มหกรรมรวมพลคนอยากเต้น Together Festival 2017

มหกรรมรวมพลคนอยากเต้น Together Festival 2017

กลับมาอีกแล้วครับ! สำหรับมหกรรมร่วมด้วยช่วยกันของชาวขาแดนซ์อย่าง Together Festival ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 เมษายน ณ ไบเทค บางนา ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้วนะครับ แต่ปีนี้ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ จัดถึงสองวันสองคืน ไม่แค่นั้นนะ เอาไปเลยสองเวที ถูกใจทั้งสาย EDM และสาย Techno โดยดีเจที่มาเล่นจัดว่ามีทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่

เนื่องจากในวันแรกเราติดภารกิจจากที่อื่น เลยได้ไปร่วมงานแค่วันที่สองเท่านั้น โดยมีไลน์อัพโคตรเด็ดอย่าง Armin Van Buuren, Axwell Ingrosso, Party Favor และ What So Not และอีกเวทีนึงเราก็อยากดูเจ้าพ่อเพลงสาย Techno อย่าง Umek แต่เนื่องจากเวลามันชนกันครับ ทำให้เราต้องเลือกดูแค่หนึ่งเวทีเท่านั้น แอบเสียดายเบาๆ ที่มูฟไปไม่ได้เลย เพราะยิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะ

วันที่เราไปเป็นเสาร์สิ้นเดือน กลัวว่ารถจะติดหนักเลยออกจากบ้านจากตั้งสี่โมงนิดๆ สรุปผิดคาด ถึงตอนห้าโมงยี่สิบ รถไม่ติดเลย แต่หาที่จอดค่อนข้างยากที่ไบเทค เลยหาอะไรรองท้องแล้วค่อยเข้างาน ในปีนี้ผู้จัดหันมาใช้ระบบริสแบนด์ที่เรียกว่า NFC Wristband กันมากขึ้นใช้สแกนในการเข้างานเพื่อกันการวนบัตร เพราะเมื่อบัตรได้ถูกสแกนไปเรียบร้อยแล้วจะไม่สามารถนำกลับมาเข้างานได้อีกรอบ และมีกฏว่าหลังสองทุ่มเป็นต้นไปถ้าออกไปจากตัวงานแล้วจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้ จะซื้ออาหารเครื่องดื่ม ก็แค่เติมเงินลงไปในริสแบนด์ สะดวกสบาย

ประมาณสองทุ่ม มาบริหารเข่ากันหน่อยดีกว่า ได้เวลาดีเจคนแรกอย่าง Party Favor ดีเจสาย Trap ขึ้นมาเปิดเพลงหวดให้คนได้ย่อกันทั้งฟลอร์ นี่เป็นครั้งแรกกับการมาเยือนประเทศไทยของเขา ชอบตรงที่เอาหลากเพลงมายำได้หลายจังหวะมาก มีเกรียนใส่คนดูบ้างเล็กน้อยในการตัดเพลง เซอร์ไพรส์ มีเปิดเพลงผับยุคแรกๆ อย่างเพลง Boom Boom Boom Boom ดักแก่คนในงานด้วย ฮ่าๆๆ แม้ในช่วงท้ายเซ็ตจะผ่อนเปิดเบาก็ตาม แต่บีทของเพลงก็มีความหนักของ Trap อยู่ดี

สำหรับ What So Not เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมาก ฟังเซ็ตที่อัดใน Mixcloud คือเฉยๆ พอมาดูสดคือเปิดโคตรดี เพลงเมโลดี้อย่างสวย ออกแนว Bass และ Experiment จะคล้ายๆ กับ Flume เพราะเมื่อก่อนเคยทำเพลงด้วยกันก่อนที่ Flume จะแยกออกไปทำเดี่ยว บวกกับ Movie ที่เปิดอยู่บนจอทำเราล่องลอยและเคลิบเคลิ้มไปกับเซ็ตของเขา เหมือนพาเราไปผจญภัยกับอะไรที่เราไม่สามารถรู้ได้เลย สรุปคือชอบมาก เราแอบทำมือตีกลองลมตามจังหวะเพลงหลายรอบมาก

ไม่รอช้าดีเจดูโอที่ทุกคนรอคอยอย่าง Axwell Ingrosso ก็ขึ้นมาบนเวทีพร้อมแนะนำตัวและทักทายคนดูก่อนที่จะเริ่มเล่นให้คนบนฟลอร์ได้เต้นกันยาวๆ นอกจากจะเล่นแนว Progressive House เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พวกเขายังเอาแนวเพลงอื่นๆ มาเติมเต็มในเซ็ตให้สนุกมากยิ่งขึ้น เปิดด้วยเพลงใหม่เอี่ยมอย่าง How Do You Feel Right Now? และตามมาด้วยเพลงฮิตๆ อย่าง On My Way, Thinking About You, Dream Bigger, Calling, Reload, Dark River และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ขาดไม่ได้เลยคือเพลง Don't Worry Child เพลงยอดฮิตในสมัยที่พวกเขารวมตัวเป็น SHM ปิดท้ายสวยๆ แบบอลังการด้วย Sun Is Shining แอบเสียดายที่ไม่เล่นเพลงที่เราอยากฟังอย่าง Can't Hold Us Down

ปิดงานไปแบบสวยๆ กับดีเจสาย Trance ที่มีส่วนผสมของแนวอื่นๆ ประกอบกันไปด้วยกับ Armin Van Buuren เราบอกเลยว่าโชว์ของเขาในคืนนั้นเป็นอะไรที่สุดๆ แล้ว ไม่รู้จะนิยามอะไรนอกจากคำว่า "เปิดดีมาก" เปิดตัวด้วย ASOT หรือ A State of Trance สถานีวิทยุและเทศกาลดนตรี Trance ที่บริหารงานโดยเขาเอง เรียกได้ว่าเซ็ตของเขาเปลี่ยนเวทีธรรมดาให้เป็น ASOT ได้ในพริบตา ยอมรับว่าไม่ค่อยรู้จักเพลงของเขามากเท่าที่ควร แต่มีเพลงนึงที่เราและทุกคนร้องได้สนั่นฮอลล์อย่างเพลง This Is What It Feels Like เป็นเพลงปิดโชว์ พร้อมโบกธงและยกมือไหว้ก่อนจะลงจากเวที

เราชอบการลำดับดีเจขึ้นครับ อารมณ์ค่อยๆ สุดขึ้นไปตามจังหวะของเพลง รูปแบบของเวที โอเค อยู่ในขั้นปานกลาง แค่จอ LED ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากเหมือนกับทุกปี แต่ถ้าเป็นเรื่องของ Lighting ยอมรับว่าจัดเต็มอย่างรุนแรง เลเซอร์สาดไปในฮอลล์ได้บ้าคลั่งมาก เราถึงกับพกแว่นกันแดดเข้าไปใส่ในงาน ไม่รู้ว่าลำโพงแตกเหมือนทุกปีมั้ย เพราะปีก่อนๆ เรายืนอยู่หน้าเวทีตลอด แต่ปีนี้ขอยืนอยู่ตรงกลางฮอลล์ ระบบเสียงที่ได้รับคือโอเค โดยรวมคุ้มค่าทุกบาทที่จ่ายไป แต่ขอติติงเรื่องของห้องน้ำครับทางด้านฝั่ง Main Stage เปิดอยู่แค่จุดเดียวและต่อแถวกันยาวมาก ครั้งต่อไปอยากให้ผู้จัดเปิดโซนห้องน้ำใหญ่ๆ ไปเลยครับ แล้วพบกันใหม่ในปีหน้ากับงาน Together Festival 2018 ครับ

ขอขอบคุณประกอบจาก IG - @together.festival และ FB - Together Festival