ก้าวเข้าสู่จักรวาลของ James Vincent McMorrow ใน True Care

ก้าวเข้าสู่จักรวาลของ James Vincent McMorrow ใน True Care

มีนักร้องนับไม่ถ้วนบนอุตสาหกรรมเพลงที่น้ำเสียงร้าวรานและอ้างว้างจนแฟนเพลงทั่วโลกให้การยอมรับ เช่น Ryan Adams หรือ Damien Rice แต่ใครบ้างจะรู้ว่ายังมีศิลปินชายอีกคนที่แฝงตัวสร้างผลงานที่สุดแสนจะเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของความว่างเปล่าภายในจิตใจ เขาก็คือ James Vincent McMorrow ที่กลับมาในอัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า True Care

บทเกริ่นนำ

Higher Love เป็นบทเพลงแจ้งเกิดศิลปินและนักแต่งเพลงชาวไอริชอย่าง James Vincent McMorrow ในแวดวง Indie–Folk เสียงที่บาดลึกและเนื้อหาในเพลงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความรักที่คล้ายกับบทกวี ทำให้ชื่อของเขาได้รับการค้นหาและสืบค้นจากแฟนเพลงในอินเตอร์เน็ทล้นทะลัก เพราะมันเป็นเพลงที่ James Vincent McMorrow โคฟเวอร์มาจากเพลงของ Steve Winwood นักร้องชาวอังกฤษที่ร้องเพลงนี้มาตั้งแต่ปี 1986 และมันได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนเพลงหลายคนเพราะเพลงในเวอร์ชั่นต้นฉบับนั้นมาในสไตล์แนว Blue-eyed soul หรือเรียกอีกอย่างว่า white soul หากแต่ James Vincent McMorrow ได้เรียบเรียงบทเพลงนี้ขึ้นมาใหม่เป็นในแนว Folk ที่เต็มไปด้วยความอ้างว้างในน้ำเสียงและค่อยๆ ดิ่งลึกด้วยงานในภาคดนตรีที่แสนจะเรียบง่าย

อัลบั้มชุดที่ 4 กับงานที่เติบโตขึ้น

True Care เป็นงานในอัลบั้มที่ 4 ของ James Vincent McMorrow ที่ให้กลิ่นอายดนตรีในยุค 80’s และอีกหนึ่งพัฒนาการที่สำคัญที่แฟนเพลงเห็นได้ชัด คือ เมื่อมองย้อนกลับไปใน 3 อัลบั้มที่ผ่านมา แม้เราจะเห็นตัวตนและความชัดเจนในงานดนตรีของเขาซึ่งได้รับอิทธิพลจากงานในสไตล์ Folk หากแต่มันมีความจำเจบางอย่างที่เขาไม่สามารถหลุดพ้น

มาในอัลบั้มที่ 4 นี้ เราถึงได้เห็นพัฒนาการทางด้านดนตรีและการเขียนเนื้อร้องที่ไม่ได้จมจ่อมอยู่กับความเหงาจนเกินไป เพราะมันเป็นอัลบั้มที่เราจะได้เห็นความหลากหลายของการผสมผสานดนตรีในแนวต่างๆ และเนื้อเพลงที่ค่อยๆ แสดงการเติบโตและก้าวไปข้างหน้า แม้มันจะเป็นก้าวที่ยังโดดเดี่ยวอยู่ก็ตาม

December 2914

เป็นเพลงเปิดอัลบั้มที่ทำให้เห็นพัฒนาการทางด้านดนตรีของ James Vincent McMorrow มากที่สุดเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้ เพราะเขาได้ใช้ลูกเล่นทางด้านดนตรีแนว Psychedelic Rock เข้ามาผสมกับ Folk ที่เขาถนัด แถมยังเพิ่มลูกเล่นด้วยเสียงคอรัสสไตล์ Gospel ที่สร้างมิติให้กับเพลงนี้เป็นอย่างมาก

True Care

คือเพลงที่พาเรากลับไปสู่รากเหง้าความเป็น Folk ของเขา บทเพลงเปิดด้วยเสียงร้องเปล่าๆของ James Vincent McMorrow ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างทรงพลัง หากแต่เขาได้เพิ่มลูกเล่นของเสียงกลองและเสียงกีต้าร์ที่ให้อารมณ์ของงาน Folk ในยุค 80's และสิ่งที่โดดเด่นอีกประการของเพลงนี้ก็คือ ท่อนฮุคของเพลงที่ติดหูและร้องตามได้ไม่ยาก

Thank You

เป็นอีกเพลงที่ทำให้เราได้เห็นการก้าวไปข้างหน้าในเส้นทางดนตรีของ James Vincent McMorrow เพราะในเพลงนี้เราจะได้ยินการใช้กลิ่นอายดนตรีในแนว Hip – Hop และ R&B ดูเหมือนว่าเพลง Thank You จะทำให้เราได้เห็นถึงความชอบในการใช้เสียงคอรัสสไตล์ Gospel ที่เราได้ยินมาแล้วในเพลงเปิดอัลบั้มอย่าง December 2914 ซึ่งในเพลงนั้นเราจะมองว่ามันคือ background ที่ใส่มาเพื่อเพิ่มมิติให้กับเพลง หากแต่ใน Thank You มันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากเมโลดี้หลักเลยทีเดียว

Interlude No. 1 และ Interlude No. 2

กลายเป็นเพลงที่นักวิจารณ์และคอเพลงต่างยกย่องว่ามันคืองานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันเป็นสองเพลงที่ James Vincent McMorrow ก้าวข้ามแนวดนตรีเดิมๆของเขาเองไปสู่การใช้เสียง Ambient ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองเพลงไม่มีเนื้อร้องใดๆ มีแต่เสียงดนตรีที่มอบจินตนาการให้แก่เราเมื่อเราเปิดฟังเพลงทั้งสองเพลงนี้

Pink Salt Lake

เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดจากนักวิจารณ์ในอัลบั้มนี้ เมโลดี้แรกที่เราได้ยิน คือเสียง Ambient ประหลาดหู ก่อนจะค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยเสียงกีต้าร์ที่แสนจะเรียบง่ายแต่งดงาม และมันจะค่อยๆ นำพาอารมณ์ของเราให้พุ่งสูงไปด้วยเสียงร้องที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็น Folk เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่ทั้งทำให้เราเห็นตัวตนและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงภายในของ James Vincent McMorrow

บทสรุป

ตอนที่ James Vincent McMorrow ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าเขาจะกลับมาหลังจากห่างหายไปในเส้นทางดนตรีราวๆ 1 ปีเต็ม คอเพลงหลายคนยินดีที่จะได้ฟังงานใหม่ๆ ของเขา และมีอีกหลายคนที่รู้สึกว่าเขายังไม่อาจตกผลึกหรือสร้างงานที่พ้นไปจากตัวตนเดิมๆ ที่เขาคุ้นเคยได้ หากแต่อัลบั้ม True Care ก็ได้ทำให้ข้อกังวลของนักวิจารณ์และคอเพลงอีกจำพวกหนึ่งต้องกลืนน้ำลายของตัวเองไป เพราะมันได้กลายเป็นอัลบั้มที่ทะเยอทะยานอีกอัลบั้มจากนักร้องนักแต่งเพลงในแนว Folk ที่แสดงความเจนจัดทางด้านดนตรีที่หลากหลาย การใช้ส่วนผสมลูกเล่นทางด้านดนตรีจากหลากหลายแนวที่แสดงให้เห็นถึงการเดินไปข้างหน้า และ James Vincent McMorrow ก็ได้กลายเป็นศิลปินอีกคนที่เราควรจับตามองถึงงานในชิ้นต่อไปของเขาว่ามันจะไปได้ไกลอีกแค่ไหน หรือว่ามันจะเป็นการทดลองเพียงชั่วครู่ชั่วยามของเขาก็เป็นได้

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.jamesvmcmorrow.com