Mad Clown แรพเปอร์ลุคเนิร์ดมากฝีมือ

Mad Clown แรพเปอร์ลุคเนิร์ดมากฝีมือ

หลายต่อหลายคนต่างนิยามหรือหาคำจำกัดความของความเป็นแรพเปอร์ผ่านสไตล์การแต่งตัว ลักษณะท่าทาง หรือแฟชั่นที่พวกเขาสวมใส่ แต่ที่เกาหลีมีแรพเปอร์อยู่คนหนึ่งที่มีลักษณะทางกายภาพและสไตล์การแต่งตัวที่แตกต่างจนดูคล้ายเด็กเนิร์ด เรียกได้ว่าถ้าเขาไม่ได้จับไมค์ หลายต่อหลายคนต่างก็คิดว่าเขาเป็นเด็กเรียนหรือคนที่ทำงานที่เกี่ยวกับวงการแพทย์มากกว่าจะมาเป็นแรพเปอร์ และคนที่เรากำลังจะพูดถึงในที่นี้ก็คือ “Mad Clown”

ใต้ดินสู่บนดิน

Jo Dong-rim เป็นชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ ของ Mad Clown เขาหลงใหลในเพลงฮิพฮอพมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เริ่มหัดแต่งเนื้อแรพและเริ่มฝึกการแรพมาตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงมัธยมต้น ฝึกฝนประสบการณ์มากมายผ่านเวทีการแรพในโรงเรียน จนอายุผ่านเกณฑ์ที่สามารถเข้าไปสถานที่บันเทิงเช่น ผับหรือบาร์ เขาจึงได้เริ่มได้ปล่อยของและแสดงฝีไม้ลายมือให้กับผู้คนในแวดวงฮิพฮอพใต้ดินได้รู้จัก จนสุดท้ายชื่อ Mad Clown ก็กลายเป็นชื่อแรพเปอร์ใต้ดินที่หลายต่อหลายคนให้การยอมรับในฝืมือและขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของวงการแรพเปอร์ใต้ดินเกาหลีได้

จนมาถึงในปี 2013 แสงไฟจากคนเกาหลีก็ส่องมาที่เขาจนได้ เมื่อ Mad Clown ได้เข้าร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันรายการเฟ้นหาแรพเปอร์ของเกาหลีอย่างรายการ Show Me the Money ซีซั่น 2 และด้วยความที่เขาเกิดมาเพื่อเป็นแรพเปอร์ การแสดงของเขาก็ได้สร้างภาพจำและฉายแสงให้คนทั่วไปได้เห็นถึงศักยภาพ จนสามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงของรายการ เรียกได้ว่าในขณะนั้นชื่อของเขาติดคำค้นหาตามเว็บไซต์ชื่อดังของเกาหลีทั่วทุกเว็บเลยทีเดียว

สไตล์การแร็ปและเนื้อเพลงที่สร้างความโดดเด่น

ดูเหมือนว่าสิ่งที่กลายเป็นภาพจำของคนฟังเพลงในขณะนั้นที่มีต่อตัว Mad Clown คือสไตล์การแรพที่มีเอกลักษณ์ ตัวของ Mad Clown จะมีสไตล์การแรพที่ดุดัน คำทุกคำที่เขาเปล่งเสียงออกมา มีความกระแทกกระทั้นเป็นอย่างมาก และสิ่งที่เป็นเสน่ห์อีกอย่างในสไตล์การแรพของเขาก็คือ “ความเร็ว” Mad Clown ขึ้นชื่อว่าเป็นแรพเปอร์ที่มีความเร็วในการแรพติดอันดับต้นๆ ของเกาหลี เรียกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ฟังเขาแรพ ก็แทบพากันลืมหายใจเลยทีเดียว

นอกจากสไตล์การแรพที่ดุดันและมีเอกลักษณ์ สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นลายเซ็นอีกประการของเขาคือ เนื้อเพลงที่โดดเด่น ถ้าใครที่คุ้นหูคุ้นตาวงการเพลงฮิพฮอพของเกาหลี เรามักจะมีภาพจำในหัวสมองถึงเนื้อเพลงที่วนเวียนอยู่กับประเด็นเกี่ยวกับความรักหรือเซ็กซ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ Mad Clown ได้สร้างความแตกต่างออกไป อาจเพราะเขาเป็นแรพเปอร์ประเภทเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ได้รายล้อมไปด้วยสาวๆ หน้าตาดีอย่างที่แรพเปอร์คนอื่นเป็น ทำให้เขามีระยะเวลาในการตกผลึกประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ส่งผลให้เนื้อเพลงของเขา สะท้อนภาพสังคมเกาหลีได้อย่างน่าทึ่งและทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่แตกต่างจนได้รับการพูดถึงตลอดเส้นทางการทำงานเพลงของเขา

การร่วมงานกับศิลปินที่หลากหลาย

ดูเหมือนว่าความเก่งกาจและเนื้อแรพที่โดดเด่นจะทำให้ Mad Clown กลายเป็นแรพเปอร์ที่ได้ร่วมงานกับศิลปินมากหน้าหลายตามากที่สุดคนหนึ่งของเกาหลี ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางดนตรีเต็มตัว เขาเป็นส่วนหนึ่งในบทเพลงของศิลปินมากมาย เช่น Soyou และ Hyolyn จากวง Sistar , สองสาวจากวง Davichi , ศิลปินอินดี้ที่กำลังมาแรง Brother Su , นักร้องสาวเสียงสวยอย่าง SURAN , และแรพเปอร์เพื่อนสนิทอย่าง Flowsik เรียกได้ว่า Mad Clown กลายเป็นแรพเปอร์ขายดีของยุคนี้ก็ว่าได้

เอาล่ะ!! ว่าแล้วก็ลองมาเปิดหูสดับเพลงที่ควรฟังจากหนุ่ม Mad Clown กันหน่อย

Like Romance Comics

เสียงเมโลดี้ที่แสนไพเราะ ใช้ลูกเล่น Dream Pop ได้อย่างน่าสนใจ เพลงนี้เป็นเพลงที่หนุ่ม Mad Clown featuring กับศิลปินอินดี้หนุ่มนามว่า Brother Su ซึ่งโดยปรกติแล้วสไตล์เพลงของ Brother Su จะเป็นเพลงในแนว Pop R&B ที่ฟังง่ายและเมโลดี้ติดหู การที่ได้เสียงแรพอันดุดันของ Mad Clown ทำให้เพลงรักหวานๆเพลงนี้กลายเป็นโลกคู่ขนานของผู้ชายสองแบบที่กำลังพูดถึงแง่มุมความรักในแบบที่เป็นตัวของตัวเองและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเพลงนี้เป็นเพลงดีเบตมุมมองความรักระหว่างผู้ชายสองแบบ

Lie

เพียงแค่ดนตรีท่อนแรกของเพลงเริ่มต้น ก็รับประกันได้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะและควรค่าแก่การเปิดฟังซ้ำไปซ้ำมา เสียงกีต้าร์โปร่งที่บาดหูและเต็มไปด้วยรายละเอียดเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเสียงสวยๆ ของสาว Lee Hae ri จากวง Davichi ซึ่งโดยปรกติแล้ว เรามักจะได้ยินเสียงของสาว Lee Hae ri ร้องในแนวบัลลาดทรงพลัง แต่มาในเพลงนี้เธอได้ใช้ช่องเสียงที่แตกต่างออกไป มันเป็นเสียงลมๆ ที่ชวนฝัน ซึ่งตัดกันอย่างรุนแรงกับเสียงแรพที่หนักแน่นของหนุ่ม Mad Clown ยิ่งบวกเข้ากับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงความรักในช่วงเวลาที่เจ็บปวด ทำให้เพลงนี้ถ่ายทอดแง่มุมความรักทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้อย่างน่าฟัง

h.ear your colors

เป็นเพลงของหนุ่ม Mad Clown ที่ฉีกแนวออกไปจากที่แฟนเพลงคุ้นเคย เพราะกลิ่นของเพลงในสไตล์ Pop ผสม Disco แถมยังหยอดลูกเล่นทางดนตรีในสไตล์ Electronic เข้าไป ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลง Hip–hop ที่แปลกใหม่ แถมสไตล์การแรพของหนุ่ม Mad Clown ก็ยังมีความแหวกออกจากสไตล์การแรพแบบเดิมของเขา แม้ยังคงดุดัน หากแต่มีการใช้เสียงในช่วงหางเสียงที่ดูเป็นหนุ่มสายปาร์ตี้ มีความขี้เล่นมากยิ่งขึ้น ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่โชว์อีกมุมของหนุ่ม Mad Clown ให้เราได้เห็น

จากที่กล่าวมาข้างต้น การเป็นแรพเปอร์ในประเทศที่มีแรพเปอร์เป็นหมื่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าใครที่ติดตามวงการเพลงเกาหลีมาโดยตลอด แรพเปอร์เป็นบุคลากรในวงการบันเทิงของเกาหลีที่ผลัดเปลี่ยนและหมุนเวียนมาให้เราได้เห็นอยู่ตลอดเวลา จนทำให้สื่อมวลชนเกาหลีบางสำนักบอกว่าแรพเปอร์ในเกาหลีมีวงโคจรระยะค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับศิลปินในแนวอื่น หากแต่หนุ่ม Mad Clown ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อใดก็ตามที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ การยืนระยะบนเส้นทางสายดนตรีนี้ก็ยังคงยืนยาวออกไป และยังได้รับการยอมรับจากคนในอุตสาหกรรมดนตรีและแฟนเพลงอีกมากหน้าหลายตา