โดนใจขาแดนซ์กับอัลบั้ม So Good ของสาว Zara Larsson

โดนใจขาแดนซ์กับอัลบั้ม So Good ของสาว Zara Larsson

ท่ามกลางศิลปินหญิงมากมายที่พากันออกอัลบั้มในปี 2017 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่างานของนักร้องสาวเชื้อสายสวีดิชอายุ 20 ปีอย่าง Zara Larsson จะกลายเป็นงานเพลงในแนว Pop ที่บรรดานักวิจารณ์และแฟนเพลงให้การตอบรับอย่างน่าสนใจ ด้วยคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่ชัดเจนและมีความแข็งแรง มันได้ทำให้อัลบั้ม So Good ของเธอ กลายเป็นอัลบั้มที่แจ้งเกิดและทำให้ชื่อของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วโลก

ความสตรองของอัลบั้ม So Good ที่เห็นได้ชัด ก็คือภาพรวมของเพลงทุกเพลงมีแนวทางและสไตล์ที่ชัดเจนและเป็นไปในทางเดียวกัน ภายในอัลบั้มมีโครงสร้างทางดนตรีแนว Pop เป็นพื้นฐาน หากแต่ในรายละเอียดของแต่ละบทเพลง โปรดิวเซอร์และตัวของ Zara ยังใส่ลูกเล่นในแนวทางอื่นเข้าไปผสมผสานเพื่อเสริมสร้างมิติให้แต่ละบทเพลงมีความพิเศษมากยิ่งขึ้น อาทิ Electronic และ R&B แถมการหยอดลูกเล่นในแนวทางดังกล่าวก็ไม่ได้ล้ำหน้าหรือขโมยซีนเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มไป เรียกได้ว่ากำลังกลมกล่อมลงตัว สำหรับ So Good มีเพลงอะไรบ้างที่น่าสนใจ ตามมาส่องกันเล๊ยยย!

What They Say

เพลงเปิดอัลบั้มสุดอลัง โชว์พลังเสียงที่มีการดีไซน์และความแปลกใหม่ของสาว Zara อย่างเต็มที่ ในด้านดนตรี เพลงนี้เล่นกับจังหวะกลองและเสียงสังเคราะห์ Electronic Pop ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ไม่รกรุงรังจนเกินไป นี่จึงเป็นเพลงเปิดอัลบั้มที่โดดเด่นและยังเชื้อชวนให้เราอยากฟังเพลงต่อๆ ไปของเธออีกด้วย

I Would Like

คือเพลงที่เราได้เห็นเทคนิคการร้องในสไตล์ R&B จากสาว Zara ซึ่งเข้ากันได้ดีกับแนวเพลงสไตล์ Pop – R&B ที่เพิ่มบีทให้เหมาะกับการเต้นรำในผับ และเสน่ห์อีกอย่างของเพลงนี้คือท่อนคอรัสที่ติดหูและเสริมด้วยฮุคซองที่เราจะรู้สึกว่ามันหลอนหูเมื่อฟังตั้งแต่ครั้งแรก ถือเป็นอีกเพลงในอัลบั้มที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Don’t Let Me Be Yours

เป็นอีกเพลงที่ใช้เสน่ห์จากเสียงสังเคราะห์ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ตลอดระยะเวลาของการฟังเพลงนี้ เราจะต้องเคาะนิ้วตามอยู่เสมอ และนอกจากเสียงสังเคราะห์ที่ไม่น่ารำคาญ ตัวเนื้อเสียงของนักร้องสาววัย 20 ปีอย่าง Zara ก็ถูกดีไซน์ให้ใช้เทคนิคที่นักร้องในแนวเพลง Pop สมัยนี้นิยมทำกัน ซึ่งในแง่หนึ่งมันทำให้เสน่ห์ส่วนตัวของเธอหดหายไป แต่ในงานของการตลาด มันได้กลายเป็นเพลงที่ดีเจหลายคนนำไปรีมิกซ์อยู่เยอะพอสมควร จนกลายเป็นเพลงเอกของอัลบั้มนี้ไปแล้ว

Ain’t My Fault

เพลงที่ใส่ความเป็นของตัวเองของสาว Zara และลูกเล่นใหม่ๆ ของวงการเพลงในช่วงเวลานี้ได้อย่างลงตัว เทคนิคการร้องของเธอจัดเต็มตั้งแต่การร้องในสไตล์ R&B , Ballad ไปจนถึงที่พีคที่สุดคือเทคนิคการร้องที่ใช้เทคนิคกึ่งแรพ นอกจากนั้น ในภาคดนตรี บอกเลยว่าเพลงนี้ก็เอาไปใช้เปิดคอนเสิร์ตได้อย่างแน่นอน เพราะความเป็น Electronic – Pop ที่ปลุกเร้าพลังให้กับคนดู และยังแทรกความเป็น Ballad ด้วยเสียงเปียโนเพราะในท่อนอินโทร ทั้งสองสิ่งนี้เพิ่มมิติให้กับเพลงได้อย่างน่าสนใจ

So Good

เพลงที่ชื่อเดียวกับอัลบั้ม เป็นเพลงที่ใช้ศักยภาพจากเส้นเสียงของสาว Zara ได้อย่างเต็มความสามารถ เสียงที่ไม่ได้ใสของเธอถูกกลบด้วยเทคนิคการร้องในสไตล์ Ballad – R&B ที่เป็นเทคนิคที่เรียกได้ว่ากำลังอินเทรนด์ในตลาดเพลง Pop ยุคนี้ แถมในเพลงนี้ยังได้นักร้องชายอย่าง Ty Dolla $ign มาเสริมเสน่ห์ให้กับเพลง และทั้งสองคนยังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องและไม่มีการขโมยซีนของกันและกัน เริ่ดค่ะ

ด้วยความเป็นอัลบั้มที่มีเพลงในแนว Electronic – Pop อยู่เกินครึ่งอัลบั้ม มันจึงทำให้อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากบรรดาดีเจชื่อดังที่นำเพลงจากอัลบั้ม So Good ไปรีมิกซ์และเปิดตามสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนให้กับบรรดาสายปาร์ตี้ และจากการที่เพลงได้รับการรีมิกซ์จากบรรดาดีเจชื่อดังหลายๆ คน จึงทำให้ชื่อของสาว Zara ค่อยๆ เกิดกระแสแบบปากต่อปากจนมีคนนำชื่อของเธอไปค้นหาตามเว็บไซต์ต่างๆ จนกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการโปรโมตอัลบั้มนี้ให้ปังยิ่งกว่าเดิม

ถึงแม้แนวทางและสไตล์ของอัลบั้ม So Good จะชัดเจนและแข็งแรงจนได้รับเสียงชื่นชมจากคอเพลงและนักวิจารณ์กลุ่มใหญ่ แต่ยังมีนักวิจารณ์อีกหลายคนมองว่ามันเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพูดถึง ข้อดีคือ ภาพรวมของอัลบั้มไม่มีเพลงไหนแย่งซีนหรือสร้างความโดดเด่นจนกลบเพลงอื่น หากแต่ข้อเสียของมันคือมุมสะท้อนที่สำคัญ เพราะเมื่อเราลองฟังเพลงในอัลบั้มทั้งหมด เราจะพบโครงสร้างของงานดนตรีที่อยู่ในทุกเพลงจนมากเกินไป กลายเป็นความน่าเบื่ออยู่เล็กๆ เมื่อเราจะเปิดฟังอัลบั้มนี้ไปเรื่อยๆ เพราะมันแทบจะหาข้อแตกต่างได้ยาก และกลายเป็นอัลบั้มที่มีแต่เพลงแบบเดิมๆ ตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้าย

จากความจำเจบางอย่าง มันจึงกลายเป็นโจทย์ที่ยากของต้นสังกัดและตัวสาว Zara ถึงงานในอัลบั้มต่อไป อะไรคือตัวตนที่ควรจะยืนหยัดอยู่ อะไรคือการทดลองที่พอเหมาะพอดี และอะไรคือการสร้างฐานแฟนเพลงใหม่ๆที่ทำให้เข้ามาหลงรักสาวเสียงมีเสน่ห์คนนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี เธอยังคงมีเวลาในการบ่มเพาะตัวตนและหาประสบการณ์ใหม่ๆบนเส้นทางสายนี้ และมันก็คงจะทำให้ชื่อของ Zara Larsson กลายเป็นนักร้องสัญชาติสวีดิชที่ดังในระดับโลกได้ แต่ยังไงก็คงต้องติดตามกันต่อไปล่ะ!

ขอขอบคุณภาพจาก FB/ Zara Larsson