Alesso ดีเจงานดีที่คนไทยคิดถึง

Alesso ดีเจงานดีที่คนไทยคิดถึง

ปี 2015 เป็นปีที่ชาวไทย (รวมถึงเรา) รอชมการแสดงของ Alesso เป็นครั้งที่สองในงาน Road to Ultra Thailand แต่เมื่อก่อนจะถึงงานเพียงแค่สองวันเท่านั้นแหละ สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า "นก" กันไปเป็นแถบ เพราะเขายกเลิกการแสดงทั้งหมดเนื่องจากอาการป่วย ทำเหล่าบรรดาแฟนคลับน้ำตาร่วงและคืนบัตรกันจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว จนตอนนี้ปี 2017 เขาก็ยังไม่มีทีท่าจะบินมาเล่นงานเฟสติวัลในบ้านเราเลย วันนี้เราเลยหยิบยกเขาขึ้นมาพูดให้หายคิดถึงกันหน่อยดีกว่าครับ

นาย Alessandro Lindblad นั่นคือชื่อและนามสกุลของดีเจชายหนุ่มที่เรารู้จักในนาม Alesso ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวสวีเดน สไตล์เพลงของเขาเป็น Progressive House ผสมกับ Electro House ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน มีผลงานเพลงร่วมทำกับศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tove Lo, Ryan Tedder (นักร้องนำวง One Republic), Calvin Harris, David Guetta และท่านอื่นๆอีกมากมาย ตัวเขาเริ่มสนใจด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 7 ปี (ตอนนั้นเรายังนั่งขุดหลุดดีดลูกแก้วอยู่เลย) โดยเริ่มเล่นเปียโนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรก แต่เริ่มมาถูกใจกับดนตรีแนว EDM ตอนอายุ 16 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มทำเพลงเอง และปล่อยอัลบั้ม EP แรกตอนปี 2010

ช่วงปี 2011 ตัวของ Alesso ได้ไปเข้าตาดีเจรุ่นพี่ในวงการอย่าง Sebastian Ingrosso คู่หูของ Axwell จากทีม Sweedish House Mafia โดย Ingrosso ได้ติดต่อไปหาเขาและชวนไปทำเพลงด้วยกัน นอกจากนั้นเฮีย Ingrosso ยังคอยให้คำปรึกษาในเรื่องการทำเพลงและการใช้อุปกรณ์ต่างๆแก่เขาอีกด้วย เป็นเหมือนเมนเทอร์รายการ The Face เลยทีเดียว และในที่สุดทั้งคู่ก็ปล่อยผลงานแรกออกมาในเพลงชื่อว่า Calling มี 2 เวอร์ชั่นคือ เวอร์ชั่นที่มีแต่ดนตรีเพียงอย่างเดียวและมีเสียงร้องจากหนุ่ม Ryan Tedder โดยเวอร์ชั่นมีเสียงร้องจะมีคำว่า Lose My Mind ต่อท้าย ปล่อยไปได้ไม่นานก็ทะยานถึงอันดับสองของชาร์ต Billboard และที่พีคที่สุดคือเจ้าแม่เพลงป๊อบอย่าง Madonna เลือกเขาให้เล่นเปิดคอนเสิร์ตทัวร์อัลบั้ม MDNA ทั่วยุโรปเลยล่ะครับพี่น้อง

Alesso เก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยเริ่มออกทัวร์เล่นตามเฟสติวัลต่างๆ ในปี 2013-2014 ไม่ว่าจะเป็น Ultra Music Festival, Coachella, Tomorrowland, EDC และเริ่มมีผลงานเพลงออกมาอย่างไม่ขาดสาย ออกมากี่เพลงก็แทบจะดังทุกเพลง ไม่ว่าจะเป็น Heroes (We Could Be), Under Control, If I Lose Myself, Tears the Roof Up ทำให้เขายิ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างและดังเป็นพลุแตกในเวลาต่อมา และในปี 2015 เขาก็ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มแรกในชีวิตที่มีชื่อว่า Forever โดยหยิบเอาเพลงฮิตต่างๆของเขามารวมไว้ในอัลบั้มนี้ควบคู่กับเพลงใหม่ของเขาด้วย สามารถฟังเพลงที่เรากล่าวไว้ข้างต้นได้ในอัลบั้มนี้ครับ

ล่าสุดก็มีผลงานให้แฟนๆ ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องเป็น 2 เพลงใหม่ที่ยังคงตอกย้ำความเป็นสไตล์ของ Alesso ไม่ต่างจากเดิมเลยอย่าง I Wanna Know และอีกเพลงอย่าง Falling ก็ได้ดีเจรุ่นพี่ในวงการที่ได้ฉายาความเกรียนอย่าง Dillon Francis มาร่วมโปรดิวซ์ด้วยครับ สุดท้ายนี้ใครที่เป็นแฟนคลับของ Alesso ก็ฟังเพลงของเขารอไปพลางๆก่อนนะครับ รอให้พี่แกบินโฉบๆ มาแถวบ้านเราในช่วงที่จัดเฟสติวัล เราเชื่อว่าต้องมีผู้จัดดึงตัวเขาเข้ามาเล่นแน่นอนแหละ ดึงมาเหอะนะ เราก็อยากดูเช่นกัน!

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก FB/ Alesso