ลงไปอย่างเพลงก่อนๆ แต่ดูเหมือนว่า As If It’s Your Last จะเป็นเพลงที่ลดดีกรีความร้อนแรงมานิดหน่อย แล้วเติมความหวานซ่อนเปรี้ยวเข้าไปให้ดูเป็นผู้หญิงในช่วงวัย 20 ปีมากยิ่งขึ้น มันจึงเปรียบเสมือนเพลงที่กำลังพูดถึงย่างก้าวที่กำลังเติบโตของวงได้เป็นอย่างดี

สำหรับเพลงนี้ มีการใช้สไตล์ลูกเล่นในแนวของ Pop , R&B และ Hip – Hop อย่างละนิดละหน่อยซึ่งเป็นสไตล์แนวเพลงของต้นสังกัดอย่าง YG. แต่ใน As If It’s Your Last เราจะได้ยินท่วงทำนองที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ท่อนอินโทรเข้าเพลงที่มีกลิ่นอายของดนตรีในแนวละติน และเมื่อฟังไปเรื่อยๆ จะพบลูกเล่นของเครื่องดนตรีในแนวเอเชียใต้อย่างบอลลีวู๊ดอยู่ด้วย ซึ่งมันได้กลายเป็นส่วนผสมที่สร้างรสชาติใหม่ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

นอกจากสไตล์ดนตรีที่แปลกใหม่ของวง วิธีการร้องของสาวๆ ทั้ง 4 คน ก็ดูจะพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ตั้งแต่สาวเจนนี่ที่ทำหน้าที่ร้องเปิดเพลง เสียงในโทนต่ำที่มีเสน่ห์ของเธอดูจะมีไดนามิคมากยิ่งขึ้น ส่วนสาวจีซู ที่เคยโดนวิจารณ์ถึงการร้องในเพลงก่อนๆ มาในเพลงนี้ดูเหมือนเธอจะสามารถควบคุมเสียงให้ดูมีพลังมากขึ้น ส่วนสาวโรเซ่ซึ่งเป็นเมนร้องของวง ก็พบช่องเสียงที่สมดุลระหว่างความเป็น Pop และ R&B ได้อย่างลงตัว ส่วนสาวไทยอย่างลิซ่า ที่รับผิดชอบท่อนแรพเกือบทั้งหมดในเพลงก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม As If It’s Your Last จึงเป็นเพลงที่แสดงพัฒนาการทางด้านการร้องของพวกเธอทั้ง 4 ได้อย่างชัดเจนทีเดียว

อีกหนึ่งสิ่งที่ดูเหมือนจะกลายเป็นภาพจำของสาวๆ วงนี้ คือ เสื้อผ้าหน้าผมที่จัดเต็มและเข้ากับบุคลิกของพวกเธอเป็นอย่างยิ่ง งานนี้ต้องยกความดีความชอบของสไตลิสต์และฝ่ายคอสตูมที่รู้จักสรรหาเสื้อผ้าแบรนด์ระดับโลกมาไว้ในเพลงได้อย่างลงตัว ด้วยความที่สาวๆ BLACKPINK มีลุคที่ดูเป็นนางแบบอยู่แล้ว สิ่งต่างๆ ข้างต้นมันจึงส่งเสริมและไปด้วยกันได้ดีกับเพลง จนทำให้สาวๆ วงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งวงไอดอลหญิงที่แบรนด์ระดับโลกต่างจับตามอง

แม้สาวๆ BLACKPINK ดูจะมีพัฒนาการที่ค่อยๆเติบโตอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เพลงแรกที่เปิดตัวมาจนถึงเพลงนี้ แต่ดูเหมือนภาพซ้อนของวงรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง 2ne1 ยังคงทาบทับอยู่ สไตล์เพลงที่ดูเหมือนจะพยายามใส่ลูกเล่นของดนตรีในแนวทางอื่นเข้าไปอย่างสไตล์ละตินและสไตล์บอลลีวู๊ด แต่ด้วยการดีไซน์การร้องและการจัดวางเมโลดี้ของเพลง เราก็จะเห็นว่าทั้ง BLACKPINK และ 2ne1 เหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน แค่ BLACKPINK ดูจะเป็น 2ne1 ในเวอร์ชั่นที่นุ่มนวลกว่าและมีความเป็นผู้หญิงที่สูงกว่าก็เท่านั้นเอง ดังนั้นมันจึงเป็นโจทย์ที่ยากของต้นสังกัดและทีมโปรดิวเซอร์ในเพลงต่อไปว่าจะทำอย่างไรที่จะสลัดเงาของ 2ne1 ให้หายไปจาก BLACKPINK

การกลับมาในครั้งนี้ของ BLACKPINK เป็นการยืนยันถึงสถานการณ์เป็นวงไอดอลหญิงที่มาแรงที่สุดกลุ่มหนึ่งในปัจจุบันของเกาหลี และกระแสความปังของทั้ง 4 สาว ก็น่าจะได้รับการคาดหวังจากคนเกาหลีในการส่งออกเพลงให้ต่างชาติรับรู้ ในอนาคตข้างหน้าเชื่อเถอะว่า BLACKPINK จะเป็นอีกหนึ่งวงที่ทำให้กระแสเพลงเกาหลียังคงได้รับการตอบรับที่ร้อนแรงบนตลาดเพลงของโลกได้ ก็นับวันยิ่งก็ปัง จะไม่ให้ดังได้ไงล่ะจ๊ะ