เชิดใส่เด็กบู ฟื้นฟูเฮฟวี่ : Hi-Rock พันธุ์ร็อก พลังสูง

เชิดใส่เด็กบู ฟื้นฟูเฮฟวี่ : Hi-Rock พันธุ์ร็อก พลังสูง

“อาจจะไม่หรูยิ่งดูเก่าเก่า อาจไม่เรียบร้อยพวกเราโทษที”

เสียงคอรัสเปิดหัวที่ตามมาด้วยลิกก์กีตาร์สไตล์ฮาร์ดร็อกที่เร้าใจ จากบทเพลง “พันธุ์ร๊อก” Title Track จากอัลบั้ม “คนพันธุ์ร๊อก” (2533) คือสุ้มเสียงแรกที่พา Hi-Rock เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทย

ย้อนเวลากลับไป เมื่อกลางปี พ.ศ. 2532

หลังจากได้โอกาสเล่นเปิด และเป็นวงแบ็คอัพให้กับปฐมพร ปฐมพร ในคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม “ไม่ได้มามือเปล่า” ณ ลาน สวป ม.รามคำแหง ต่อหน้าคนดูกว่า 30,000 คน กระทั่งผู้คนแห่ตามไปดูพวกเขาแสดงสดกันต่อที่ The Rock Pub จนประตูร้านปิดแทบไม่ได้ในคืนเดียวกัน ชื่อเสียงทางฝีไม้ลายมือ และคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนใครของ Hi-Rock ก็ไปเตะตาเสือ ธนพล อินทฤทธิ์ ซึ่งเป็นทั้งนักแต่งเพลงและแมวมองของสังกัด RS Sound (ในขณะนั้น) เข้าอย่างจัง และนำมาสู่ “คนพันธุ์ร็อก” ที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว

ด้วยภาพลักษณ์ของวงร็อกไทยในสมัยนั้นที่ดูมาดเข้ม แต่งกายด้วยโทนสีเรียบง่าย แต่ในทางกลับกัน Hi-Rock กลับปรากฏโฉมออกมาพร้อมความห่าม แสบซ่า สีสันฉูดฉาด ทั้งเสื้อผ้าลายดอกหลากสีสัน (เป้ นักร้องนำ เคยใส่เสื้อเอวลอยปิดแค่ราวนมระดับ Justin Bieber อาจต้องเขิน) เส้นผมที่ยีจนพองฟูยิ่งกว่านางงามประกวดในสมัยนั้น (และน่าจะเป็นวงดนตรีไทยวงแรกที่มีสีแดง เหลือง เขียว อยู่บนหัวกบาล) ไปจนถึงการแต่งหน้าทาปาก ที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสดนตรีอเมริกันที่ MTV ในยุคนั้นเรียกกันว่า Hair Band (วงดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่นำสไตล์กึ่ง “ลักเพศ” แบบ David Bowie มาต่อยอดจนหนักข้อเข้าไปอีก เช่น Motley Crue, Poison, Cinderella ฯลฯ) ทำให้ Hi-Rock โดดเด่นเป็นที่สะดุดหูสะดุดตาคนฟังเพลงแทบจะทันที

ไม่เพียงแต่ภาพลักษณ์ที่หยิบยืมมาจากกระแสดนตรีดังกล่าว เสียงดนตรีของ Hi-Rock เองก็รับอิทธิพลเหล่านี้มาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย บทเพลงของ Hi-Rock ไม่ใช่เพลงป๊อปร๊อคที่มีลีดกีตาร์เป็นนักแสดงประกอบ แต่คือดนตรีฮาร์ดร็อกและเฮฟวี่เมทัลที่เครื่องดนตรีทุกชิ้นแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับท่วงทำนองติดหูที่ขับร้องด้วยน้ำเสียงแผดสูงลิบลิ่วของเป้ Hi-Rock ที่ยากจะหาใครมาเทียบแม้ในปัจจุบัน ประกอบกับการแสดงสดที่ร้องเชิญชวนให้ผู้ชมร่วมกัน “โยกหัว” ตามสไตล์เมทัลมากกว่าเพียงสะบัดข้อมือไปมา จนอาจกล่าวได้ว่าการมาถึงของ Hi-Rock ถือเป็นการเปิดศักราชของดนตรีเฮฟวี่เมทัล “บนดิน” ในประเทศไทยอย่างแท้จริง หลังจากที่ดนตรีประเภทนี้ถูกเรียกโดยชาวไทยมาแสนนานว่า “อันเดอร์กราวด์มิวสิค” เพราะแม้ก่อนหน้าจะมีวงดนตรีแนวนี้ผลิตผลงานผ่านสื่อออกมาบ้าง แต่มักจะอยู่กับสังกัดเล็กๆ ที่ไม่มีแรงโปรโมทมากนัก ไปจนถึงแบบหาทุนผลิตกันเอง ต่างกับ RS Sound ที่ในขณะนั้นอยู่ในช่วงกำลังเติบโตขึ้นเป็นค่ายเพลงใหญ่ (แล้วก็เป็นจริงๆ) และพร้อมจะลงทุนโปรโมท ซึ่ง Hi-Rock ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ามัน “ขายได้”

เมื่อเอ่ยถึง Hi-Rock สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจละเลยคือเพลงบัลลาดร็อกหรือที่เรียกกันติดปากชาวไทยว่า “ร็อกอกหัก” เมื่อเสียงร้องแผดสูงของเป้ Hi-Rock โคจรมาพบกับท่วงทำนองรวดร้าวเช่นนี้ ผลก็ออกมาเป็นว่าเพลง “กระจกร้าว” นั้นก็ร้าวลึกกินใจคนฟังเข้าจริงๆ จนเพลงนี้กลายเป็นเพลงอมตะที่ถ้าเอ่ยถึงบัลลาดร็อกไทยแล้วก็ไม่มีทางจะตกสำรวจ แต่ Hi-Rock ก็ทำให้มันพีคยิ่งขึ้นไปอีกในอัลบั้มชุดที่ 3 “เจ็บกว่านี้มีอีกไหม” (2536) กับเพลง “เกินห้ามใจ” ที่ผสานเสียงเปียโนหวานเศร้าคลุกเคล้ากับการย่ำกระเดื่องคู่แสนระทึกใจในเพลงเดียวกัน ซึ่งไม่เคยมีในสารบบเพลงไทยมาก่อน (เจ้าของฝีตีนในเพลงนี้คือ ปิงปอง - ดำรงสิทธิ ศรีนาค ซึ่งต่อมาได้เข้าร่วมกับ The Sun และ หิน เหล็ก ไฟ ตามลำดับ)

Hi-Rock ออกอัลบั้มเต็มมาทั้งหมด 4 ชุด โดยอัลบั้มชุดที่ 4 “HIV” ได้มีการปรับปรุงทิศทางดนตรีให้หลากหลายขึ้น ลดสัดส่วนความเป็นเฮฟวี่เมทัลลง แต่ก็ไม่อาจต้านทานกระแสร็อกที่เปลี่ยนไป เนื่องจากในตอนนั้นทิศทางของดนตรีร๊อกทั่วโลกได้หันเหจากวง Hair Band หัวฟู ไปสู่ Alternative หัวกระเซิงแทน (มันก็หัวยุ่งกันไปคนละแบบน่ะนะ) และแฟนๆ วัยรุ่นก็เริ่มเบื่อจะโยกหัวแต่หันไปกระโดดหน้าเวทีคอนเสิร์ตกันแทนแล้ว

หลังจากที่อัลบั้ม HIV ไม่ประสบความสำเร็จ ทางวงก็แยกย้ายกันไปนับจากนั้น เป้ Hi-Rock หันไปทำอัลบั้มเดี่ยวกับสังกัดเดิม ส่วนสมาชิกยุคแรกเริ่ม (ยกเว้นเป้) ได้ฟอร์มวง Hirockshima ออกอัลบั้มกับสังกัด นีโอ มิวสิค เน็ตเวิร์ค ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จทั้งสองฝ่าย (วง Hirockshima พยายามที่จะผลิต “มิวสิควิดิโอที่มีกลิ่น” โดยการแถมแถบกลิ่นมากับเทปและซีดี ให้ผู้ชมนั่งดมระหว่างชมมิวสิควิดิโอในโทรทัศน์ – เรื่องจริงนะจ๊ะ)

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา มีข่าวเกรียวกราวออกมาในหมู่ชาวร็อกว่า เต้ย – กิตติศักดิ์ คงสมัย อดีตมือกลองในอัลบั้มชุดแรกของ Hi-Rock ได้ล้มป่วยลง โดยตรวจพบมะเร็งกัดกินพื้นที่ในตับไปแล้วกว่า 90% โดยที่ไม่มีใครทราบเรื่องมาก่อน เพราะเจ้าตัวไม่ยอมบอกใครจนภรรยาต้องถือวิสาสะแจ้งข่าวกับเพื่อนๆ ให้แทน งานนี้เพื่อนๆ ในวง Hi-Rock โดยเฉพาะเป้ ที่แม้จะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ได้รวมตัวกันเข้าช่วยเหลืออย่างไม่รอช้า จัดคอนเสิร์ตระดมทุนอย่างเร่งด่วน เพราะการช่วยเหลือผู้ป่วยรุนแรงไม่อาจเป็นสิ่งที่รั้งรอได้ โดยจัดขึ้นในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ที่ร้านสหรัฐ สเต็กเฮาส์ ย่านบางบัวทอง โดยรวบรวมศิลปินร็อกทั่วฟ้าเมืองไทยตั้งแต่รุ่นใหญ่สุดอย่าง แหลม มอริสัน ไปจนถึงเยาว์สุดอย่าง หนุ่ม กะลา และแน่นอนว่าจะเป็นการกลับมารวมตัวครั้งแรกของไลน์อัพยุคคลาสสิคของ Hi-Rock มาร่วมเล่นกันแบบไม่คิดค่าตัว และมอบรายได้ทั้งหมดเพื่อช่วยในการรักษาโดยไม่หักค่าใช้จ่าย กว่าบทความชิ้นนี้จะถึงตาคุณผู้อ่าน งานคอนเสิร์ตนี้ก็อาจจะล่วงเลยไปแล้ว แต่ถ้าท่านใดสนใจต้องการติดตามข่าวสารในการช่วยเหลือ ทางกลุ่มเจ้าภาพได้จัดทำแฟนเพจขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ลองเสิร์ชชื่อ “เต้ย ไฮร็อค” ดูนะครับ หาไม่ยาก

คอนเสิร์ตครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “คือเพื่อน” ซึ่งเป็นชื่อเพลงที่เสือ ธนพล เขียนให้กับเต้ย ตอนที่ลาออกจากวง Hi-Rock อยู่ในอัลบั้มชุดที่ 2 “บัญญัติผ่าแปด” (2534) แน่นอนว่าเสือ ธนพล ก็มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกันครับ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก hirockband.com , FB/Toei HiRock Khongsamai