จาก Beast สู่ Highlight ที่เปลี่ยนชื่อแล้วก็ยังปัง ปัง ปัง !!!

จาก Beast สู่ Highlight ที่เปลี่ยนชื่อแล้วก็ยังปัง ปัง ปัง !!!

เรื่องดราม่าดูกลายจะเป็นของคู่กันสำหรับอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี แต่ละวงหรือศิลปินบางวงบางคนต่างก็ต้องพบเจอดราม่ามากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่สถานการณ์และปัจจัยหลายอย่างในช่วงเวลานั้น แต่ถ้าจะถามถึงวงไอดอลที่สื่อมวลชนและแฟนเพลงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็คงต้องมีชื่อของวง Beast อยู่ในอันดับต้นๆ

แต่แล้วเมื่อเหตุการณ์มันได้เกิดขึ้นและนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตั้งแต่เรื่องของสมาชิกที่ออกจากวง การหมดสัญญากับค่ายเดิม หรือการที่สมาชิกที่เหลือต่างพากันไปตั้งวงใหม่อย่าง Highlight สิ่งต่างๆ เหล่านี้กลับทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และเติบโตจนสามารถกลับมาทวงบัลลังก์บอยแบนด์ชื่อดังลำดับต้นๆ ของเกาหลีได้

การรวมตัวนับหนึ่งครั้งแรก

Beast เป็นวงที่เริ่มทำงานในวงการเพลงเกาหลีในช่วงปี 2009 ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 6 คน ได้แก่ ดูจุน ( หัวหน้าวง ) , จุนฮยอง ( แรพเปอร์หลัก ) , โยซอบ ( นักร้องนำ ) , กีกวัง ( เต้นหลัก ) , ฮยอนซึง ( นักร้องเสริม ) และ ดงอุน ( น้องเล็กของวง ) พวกเขาทั้ง 6 ผ่านการทำงานและการออดิชั่นมาอย่างมากมายจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี หัวหน้าวงอย่างดูจุนเคยเป็นศิลปินฝึกหัดของค่าย JYP , กีกวังเคยผ่านการทำงานเดี่ยวในฐานะนักร้องภายใต้ JYP , ฮยอนซึงเคยได้รับการวางตัวเป็นหนึ่งในสมาชิกวง BIGBANG และอีก 3 คนในวงต่างก็เคยฝึกและผ่านการทำงานมาแล้วทั้งสิ้น ทำให้ในตอนแรกที่ Beast เปิดตัว พวกเขาได้รับคำวิจารณ์ถึงความหน้าช้ำ ไม่สดใหม่ และกลายเป็นวงที่สื่อมวลชนมักเขียนถึงงานเก่าๆ มากกว่างานที่กำลังทำอยู่

แต่ด้วยความสามารถและการตลาดจากต้นสังกัดอย่าง Cube ที่ทำงานกันอย่างเป็นระบบและหนักหน่วง ทำให้พวกเขาทั้ง 6 คนได้กลายเป็นวงที่มีฐานแฟนคลับอยู่ลำดับต้นๆ ของประเทศ ออกเพลงกี่ครั้งก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย พาเพลงขึ้นชาร์ตและสามารถกวาดทั้งรางวัล พร้อมยังทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในและนอกประเทศได้อย่างมหาศาล จนสามารถลบคำสบประมาทในตอนแรกได้อย่างสิ้นเชิง

จุดเริ่มต้นของดราม่า

ดูเหมือนเส้นทางที่ราบรื่นจะเกิดปัญหา เพราะในปี 2016 ดูจะเป็นปีที่ Beast พบเจอดราม่าหลายเรื่องและแต่ละเรื่องก็หนักหน่วงจนท้าทายพลังสนับสนุนของแฟนคลับทั้งสิ้น

เริ่มต้นด้วยกระแสการอิ่มตัวของหนึ่งในสมาชิกของวงอย่าง ฮยอนซึง ที่ถูกสื่อมวลชนตีข่าวเรื่องของการไม่ตั้งใจทำงาน การหยุดพักทำงานในนามวงชั่วคราว จนสุดท้ายทางต้นสังกัดก็ประกาศว่าฮยอนซึงได้ยุติการเป็นสมาชิกของ Beast อย่างเป็นทางการ

จนมาต่อกันที่ดราม่าระลอกต่อไป คือ ข่าวการหมดสัญญาของสมาชิกที่เหลืออีก 5 คน ซึ่งสุดท้ายหลังจากการเจรจาที่ยืดเยื้อยาวนาน บทสรุปของดราม่านี้ก็ได้สร้างความตื่นตะลึงให้วงการเพลงเกาหลีอีกครั้ง เพราะสมาชิกทั้ง 5 คนของ Beast ไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดเดิม และจะไปทำงานในนามวงใหม่ ที่ชื่อ Highlight ซึ่งเริ่มทำกิจกรรมในปี 2017 ที่ผ่านมา

เปลี่ยนชื่อแล้วก็ยังปัง

ช่วงเวลาที่อดีตสมาชิกทั้ง 5 ของ Beast ออกมาตั้งวงใหม่พร้อมกับก่อตั้งบริษัทเอง สื่อมวลชนและแฟนเพลงต่างจับตาก้าวสำคัญของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งต้นปี 2017 ตัวแทนของ Highlight ได้ประกาศถึงการคัมแบคในวงการเพลงอีกครั้งของพวกเขา

อัลบั้มของ Highlight เป็นอัลบั้มที่ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของวงอย่างเห็นได้ชัด จากเพลงในแนวสไตล์ Pop – Dance พวกเขาทั้ง 5 ได้ใส่ลูกเล่นทั้งในแนว Ballad และ R&B ได้อย่างกลมกล่อม โดยภายในอัลบั้มก็มีเพลงเด่นๆ หลายเพลงที่คอเกาหลีไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง มีเพลงอะไรบ้างนั้น เรายกมาให้ฟังกันตรงนี้แล้วจ้า

CALLING YOU

คืออีกหนึ่งเพลงที่โดดเด่นของ Highlight นำเสนอด้วยสไตล์ Pop – R&B ที่ไม่น่าเบื่อ การใช้เสียงประสานที่โดดเด่น และท่อนฮุคที่ตัวแรพเปอร์หลักอย่างจุนฮยองได้ดีไซน์การร้องออกมาอย่างสร้างสรรค์ ในส่วนของดนตรีก็ค่อยๆ ไต่ระดับความพีคไปเรื่อยๆ จนเมื่อเพลงจบเราจะรู้สึกว่าทำไมเพลงมันถึงได้สั้นจัง

Plz Don’t Be Sad

เป็นเพลงสไตล์ Pop – Dance ที่ใส่ลูกเล่นในแนวทาง Funky ได้อย่างลงตัว เป็นเพลงเปิดตัววงน้องใหม่ที่เก๋าเกมอย่าง Highlight ได้อย่างน่าสนใจ เมโลดี้ที่สดใสและเนื้อหาในเพลงที่มองโลกอย่างมีความหวัง ได้ทำให้เพลงนี้สามารถขึ้นอันดับ 1 ตามชาร์ตเพลงของเกาหลี และกวาดรางวัลมากมายเลยทีเดียว

It’s Still Beautiful

คืออีกหนึ่งเพลงเอกของวง เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นเพลงสำหรับเล่นในคอนเสิร์ตช่วงที่ตัวศิลปินต้องการดื่มด่ำกับพลังความรักจากแฟนคลับ สไตล์ดนตรีในแนว Ballad – R&B ได้ทำให้เพลงนี้มีทำนองที่ติดหูและแปลกใหม่ การใช้ลูกเล่นของเปียโนก็ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงรักที่ไพเราะเป็นอย่างมาก

CAN YOU FEEL IT?

เป็นอีกเพลงที่ทำให้เราได้เห็นถึงพัฒนาการการเป็นคนดนตรีของ Highlight เพราะในเพลงนี้พวกเขาทั้ง 5 ได้ผสมความเป็น Electronic เข้ามาในเพลง การใช้เสียงสังเคราะห์ที่ไม่ระคายหู การมีท่อนปลุกพลังให้ชวนเต้นลืมตาย และการเรียบเรียงดนตรีได้อย่างกลมกล่อม ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่เหมาะกับการเล่นในคอนเสิร์ตเพื่อเรียกเสียงกรี๊ดของแฟนเพลงได้อย่างดีเลยทีเดียว

ก้าวต่อไปที่น่าจับตา

ดูเหมือนกระแสข่าวและดราม่าต่างๆที่ Highlight ต้องเผชิญตลอดปี 2016 ที่ผ่านมา จะทำให้พวกเขาทั้ง 5 คนแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะได้กลายเป็นข้อดี คือ มันได้บ่มเพาะพวกเขาให้เติบโตและตกตะกอนความคิดและการเป็นนักร้องมากกว่าที่เคยเป็น

เพลงในอัลบั้มของพวกเขามีท่าทีที่ผ่อนคลายและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าแถมยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่เข้าสู่วัยของการเปลี่ยนผ่านที่ทั้งเข้าใจวงการ เข้าใจโลก และเข้าใจความเป็นไปของตัวเองเป็นอย่างดี

นอกจากนี้พวกเขาทั้ง 5 ก็ทำให้สื่อมวลชนและแฟนเพลงวงอื่นต้องซูฮกเพราะพวกเขาสามารถกลับมายืนอยู่บนแถวหน้าของวงบอยแบนด์เกาหลีได้อีกครั้ง ในฐานะของแฟนเพลงเกาหลี เราต่างก็ต้องมอบกำลังใจและจับตาถึงก้าวต่อไปของพวกเขาทั้ง 5 คนในนามวง Highlight ต่อไป